มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 7

วังวนแห่งความมืด

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายกำยานราคาแพงลอยอบอวลเคล้าคลุ้งอยู่ในตำหนักบูรพา ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่หลินฟางเซียนยังคงจดจำได้ฝังใจ ร่างระหงในอาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์เหิรเยื้องย่างเข้าสู่ห้องทรงพระอักษรอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงัน นางไม่ได้มาในฐานะอดีตฮองเฮาผู้ถูกเนรเทศอย่างไร้ศักดิ์ศรีอีกต่อไปแล้ว หากแต่ก้าวเข้ามาในฐานะหมากตัวสำคัญที่กำลังจะพลิกกระดานอำนาจทั้งหมดของต้าหลี่ให้ลุกเป็นไฟ "เจ้ากล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต ฟางเซียน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เคยเยียบเย็นและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยความเจ็บปวดและโหยหา จักรพรรดิอี้หลงละสายจากฎีกาเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบที่เคยทอดทิ้งนางอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสำนึกบาปจนแทบแหลกสลาย พระองค์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาอดีตภรรยาด้วยความเร่งร้อนราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา ฟางเซียนแย้มยิ้มเยาะ หยัดมุมปากขึ้นอย่างงดงามแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองบุรุษผู้เคยเป็นเจ้าชีวิตด้วยความสมเพชเวทนา "หม่อมฉันเพียงแต่นึกว่า ฝ่าบาททรงโหยหา 'ความจริง' มากกว่าฎีกาพวกนั้นเสียอีกเพคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าคมกริบราวกับใบมีดน้ำแข็ง "ในเมื่อขุนนางฝ่ายซ้ายกำลังคิดคดทรยศ และพระสนมจ้าวก็กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศของแคว้น... ไฉนเลยฝ่าบาทถึงยังทรงหลับพระเนตรข้างหนึ่ง ปล่อยให้วังหลังเน่าเฟะเช่นนี้เล่าเพคะ" อี้หลงสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในทันที กลิ่นกายบุรุษคุ้นเคยที่นางเคยโหยหาและเกוליียดชังตีรวนขึ้นในอก มือหนาเอื้อมออกหมายจะคว้าจับเรียวแขนของนาง แต่นางกลับเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ไยดี รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "อย่าแตะต้องหม่อมฉันด้วยมือที่เคยผลักไสหม่อมฉันลงขุมนรกเด็ดขาดเพคะ ฝ่าบาท" นางกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจักรพรรดิผู้เกรียงไกร "หากพระองค์ทรงต้องการกำจัดเสี้ยนหนามตระกูลจ้าว... ก็จงใช้ร่างกายและอำนาจของพระองค์เป็นเครื่องมือให้หม่อมฉันเสียสิเพคะ" คำพูดของนางเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงอารมณ์ที่อี้หลงพยายามกดขี่ข่มเหงมาแรมปี ความรู้สึกผิด ความคลั่งรัก และความปรารถนาอันดิบเถื่อนพวยพุ่งขึ้นจนสติสัมปชัญญะขาดผึ่ง พระองค์กระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแรง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากของนางอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน หากแต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้า เรียวลิ้นร้อนรุกไล่ตักตวงความหวานล้ำที่พระองค์โหยหามาเนิ่นนาน ฟางเซียนผะผ่าวไปทั่วร่าง แม้ในใจจะรุ่มร้อนด้วยความแค้น แต่มารยาหญิงและสัญชาตญาณของการแก้แค้นทำให้นางไม่ขัดขืน นางปล่อยให้อีกฝ่ายดื่มด่ำความหอมหวานจากริมฝีปาก ก่อนจะตวัดเรียวลิ้นตอบรับอย่างยั่วยวน ดึงดูดให้จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจจมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาจนโงหัวไม่ขึ้น อี้หลงครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ มือหนาปัดป้องสิ่งกีดขวางบนกายบอบบางจนอาภรณ์หลุดร่วงกองลงกับพื้น พรมเปอร์เซียเนื้อนุ่มรองรับร่างทั้งสองที่ล้มลงไปคลุกเคล้ากันอย่างเร่าร้อน ผิวเนื้อนวลเนียนยามต้องแสงเทียนสีส้มสลัวสะท้อนประกายราวกับหยกเนื้อดีที่ถูกเจียระไนอย่างประณีต สัมผัสจากมือหนาร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้า บีบเคล้นสะโพกอวบอัดและทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ "ฟางเซียน... เจ้าช่างใจร้ายเหลือเกิน..." อี้หลงกระซิบเสียงพร่ามัวริมใบหูของนาง ลมหายใจร้อนรินรดซอกคอขาวผ่องจนนางสะท้านเยือก "เจ้ากำลังใช้ข้าเป็นเครื่องมือ... แต่ข้าก็ยอม... ขอแค่ให้เจ้าได้มองข้า..." "ถ้าเช่นนั้น... ก็จงทำตามที่หม่อมฉันต้องการเพคะ..." นางเอ่ยเสียงกระเส่า ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะขณะที่อารมณ์ปรารถนาพุ่งทะยานถึงขีดสุด แรงสอดประสานที่รุนแรงและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางความมืดมิดของราตรี ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวดในอดีต และเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยชีวิต เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนก้องตำหนักบูรพา ราวกับเสียงดนตรีแห่งการล้างผลาญ ฟางเซียนจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของจักรพรรดิเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงแค้นที่อัดอั้น ขณะที่อี้หลงปรนเปรอนางด้วยความเร่าร้อนราวกับคนใกล้ตาย เพื่อไถ่ถอนความผิดบาปที่เคยกระทำ ยามรุ่งสางใกล้มาเยือน ร่างกายที่อ่อนเปลี้ยจากการร่วมรักนอนแนบชิดอยู่บนเตียงบรรทม อี้หลงหลับสนิทด้วยความเหนื่อยอ่อน ขณะที่ฟางเซียนลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตาสุกสกาวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นางยันกายลุกขึ้น หยิบแผนที่เส้นทางกองทัพพายัพที่ซ่อนอยู่ในสำนักลับของตระกูลจ้าวขึ้นมาดู ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวกบฏที่นางเพิ่งขโมยมาจากห้องทรงพระอักษรเมื่อครู่ ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะก้าวลงจากเตียง สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะทรงพระอักษร... มันคือรายงานลับจากหน่วยเงาหลวง ที่ระบุผลการตรวจสอบชาติกำเนิดของเด็กชายวัยสามขวบผู้หนึ่งในหมู่บ้านทางตอนใต้ พร้อมภาพวาดใบหน้าเด็กน้อยที่มีดวงตาคมกริบและริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดแบบมาจากจักรพรรดิอี้หลงไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกarmทันทีเมื่อตระหนักว่า ความลับที่นางพยายามปกปิดสุดชีวิต... บัดนี้ได้ตกอยู่ในมือของบุรุษผู้เป็นสามีเก่าที่กำลังตื่นบรรทมขึ้นมาพอดี! ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวังวนแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะคะ มิคายามวิกาลซาบซึ้งในทุกกำลังใจของรี้ดเดอร์ทุกท่านมากค่ะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%