มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 6

กำแพงที่ไม่มีวันทลาย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกรรเชียงของยมทูตที่กำลังพายเรือข้ามฟากแม่น้ำลืมเลือน เพื่อมารับดวงวิญญาณที่เคยตายไปแล้วครึ่งหนึ่งให้แตกสลายลงไปอีกครา หลินฟางเซียนมิได้ขยับกาย นางยังคงนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แสงนวลจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระดาษสา ทาบทับเงาร่างระหงของนางให้ดูโดดเดี่ยว ทว่ามั่นคงดั่งหินผา ริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยชาดสีแดงสดแย้มยิ้มเยียบเย็น ดวงตาคู่หงส์คมกริบราวกับใบมีดน้ำแข็งสะท้อนภาพความรutแร้นในอดีตที่ผุดพรายขึ้นมาในห้วงคำนึง "เปิดประตู" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตนเองดังลอดผ่านรอยต่อของบานประตูไม้เนื้อแข็งเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของขันทีรับใช้ หรือนางกำนัลผู้ภักดี หากแต่เป็นน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอำนาจ บีบคั้น และสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น—น้ำเสียงของจักรพรรดิอี้หลง ฟางเซียนค่อยๆ วางปิ่นปักผมหยกขาวลงบนโต๊ะ ช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าแพรเนื้อดีทิ้งตัวลงกับพื้นห้องราวกับสายน้ำนิ่งสนิท นางไม่อนุญาตให้หัวใจดวงนี้เต้นผิดจังหวะแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกเขาย่ำยีจนแหลกเหลว บัดนี้ได้หล่อหลอมกลายเป็นกำแพงเหล็กกล้า ที่ต่อให้เป็นกองทัพนับแสนหรือน้ำตาของผู้ชายที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ก็ไม่มีวันพังทลายมันลงได้ *แอ๊ด...* บานประตูถูกผลักเปิดออกด้วยเรียวแรงของมหาเล็ก ก่อนที่ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามจะก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้ามแห่งตำหนักบูรพาที่ถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน อี้หลงหอบหายใจแผ่วเบา ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของสตรีผู้เป็นเจ้าของห้อง ทันทีที่สบตากับดวงตาคู่สวยที่เคยทอดมองเขาด้วยความรักและความภักดีอย่างสุดซึ้ง แต่บัดนี้กลับว่างเปล่า เยียบเย็น และไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ หัวใจของโอรสสวรรค์ก็กระตุกวูบราวกับถูกค้อนเหล็กทุบเข้าอย่างจัง "ฟางเซียน..." พระองค์เอพระoามนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ย่างพระบาทเข้ามาหาทีละก้าว ราวกับเกรงว่าภาพเบื้องหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายหายไปหากพระองค์ทรงขยับพระองค์เร็วเกินไป "ฝ่าบาทเสด็จมาผิดที่กระมังเจ้าคะ" ฟางเซียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนากับคนแปลกหน้า "ตำหนักบูรพาแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงปรารถนาอีกแล้ว... และที่สำคัญที่สุด ไม่มี 'ฮองเฮา' ที่พระองค์เคยทรงรังเกียจเดียดฉันท์ ณ ที่แห่งนี้อีกต่อไปเช่นกัน" ถ้อยคำนั้นคมกริบยิ่งกว่ากระบี่น้ำแข็ง แทงทะลุเข้ากลางพระHưดของอี้หลงจนพระองค์ต้องชะงักพระบาท พระเนตรไหวระริกด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก พระองค์ทรงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นกายหอมกรุ่นของดอกเหมยผสมกลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทสัมผัส จนพระองค์แทบคลั่ง "เจ้าโกรธเรา... เจ้าเกลียดเรา ใช่หรือไม่" อี้หลงเอื้อมพระหัตถ์หมายจะแตะต้องเรียวไหลมนของนาง แต่ฟางเซียนกลับเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ใยดี ปฏิกิริยาที่ปฏิเสธสัมผัสอย่างชัดเจนนั้นทำให้พระองค์เจ็บปวดเจียนตาย "เกลียดหรือเพคะ?" ฟางเซียนหัวנסแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวנסที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "คำว่าเกลียด ยังน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่หม่อมฉันรู้สึกต่อพระองค์ เพลิงแค้นที่แผดเผาหม่อมฉันให้ตายทั้งเป็นในตำหนักเย็นเมื่อสามปีก่อน มันหล่อหลอมให้หม่อมฉันกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจ... เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงเคยปฏิบัติกับหม่อมฉันอย่างไรล่ะเพคะ" "วันนั้น... เราถูกใส่ร้าย เราถูกอำนาจมืดบดบังตา!" อี้หลงละทิ้งความเย่อหยิ่งของความเป็นจักรพรรดิ พระองค์เอ่ยแก้ตัวด้วยความร้อนรน น้ำเนตรคลอหน่วยในดวงเนตรคมกริบที่เคยเย่อหยิ่ง "เราสำนึกผิดแล้ว ฟางเซียน... ทุกค่ำคืนตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนที่เราไม่ฝันถึงเจ้า ไม่มีคืนไหนที่เราไม่ถูกลงทัณฑ์ด้วยความรู้สึกผิด... กลับมาหาเราเถียง กลับมาเคียงข้างเราเหมือนวันเก่า เถอะนะ!" พระองค์ทรุดพระองค์ลงคุกพระvานข้างหนึ่งตรงเบื้องพระพักตร์ของนาง มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปกุมชายอาภรณ์ของนางไว้แน่น ราวกับคนจมน้ำที่คว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ พระพักตร์ที่เคยองอาจสง่างามบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกบาปที่สายเกินแก้ ทว่า สิ่งที่พระองค์ได้รับกลับมีเพียงสายตาที่ทอดมองลงมาด้วยความเวทนาอย่างถึงที่สุด "สำนึกผิดงั้นหรือเพคะ?" ฟางเซียนย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ใกล้กับพระองค์ นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางสลักเสลาของอี้หลงขึ้นมาบังคับให้สบตา แรงบีบที่ปลายคางแม้จะไม่ได้หนักหนา แต่กลับหนักอึ้งด้วยแรงแค้นที่สะสมมาเนิ่นนาน "พระองค์ทรงนึกถึงความตายของบุตรชายเราหรือยังเพคะ? พระองค์ทรงนึกถึงเสียงกรีดร้องของหม่อมฉันในวันที่ถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปหรือยัง?" อี้หลงสะعึกเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความทรงจำอันโหดร้ายในวันนั้นย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพของทารกน้อยที่สิ้นลมในอ้อมกอด และหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายของสตรีเบื้องหน้า... ทุกอย่างฉายชัดในหัวจนพระองค์แทบหายใจไม่ออก "ฟางเซียน..." พระองค์กระซิบเสียงเครือ เรียวพระโอษฐ์สั่นระริก "เรายอมทำทุกอย่าง... ขอเพียงแค่เจ้าอภัยให้เรา เจ้าอยากได้ความตายของผู้ใด เจ้าอยากให้บัลลังก์นี้สั่นคลอนแค่ไหน เรายินดียกให้เจ้าทั้งหมด..." "สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ... คือให้พระองค์ลิ้มรสความรู้สึกของการ 'สูญเสีย' สิ่งที่รักที่สุดไปชั่วนิรันดร์" ฟางเซียนกระซิบชิดริมพระโอษฐ์ของอี้หลง น้ำเสียงของนางเยียบเย็นและทรงพลังราวกับคำประกาศิตจากขุมนรก ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกันอยู่ใกล้ชิดทำให้หัวใจของอี้หลงเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวผสมผสานกับความเสน่หาที่ปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษผู้ทรงอำนาจตื่นขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวด อี้หลงไม่สนสิ่งใดอีกแล้ว พระองค์พุ่งเข้าคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวด้วยพละกำลังทั้งหมด บดริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของนางอย่างเร่าร้อน ดุดัน และเปี่ยมด้วยความหิวกระหายที่จะครอบครองเพื่อยึดเหนี่ยววิญญาณที่กำลังจะแตกสลายของตนเองไว้ ฟางเซียนเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่นางมิได้ผลักไส นางปล่อยให้เขาจูบ ปล่อยให้ความดิบเถื่อนและรสชาติของหยาดน้ำตาที่ผสมปนเปกันในรสจูบนั้นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก มือหนาของอี้หลงลูบไล้ไปตามแผ่นหลังระหงอย่างเว้าวอน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความมืดสลัว ความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่ถูกกดทับมานานนับปีระเบิดออกในสัมผัสที่ร้อนรุ่มและวาบหวาม เรียวลิ้นร้อนสอดประสานตักตวงความหวานล้ำที่นางจงใจปล่อยให้เขาได้ลิ้มลอง เพื่อจะดึงเขาลงสู่หุบเหวแห่งความหลงใหล ก่อนจะผลักไสเขาให้ตกหน้าผาแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง พระองค์ทรงอุ้มร่างของนางขึ้นแนบอก แนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวของกันและกัน สัมผัสบนเตียงนอนกว้างที่เคยว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยความร้อนรนของอารมณ์เสน่หาอันบ้าคลั่ง อี้หลงปรารถนาที่จะใช้ร่างกายและจิตวิญญาณของตนเองไถ่ถอนความผิดบาปทั้งหมด ขณะที่ฟางเซียนปล่อยให้นางหลงใหลไปกับเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนนี้ เพื่อใช้มันเป็นอาวุธในการทำลายล้างเขาจากภายใน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดแห่งความวาบหวามและเร่าร้อน เสียงฝีเท้าฝีตีนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านนอกประตูห้องนอนชั้นใน พร้อมกับเสียงรายงานอย่างแตกตื่นของนางกำนัลคนสนิท "ฮองเฮ... เอ๊ย! นายหญิงเพคะ! แย่แล้วเพคะ! คุณชาย... คุณชายตัวน้อยแอบหนีออกมาจากห้องพัก ร้องไห้ตามหาท่านแม่ วิ่งตรงมาทางตำหนักบูรพาแล้วเพคะ!" ร่างของอี้หลงแข็งค้างทันที ดวงเนตรคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ พระองค์ผละออกจากริมฝีปากของฟางเซียนอย่างช้าๆ หันขวับไปมองยังบานประตูที่กำลังจะถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งใกล้เข้ามาทุกที... เสียงเด็กน้อยวัยสามขวบที่เอ่ยเรียกหา "ท่านแม่" ด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ทว่าใบหน้าและดวงตากลับถอดแบบมาจากองค์จักรพรรดิอี้หลงราวกับพิมพ์เดียวกัน! ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ *มิคายามวิกาล*
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%