มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 2

สายตาที่มองทะลุวิญญาณ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานหมื่นลี้ยังคงลอยวนเวียนอยู่ภายใต้หลังคาตำหนักบูรพา ทว่าบรรยากาศกลับอึมครึมเสียจนผู้คนรอบกายแทบไม่กล้าหายใจแรง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของจักรพรรดิอี้หลงจดจ้องร่างระหงเบื้องหน้า ราวกับต้องการจะแผดเผาอาภรณ์แพรไหมสีนวลและผิวเนื้อภายใต้นั้นให้ทะลุปรุโปร่ง หัวใจของพระองค์เต้นกระหน่ำรัวราibกลองศึกที่ถูกตีระรัวในอก ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบราวกับถูกคมมีดนับพันเล่มกรีดซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด ภาพของสตรีผู้หนึ่งซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด—สตรีผู้ที่พระองค์เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี สตรีผู้ที่ถูกไฟเผาผลาญจนเหลือเพียงเถ้าธุลีในตำหนักเย็นเมื่อสามปีก่อน "เจ้า... พูดใหม่อีกครั้งซิ" สุรเสียงของอี้หลงแหบพร่าและสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ พระองค์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางทีละก้าว ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายหายไปหากพระองค์เอื้อมมือไปแตะต้อง หลินฟางเซียนมิได้ถอยหนี นางเพียงแต่ยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดแทงหัวใจของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ให้ร้าวราน นางเชิดใบหน้างดงามขึ้นอย่างถือดี นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววเย้ยหยันที่ปิดไม่มิด "ฝ่าบาททรงมีพระสติน้อยไปแล้วกระมังเพคะ หรือว่าความผิดบาปในอดีตกำลังหลอนหลอกจนพระองค์ทรงมองเห็นคนตายกลายเป็นคนเป็น?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกเสียจนผู้ฟังรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงไขกระดูก อี้หลงชะงักฝีเท้าลง ลมหายใจของพระองค์ติดขัด พระเนตรคู่คมแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย—ทั้งความโหยหา ความตกใจกลัว และความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณมาเนิ่นนาน สามปีที่ผ่านมา พระองค์ใช้ชีวิตดั่งคนตายทั้งเป็น ทุกค่ำคืนมีเพียงภาพเงาร่างอันบอบช้ำของนางคอยตามหลอกหลอน และบัดนี้ นางกลับมายืนอยู่ตรงนี้แล้ว... มีลมหายใจ มีหยาดเลือด มีความเกลียดชังที่พ่นพิษใส่พระองค์อย่างไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน "ไม่ใช่... เจ้าไม่ใช่ภาพหลอน" อี้หลงพึมพำ พระหัตถ์หนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะสัมผัสพวงแก้มเนียนนุ่มที่พระองค์เคยฝันหามานับพันค่ำคืน "กลิ่นกายนี้... แววตานี้... ฟางเซียน เป็นเจ้าจริงๆ ใช่ไหม? เจ้ายังไม่ตาย..." *เพี๊ยะ!* เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบงัน ข้ารับใช้และนางกำนัลที่หมอบกราบอยู่กับพื้นต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและหมอบต่ำลงไปอีก แทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเข้าออก อี้หลงหันพระพักตร์ไปตามแรงตบ ทว่าพระองค์มิได้กริ้วโกรธแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มขมขื่นและหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยพระเนตร สัมผัสอุ่นร้อนที่ข้างแก้มนี้ยืนยันชัดเจนว่าสตรีตรงหน้ามีตัวตนจริง นางคือหลินฟางเซียน อดีตฮองเฮาผู้ถูกถอดถอน และบัดนี้คือนางสนมเอกผู้เข้ามาใหม่เพื่อทวงคืนทุกสิ่ง "ทรงมีสติเสียที ฝ่าบาท!" ฟางเซียนตวาดกร้าว นัยน์ตาสEมปนไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเงียบงันมานาน "หม่อมฉันคือหลินฟางเซียนคนเดิมที่พระองค์เคยเหยียบย่ำจนจมดิน หรือพระองค์ทรงลืมไปแล้วว่าทรงทำอะไรกับหม่อมฉันและบุตรในครรภ์บ้าง!" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจอี้หลง พระองค์เซถอยหลังไปครึ่งก้าว ความรู้สึกผิดโถมซัดเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สาดซัดชายฝั่ง พระองค์ทรุดเข่าข้างหนึ่งลงเบื้องหน้านางอย่างไม่ยอมรักษาพระIกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นจักรพรรดิอีกต่อไป มือหนาคว้าชายอาภรณ์ของนางไว้แน่น ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวการถูกทอดทิ้ง "เราสำนึกแล้ว... ฟางเซียน เราสำนึกบาปแล้วจริงๆ" อี้หลงเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาหยดแรกร่วงหล่นลงบนพื้นหินอ่อน "ทุกค่ำคืนเราเจ็บปวดเจียนตาย ยมโลกก็มิอาจเทียบเท่ากับขุมนรกในใจที่เราต้องเผชิญยามไม่มีเจ้า ได้โปรด... ลงโทษเรา เฆี่ยนตีเรา หรือเอาชีวิตเราไปเสีย แต่อย่าทำสายตาเย็นชาใส่เราเช่นนี้อีกเลย" ฟางเซียนมองดูบุรุษผู้เคยยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดกำลังคุกเข่าอ้อนวอนแทบเท้า หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความรู้สึกซับซ้อน—มีความสะใจลึกๆ ที่ได้เห็นสุนัขรับใช้ผู้เคยจองหองต้องมาสยบแทบเท้า แต่ในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดจากอดีตก็กรีดลึกจนนางต้องกำมือแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอไม่ให้ไหลริน "ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างพระองค์เพคะ..." ฟางเซียนโน้มตัวลงกระซิบข้างพระ कर्ण แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจจากขุมนรก "พระองค์ต้องมีชีวิตอยู่... อยู่เพื่อมองดูสิ่งที่พระองค์รักค่อยๆ แตกสลายคามือ และชดใช้ความเจ็บปวดที่หม่อมฉันเคยได้รับทีละน้อย จนกว่าพระองค์จะอ้อนวอนขอความตายด้วยซ้ำ!" ความเร่าร้อนและบีบคั้นในบรรยากาศพุ่งทะยานถึงขีดสุด อี้หลงไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่พระองค์กลับเงยพระพักตร์ขึ้นมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและปรารถนาอันบ้าคลั่ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใดถูกปลุกเร้าขึ้นด้วยความท้าทายจากสตรีผู้เย่อหยิ่ง ก่อนที่อี้หลงจะทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด พระหัตถ์แกร่งก็คว้าหมับที่เอวคอดกิ่วของนางแล้วดึงเข้าหาพระองค์อย่างแรง แรงกระชากนั้นทำให้ร่างบางเซถล همเข้าปะทะกับแผงพระอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันและกันสร้างความสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์ ฟางเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพระโอษฐ์ร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกลีบปากของนางอย่างไร้การปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการรุกรานที่เร่าร้อน ดุดัน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานสามปี ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาโกยเอาความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยของนางไว้ไม่ให้ขัดขืน ส่วนอีกข้างโอบกระชับเอวคอดแน่นราวกับจะหลอมรวมร่างของนางให้เป็นเนื้อเดียวกับพระองค์ นางพยายามจะทุบตีและขัดขืน แต่แรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำจากอีกฝ่ายกลับทำให้สติของนางพร่าเลือน กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความโกรธแค้นและความปรารถนาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนอันมืดมิดนี้ ขณะที่อี้หลงกำลังจมดิ่งลงในห้วงอารมณ์เสน่หาและพยายามตักตวงความหวานจากร่างบาง สายพระเนตรที่กวาดผ่านหัวไหล่มนของนางไปยังเบื้องหลังก็พลันสะดุดเข้ากับบางสิ่ง... ที่มุมมืดของฉากกั้นห้อง มีร่างเล็กกระจิรرิตของเด็กชายคนหนึ่งยืนแอบอยู่ ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว และโครงหน้าจิ้มลิ้มที่สะท้อนกับแสงเทียน... ช่างถอดแบบมาจากพระพักตร์ของจักรพรรดิอี้หลงในวัยเยาว์ราวกับแกะ! ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความเจ็บปวดและสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%