"ความลับเรื่ององค์ชายรัชทายาทที่แท้จริง... กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าขุนนางทั้งแผ่นดินในท้องพระโรงพรุ่งนี้เช้าพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงรายงานขององครักษ์เงาที่ดังลอดผ่านม่านไหมปักลายหงส์สีชาด ไม่ได้ทำให้หลินฟางเซียนสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปลายเรียวนิ้วบรรจงใช้หวีงาช้างสางเรือนผมยาวสลวยอย่างใจเย็น ราวกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศนอกหน้าต่าง หาใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่อาจพลิกแผ่นดินให้ลุกเป็นไฟไม่
"ปล่อยให้พวกมันเล่นละครฉากใหญ่ไปก่อนเถอะค่ะ"
น้ำเสียงของอดีตฮองเฮาเรียบเฉย เย็นเยียบจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย
ยามนี้ ฟางเซียนไม่ใช่สตรีอ่อนแอผู้เคยถูกเหยียบยละอองธุลีในตำหนักเย็นอีกต่อไปแล้ว ทุกรอยแผลเป็นในอดีตคือศาสตราวุธที่นางลับจนคมกริบ การที่ตระกูลอี้และกลุ่มขุนนางฝ่ายตรงข้ามพยายามหยิบยกเรื่องสายเลือดขององค์ชายรัชทายาทขึ้นมาเป็นเครื่องมือประจานนางในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ ย่อมเป็น "กับดัก" ที่พวกมันขุดล่อไว้ให้ตนเองตกลงไปต่างหาก
เบื้องหลังม่านพับลายมังกรทอง ทันทีที่ข่าวสารนี้แพร่สะพัด จักรพรรดิอี้หลงก็ทรงบันดาลโทสะจนแจกันหยกโบราณราคาค่างวดมหาศาลแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี ดวงเนตรคมกริบดั่งพญามังกรแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกบาป พระองค์ก้าวพระบาทรุดเข้ามาในตำหนักของนางด้วยลมหายใจหอบกระชั้น ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าโอบกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปกับสายลม
"ฟางเซียน... เจ้าได้ยินที่พวกมันพูดหรือไม่!" อี้หลงตรัสด้วยพระสุระเสียงสั่นเทา ความเย่อหยิ่งทระนงตนในอดีตมลายหายสิ้น เหลือเพียงบุรุษผู้โง่เขลาที่กำลังจะสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตไปอีกครั้ง "ข้าจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในคืนนี้! ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเจ้ากับลูกอีก แม้แต่แผ่นฟ้าข้าก็จะพลิกคว่ำเพื่อปกป้องพวกเจ้า!"
ฟางเซียนมิได้ดิ้นรนขัดขืน นางปล่อยให้อ้อมแขนที่เคยผลักไสให้นางตกนรกทั้งเป็นโอบกอดไว้ ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนพระอุระแกร่งที่กำลังสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง นางเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสวามี แววตาคู่นั้นว่างเปล่าจนน่ากลัว
"ฝ่าบาททรงกังวลเรื่องอันใดหรือคะ... หรือทรงกลัวว่าบัลลังก์มังกรของพระองค์จะสั่นคลอน หรือทรงกลัวว่าความโง่เขลาของพระองค์ในอดีตจะถูกเปิดโปงต่อหน้าสาธารณชนกันแน่"
คำถามทิ่มแทงหัวใจทำให้สวรรค์แทบถล่มลงมา อี้หลงเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกพันคมมีดกรีดแทingซ้ำๆ พระองค์สั่นเทาไปทั้งร่าง ก้มลงซบพระพักตร์ลงกับลาดไหล่บอบบางของนาง หยาดน้ำตาอุ่นร้อนหยดลงบนเนื้อผ้าจนเปียกชื้น
"ข้าขอโทษ... ข้ามันโง่เง่า ยอมให้คนชั่วหลอกใช้จนทำลายเจ้าและลูก... ได้โปรด ฟางเซียน ลงโทษข้าเถอะ อยากให้ข้าตายร้อยครั้งพันครั้งข้าก็ยอม แต่อย่าทำสายตาห่างเหินเช่นนี้ใส่ข้าเลย..."
คำอ้อนวอนที่น่าสมเพชเวทนาของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ช่างห่างไกลจากบุรุษผู้เย็นชาใจร้ายในอดีตลิบลับ ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจทำให้พระองค์แทบคลั่ง ยิ่งเห็นความนิ่งเฉยของนาง อี้หลงก็ยิ่งสูญเสียการควบคุม ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับจูบลงบนซอกคอขาวระหงอย่างเว้าวอน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกวาบหวามสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย
ฟางเซียนหลับตาลงรับสัมผัส ร่างกายของนางตอบสนองต่อความเร่าร้อนนี้อย่างซื่อตรง แม้หัวใจจะด้านชาดั่งน้ำแข็ง แต่วิถีแห่งเนื้อหนังกลับเรียกร้องหาการระบายความอัดอั้นตันใจ อี้หลงประคองท้ายทอยนางให้แหงนเงยขึ้นรับจูบอันดุเดือดและลึกซึ้ง ริมฝีปากที่สั่นเทาบดขยี้เรียวปากนุ่มของนางด้วยความโหยหา รสจูบที่ทั้งหวานล้ำ ขมขื่น และเต็มไปด้วยความสำนึกผิดแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่โหมกระหน่ำในยามวิกาล
มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นด้วยความเร่งรีบและทะนุถนอมในคราเดียวกัน ผิวเนียนละเอียดดั่งหยกขาวสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง อี้หลงทาบทับร่างลงมาอย่างกระหายหิว พระองค์พรพจน์จูบไปทั่วเรือนร่างระหง ราวกับต้องการชดเชยทุกหยาดหยดของน้ำตาที่นางเคยหลั่งริน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่ยามนี้ยอมจำนนแทบเท้าสตรีที่ตนเคยเหยียบย่ำ
ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันของรัตติกาล แรงปรารถนาอันรุนแรงและหยาดเหงื่อที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว คือการปลดปล่อยความเจ็บปวดในอดีตให้ออกไปจากร่างกาย อี้หลงโอบกอดนางไว้แนบแน่นในจังหวะสุดท้ายที่ไปถึงจุดสูงสุดแห่งความสุขสม เสียงหอบหายใจรดรินข้างใบหู พร้อมกับคำพร่ำเพ้อรักที่นางเคยโหยหาแต่วันวาน—ทว่าบัดนี้มันกลับไร้ความหมายสิ้นเชิง
เมื่อความมืดโรยราและแสงสีเงินแห่งรุ่งอรุณเริ่มทอประกายที่ขอบฟ้า ฟางเซียนลุกขึ้นยืนหยัดอย่างสง่างาม นางมองดูอี้หลงที่ยังคงนอนหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อนบนเตียงด้วยแววตาเฉียบคม
แผนการร้ายของศัตรูที่เตรียมจะเปิดโปงนางในท้องพระโรงเช้าวันนี้... พวกมันหารู้ไม่ว่า ประตูแห่งนรกที่แท้จริงได้ถูกเปิดรอต้อนรับพวกมันไว้หมดแล้ว
นางก้าวเดินออกจากตำหนักด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ทว่าก่อนที่นางจะก้าวพ้นธรณีประตู องครักษ์เงากลับพุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยใบหน้าซีดเผือด รายงานข่าวกรองล่าสุดที่ทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก
"ทูลพระนาง... คนที่อยู่เบื้องหลังแผนการในท้องพระโรงวันนี้ ไม่ใช่เสนาบดีหลี่พ่ะย่ะค่ะ... แต่เป็นองค์ชายรองผู้ล่วงลับที่แอบติดต่อกับแคว้นศัตรู และบัดนี้... คนที่ถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้เล่นงานพระนาง... กำลังยืนรออยู่หน้าท้องพระโรง พร้อมกับ... เด็กชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายฝ่าบาทราวกับพิมพ์เดียวกันพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" เสมอมานะคะ
มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 16
กับดักของมเหสีเก่า
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!