มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 3

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
ความมืดมิดในตำหนักบูรพาไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่หลินฟางเซียน มีเพียงกลิ่นอายความทรงจำอันเน่าเฟะของอดีตที่คอยกรีดแทาะหัวใจ แต่วันนี้... ความเงียบงันกลับถูกทำลายลงด้วยเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา จักรพรรดิอี้หลงไม่ได้เคาะประตู พระองค์พังทลายทุกกฎเกณฑ์ของความเหมาะสมด้วยการก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในยามวิgàr โดยปราศจากซุ่มเสียงของราชรถหรือราชองครักษ์ "เจ้าหลบหน้าเรามาสามวันแล้ว ฟางเซียน" พระสุระเสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย แฝงไว้ด้วยความกระหายหิวที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน อี้หลงก้าวเข้าไปใกล้นางทีละก้าว ดั่งเสือร้ายที่ต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยแต่ทรงพลังแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายพล aพลอยร้อนรุ่ม ดวงเนตรคมกลาบของโอรสสวรรค์คู่นั้นไม่ได้มองเพียงใบหน้าของนาง แต่กวาดมองไปทั่วเรือนร่างระหงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนอนผ้าแพรบางเบา ราวกับต้องการแผดเผาอาภรณ์ทุกชิ้นให้มลายสิ้นด้วยสายตา หลินฟางเซียนมิได้ถอยหนี นางเพียงแต่เชิดคางขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างท้าทาย "หม่อมฉันเป็นเพียงอดีตฮองเฮาที่พระองค์ทรงรังเกียจ การที่ฝ่าบาทเสด็จมาเยือนตำหนักต่ำต้อยเช่นนี้ เกรงว่าจะทรงเหยียบย่ำพระบาททองคำของพระองค์เสียเปล่าๆ เพคะ" คำพูดนั้นคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง ทว่าอี้หลงกลับไม่ถอยหลัง กลับกัน พระองค์สาวเท้าเข้ามาจนชิด ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากอกกว้าง มือหนาราวคีมเหล็กคว้าเข้าที่เอวคิ้วคอดของนางอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ดึงรั้งเข้าหาพระวรกายจนหลินฟางเซียนหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ปากของเจ้ายังคงคมกริบเหมือนวันที่เจ้าถูกเนรเทศไม่มีผิด..." อี้หลงก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนนางสะấuท้าน "แต่เจ้าคงลืมไปแล้วกระมัง... ว่าบัลลังก์นี้ และร่าง กายของเจ้า เป็นของใครตั้งแต่แรก" "ปล่อยนะเพคะ! ฝ่าบาททรงล่วงเกิน..." คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาร้อนระอุประทับลงมาบดขยี้เรียวปากคู่งามของนางอย่างอุกอาจ ไร้ซึ่งความนุ่มนวล มีเพียงความหิวกระหาย ความโหยหา และแรงปรารถนาอันบ้าคลั่งที่สะสมมาแรมปี หลินฟางเซียนพยายามเบือนหน้าหนีและทุบอกกว้างนั้นสุดแรงเกิด แต่มันช่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก บดเบียดเคล้นคลึงจนนางแทบขาดอากาศหายใจ รสจูบนั้นทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยการแสดงความเป็นเจ้าของที่นางเกลียดชังนักหนา น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตา แต่มันกลับยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวอี้หลงให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด พระองค์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้ingนางได้สูดอากาศ ก่อนจะซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้อเนียนจนเกิดรอยกุหลาบแดงก่ำไปทั่วทิศทาง มือหนาลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระอย่างจาบจ้วง อาภรณ์เนื้อดีถูกกระชากด้วยแรงอารมณ์จนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนที่สะท้อนกับแสงจันทร์สลัว "ฝ่าบาท... อึก... ทรงหยุด..." นางครางประท้วง เสียงนั้นสั่นพร่าและเจือไปด้วยความสะท้านไหวที่นางไม่อาจควบคุม "หยุดไม่ได้อีกแล้ว ฟางเซียน..." อี้หลงเงยพระพักตร์ขึ้น ดวงตาคมกลาสัดส่ายด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนจนน่ากลัว "เจ้าทำให้เราคลั่งมามากพอแล้ว... ถึงเวลาที่เจ้าต้องชดใช้ด้วยร่างกายและหัวใจของเจ้า" ร่างบางถูกผลักลงบนเตียงนอนนุ่มนวลอย่างแรง น้ำหนักวรกายของจักรพรรดิโถมทับลงมาดั่งภูเขาผา อี้หลงไม่ปล่อยให้พระนางได้ตั้งตัว พระองค์ประทับจูบซับหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มอย่างอ่อนโยนชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ มือแกร่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้เหนือศีรษะ ขณะที่ริมฝีปากและสัมผัสจากมือใหญ่วาดลวดลายไปทั่วทุกตารางนิ้วบนเรือนร่าง ผิวเนื้อที่เสียดสีกันสร้างความร้อนระอุขึ้นในห้องบรรทม เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางประท้วงที่ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเซ่อด้วยความซาบซ่าน ความเจ็บปวดจากอดีตถูกหลอมละลายด้วยสัมผัสอันวาบหวามที่พระองค์มอบให้อย่างไม่รู้จักพอ อี้หลงปรนเปรอนางด้วยความรักความหลงที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยสำนึกบาป ทุกการเคลื่อนไหวหนักหน่วงและเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ ดั่งการโอบกอดเพื่อไถ่ถอนความผิดบาปทั้งหมดที่พระองค์เคยกระทำ แต่มันก็แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนของการประกาศความเป็นเจ้าของ—ว่านางคือของพระองค์ ตราบจนนิรันดร์ หลินฟางเซียนจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของอดีตสวามีจนเกิดรอยเลือดซิบ ความสุขสมและเกลียดชังตีรวนกันจนแยกไม่ออก ร่างกายของนางบิดเร้าไปตามจังหวะรักที่ดุเดือดและลึกซึ้ง น้ำตาร่วงหล่นลงหมอนเปียกชื้น แต่นางกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ร่างกายและจิตวิญญาณส่วนลึกกำลังพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนนี้อย่างราบคาบ ยามเมื่อพายุอารมณ์สงบลงในยามดึกสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ อี้หลงซุกพระพักตร์ลงบนลาดไหล่เนียนของนาง แขนแกร่งกอดกระหวัดร่างระหงไว้แน่นราวกับกลัวว่าตื่นมาแล้วนางจะสลายหายไป กลีบปากหนากำลังจะเอื้อnเอ่ยคำหวานซึ้งเพื่อขออภัยต่อความผิดบาปในอดีต ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม สายตาของจักรพรรดิอี้หลงที่ทอดมองไปยังปลายเตียง กลับต้องสะดุดกึกเข้ากับเงาร่างเล็กกระจิรฤทธิ์ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ยืนแอบอยู่หลังม่านบังตา ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว และโครงหน้าจิ้มลิ้มที่สะท้อนกับแสงเทียน... ช่างถอดแบบมาจากพระพักตร์ของพระองค์ในวัยเยาว์ราวกับแกะ! หัวใจของโอรสสวรรค์กระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและความเร่าร้อนในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%