มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 5

ดาบที่ยังไม่ชักออกจากฝัก

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นหอมเย้ายวนของกำยานมัสก์ที่ลอยวนอยู่ในตำหนักบูรพา ยามนี้กลับคล้ายกลิ่นอายความตายที่แผ่ซ่านมาจากขุมนรก ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างพวงแก้มไม่ได้ทำให้หลินฟางเซียนรู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับจุดประกายความเกลียดชังอันเย็นเยียบให้ลุกโชนขึ้นในดวงตาดำขลับคู่นั้น รอยยิ้มหยันที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบเปรียบเสมือนคมมีดอาบยาพิษที่กรีดแทงลงกลางใจของจักรพรรดิอี้หลงโดยไม่ต้องออกแรง "เจ้า... หัวเราะเยาะสิ่งใด ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งอย่างน่าเวทนา ฝ่ามือหนาที่เคยใช้ตบตีและผลักไสให้นางตกนรกทั้งเป็น ยามนี้กลับสั่นเทาน้อยๆ ขณะที่ทาบลงบนลาดไหล่บอบบาง ใต้ร่มผ้าแพรต่วนเนื้อดี ผิวเนื้อของนางเย็นเฉียบราวกับหยกสลัก แต่มันกลับแผดเผาความคลุ้มคลั่งในอกของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินให้ลุกไหม้จนแทบคลั่ง อี้หลงไม่เคยรู้รสชาติของการถูกปฏิเสธ กระทั่งวันที่เขาทำลายทุกสิ่งด้วยมือของตนเอง วันที่เขาผลักไสฮองเฮาผู้ภักดีไปสู่ความตายแล้วเพิ่งตระหนักว่าหัวใจของตนเองได้ตายตามนางไปแล้ว การกลับมาของหลินฟางเซียนในคราบหญิงงามผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจ คือทัณฑ์สวรรค์ที่ลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมที่สุด "หม่อมฉันเพียงแต่ขบขันเพคะ ฝ่าบาท..." หลินฟางเซียนเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ทว่าทุกคำกลับคมกริบราวกับเศษแก้ว นางไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ผลักไส ปล่อยให้ร่างอุ่นร้อนของอทิธิบดีแห่งแคว้นทาบทับลงมาจนชิดใกล้ สัมผัสจากแผงอกกว้างที่แนบสนิททำให้รับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งของพระองค์ แต่นางกลับเหยียดยิ้มเยาะในใจ... *หัวใจดวงนี้เคยเต้นด้วยความด้านชาเมื่อยามที่นางร้องขอความเมตตา แต่วันนี้ มันกลับเต้นเร่าด้วยความปรารถนาอันน่าสมเพช* "เจ้าโกรธแค้นเราได้... ลงทัณฑ์เราได้ทุกอย่าง ฟางเซียน แต่ไยต้องใช้สายตาเช่นนี้มองเรา" อี้หลงก้มลงซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกวาบหวามระคนหวาดหวั่น ริมฝีปากหยักลึกจุมพิตลงบนลาดไหล่มนอย่างเว้าวอน ราวกับสุนัขจนตรอกที่กำลังอ้อนวอนขอเศษความรักจากผู้เป็นนาย "เราสำสำนึกผิดแล้ว... ได้โปรด มองเราเถอะ มองข้าด้วยสายตาเช่นเดิม..." "สายตาเช่นเดิม?" ฟางเซียนทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังลอดออกมาจากลำคอระหง นางยกมือเรียวขึ้นสัมผัสกับเส้นผมสีดำสนิทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ใช้นิ้วเรียวพันเส้นผมนั้นเล่นอย่างเชื่องช้า ท่าทางเย้ายวนระคนท้าทาย "ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่าสายตาแบบไหนที่พระองค์ทรงมอบให้หม่อมฉันในวันที่ตระกูลหลินต้องโทษประหาร? วันที่พี่ชายของหม่อมฉันต้องตายอย่างอยุติธรรม และวันที่ลูกในครรภ์ของหม่อมฉัน... ต้องสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับหยดเลือดบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ!" เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางตำหนัก คำพูดของนางเปรียบเสมือนดาบที่กรีดแทงทะลุหัวใจของอี้หลงจนพรุน ร่างหนาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่อัดอั้นมานานแสนนาน พระองค์ซบหน้าลงกับร่องไหล่ของนางอย่างไร้ศักดิ์ศรี ยอมจำนนต่อความผิดบาปที่ไม่มีวันล้าง "เราขอโทษ... ฟางเซียน เรามันโง่เง่า เรามันสารเลว..." เสียงกระซิบพร่าเลือนเคล้าด้วยความสะอื้นไห้ของจักรพรรดิผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด ทำให้นางรู้สึกสะใจจนหยดน้ำตาแห่งความแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่นางไม่มีวันหลั่งน้ำตาให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด อี้หลงประคองใบหน้างามขึ้นสบตา ริมฝีปากหนาร้อนรุ่มทาบทับลงมาหมายจะประทับจูบแห่งการไถ่บาป ความปรารถนาอันลึกล้ำผสมผสานกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตีรวนอยู่ในอก ทำให้สัมผัสของพระองค์ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความเว้าวอน มือหนาลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิดของราตรี ทว่า... ท่ามกลางความวาบหวามและสัมผัสที่รุกเร้าจนร่างบางสั่นสะท้าน หลินฟางเซียนกลับกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ นางปล่อยให้อีกฝ่ายหลงใหลในเรือนร่าง ปล่อยให้พระองค์จุมพิตซับหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นในอดีตอย่างโหยหา แต่ดวงตาของนางกลับเบิกกว้างและเย็นชา ไร้ซึ่งความเคลิบเคลิ้มใดๆ *เจ้าจงดิ้นรน ไถ่บาปให้สาสมเถอะอี้หลง... เพราะความตายยังปรานีเจ้าเกินไปด้วยซ้ำ* นางแกล้งทำเป็นอ่อนระทวยไปตามแรงอารมณ์ ปล่อยให้พระองค์ซุกไซร้ซอกคอและประทับรอยรักบนผิวเนื้อขาวผ่องเพื่อมอมเมาสติของอีกฝ่ายให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันลึกซึ้ง ริมฝีปากอิ่มเผยอรับรสจูบอันเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความหิวกระหายและสำนึกผิด เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังสะท้อนก้องตำหนักบูรพา ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนแห่งความแค้นและความปรารถนาหลอมรวมกันจนแทบแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล กระทั่งอี้หลงเริ่มถลำลึกจนแทบสูญเสียการควบคุม ร่างหนาโอบกอดนางแน่นแนบชิด พลางกระซิบคำรักซ้ำๆ ที่นางเคยโหยหาในอดีต แต่บัดนี้มันกลับไร้ค่าดั่งฝุ่นผง ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังพัวพันและอารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด หลินฟางเซียนกลับใช้มือเรียวข้างหนึ่งดันแผงอกกว้างของพระองค์เอาไว้สุดแรง พร้อมกับออกแรงพลิกตัวขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมทับอยู่เหนือร่างของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจแทน! อี้หลงชะงักกึก ลมหายใจหอบกระชั้นหยุดชะทันที ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ขณะที่หลินฟางเซียนซึ่งยามนี้เส้นผมดำยาวสยายคลุมลาดไหล่เปลือยเปล่า กลับก้มลงมองพระองค์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันอันน่าสะพรึงกลัว นิ้วเรียวยาวของนางยกขึ้นแตะริมฝีปากหนาที่ยังคงหอบหายใจอย่างกระชั้นชิด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าสายลมหนาวเหมันต์ "ฝ่าบาททรงรีบร้อนเกินไปเพคะ... เกมการแก้แค้นของหม่อมฉัน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง..." อี้หลงชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่นแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ขณะที่สายตาคมของนางไม่ได้มองมาที่พระองค์ด้วยความเสน่หาแม้แต่น้อย ทว่ากลับทอดมองผ่านร่างของพระองค์ไปยังทิศทางของประตูห้องนอนที่ปิดสนิท... เสียงฝีเท้าแผ่วเบาคู่หนึ่งกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้หน้าตำหนักบูรพาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านนอกที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ! มิคายามวิกาล ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%