ความเงียบงันภายในตำหนักส่วน
ในยามวิกาลเช่นนี้ราวกับมีคมมีดนับร้อยเล่มกรีดแทangลงบนผนังหัวใจของคนทั้งคู่ หลินฟางเซียนแทบหยุดหายใจ ดวงตาดอกท้อคู่สวยที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งไส บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกปนสมเพชเวทนา นางไม่คาดคิดเลยว่า ความลับที่นางใช้ชีวิตและลมหายใจเข้าแลกเพื่อปกปิดมาตลอดหลายปี จะถูกเปิดเผยออกมาจากริมฝีปากของบุรุษผู้เป็นต้นเหตุแห่งความพินาศในอดีต
"เจ้า... พูดอะไรออกมานะเพคะ" ฟางเซียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างระหงสั่นสะท้านด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก นางถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไม้สลักลายหงส์ สัญชาตญาณการป้องกันตัวกรีดร้องลั่นว่าอี้หลงในยามนี้อันตรายยิ่งกว่าอสรพิษร้าย
อี้หลงก้าวเข้าไปหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ดวงตาคมกราบกรานเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่มิยอมร่วงหล่น ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นโอรสสวรรค์ถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า ตั้งแต่วินาทีที่เขาตระหนักว่า ร่องรอยบาดแผลและคราบน้ำตาบนร่างบางในอดีต คือสิ่งที่เขาเป็นผู้ประทับมันลงไปด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาของตนเอง
"ข้าขอโทษ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาจนน่ากลัว กลับสั่นเครือและแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม อี้หลงคุกเข่าลงเบื้องหน้านางอย่างไม่นึก
เกรงศักดิ์ศรี มือหนาที่เคยสังหารคนนับหมื่นและสั่งประหารตระกูลหลินอย่างไร้ความปรานี บัดนี้กลับสั่นเทาน้อยๆ ขณะพยายามเอื้อมมาแตะชายอาภรณ์ของนางราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดแล้วหวังเพียงการอภัย
"เจ้ายกโทษให้ข้าได้หรือไม่... ฟางเซียน ข้ามันเลวทราม ข้ามันตาบอด หูหนวก หูเบา ปล่อยให้คนชั่วช้ามาเป่าหูจนทำลายเจ้าและลูก... ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าควรจะทะนุถนอมด้วยสองมือของตัวเอง"
คำว่า "ลูก" ที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำให้หัวใจของฟางเซียนเจ็บแปล๊บราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมาที่แผลเก่า นางแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม แต่มันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มันคือหยาดน้ำตาแห่งความแค้นเคืองที่สะสมมานานนับปี
"คำขอโทษงั้นหรือเพคะ?" ฟางเซียนก้มลงมองบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินที่กำลังหมอบราบคาบศิษย์อยู่แทบเท้า นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางเขาขึ้นบังคับให้สบตากับนาง แววตาของอดีตฮองเฮาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและเย็นชาจนน่ากลัว "ฝ่าบาททรงคิดว่าคำขอโทษคำเดียว จะล้างเลือดตระกูลหลินนับร้อยชีวิตที่ตายเพราะความโง่เขลาของพระองค์ได้หรือเพคะ? จะคืนลมหายใจให้ลูกน้อยที่สิ้นใจไปในครรภ์เพราะยาพิษที่พระองค์ประทานให้ได้หรือไม่!"
อี้หลงสะعึกเฮือก ราวกับถูกกระบี่นับพันเล่มแทงทะลุหัวใจ ความเจ็บปวดที่ฟางเซียนได้รับในอดีตสะท้อนกลับมาเป็นความทรมานเจียนตายในยามนี้ เขาจำได้แม่น... จำได้ถึงวันที่นางร้องขอความเมตตา จำได้ถึงเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อเขาสั่งให้คนลากนางไปโบยอย่างไร้ความปราณี เพียงเพราะเชื่อคำเท็จของสนเอกและอำนาจมืดในราชสำนัก
"ข้ารู้... ข้ารู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันไม่อาจให้อภัยได้" อี้หลงขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนเรียวขาของนาง สายตาที่เขามองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ ความโหยหา และความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณ "แต่ได้โปรด... ลงทัณฑ์ข้าเถอะ ฟางเซียน จะให้ข้าเอาชีวิตเข้าแลก หรือทรมานร่างกายนี้อย่างไร ข้าก็ยอมทั้งสิ้น ขอเพียงแค่... อย่าผลักไสข้าอีกเลย"
ความใกล้ชิดที่ระอุไปด้วยกลิ่นอายบุรุษและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์ที่ยากจะควบคุม ร่างกายของฟางเซียนร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความอ่อนแอของอี้หลง
นางเกลียดเขา... เกลียดจนอยากจะใช้มีดกรีดเนื้อเขาออกมาทีละชิ้น แต่นางก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ร่างกายนี้ยังคงจดจำสัมผัสของเขาได้อย่างแม่นยำ
อี้หลงเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาท่ามกลางความเจ็บปวด มือหนาที่ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องนางแรงเกินไป ค่อยๆ เลื้อยขึ้นมาโอบรอบเอวคอดกิ่วของนางอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจของทั้งคู่กระชั้นชิดจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่ง
"ฝ่าบาท..." ฟางเซียนพยายามจะผลักไส แต่น้ำเสียงของนางกลับสั่นพร่าและขาดห้วง เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาเริ่มลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบา ส่งผ่านความร้อนรุ่มแผดเผาไปทั่วผิวเนื้อ
"ข้าขอโทษ..." เขากระซิบชิดริมฝีปากนาง ก่อนจะกดจูบลงมาอย่างโหยหาและเวทนา รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความสั่นเครือและหยาดน้ำตา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดุเดือด และเรียกร้องราวกับคนใกล้ตายที่ได้พบน้ำทิพย์ อี้หลงบดขยี้ริมฝีปากนุ่มของนางด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของนางอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่ฟางเซียนพยายามขัดขืนแต่ก็พ่ายแพ้ให้กับความวาบหวามที่เขาสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก อี้หลงไม่ปล่อยให้นางได้ตั้งตัว เขารวบร่างบางเข้ามาแนบอก ลุกขึ้นยืนโดยที่วงแขนยังคงอุ้มกระชับร่างของฟางเซียนไว้แน่น นางเผลอใช้มือเรียวโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ดวงตาดอกท้อฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความสับสนและเร่าร้อน
ร่างของฟางเซียนถูกวางลงบนแท่นบรรทมกว้างอย่างทะนุถนอมราวกับนางคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในจักรวาล อี้หลงทาบทับร่างหนาลงมา กักขังนางไว้ใต้ร่างของเขา แววตาของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจในยามนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงจนน่ากลัว เสื้อผ้าภายนอกถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นด้วยความเร่งรีบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลและปรารถนาอันแรงกล้า
ผิวเนียนนุ่มดั่งหยกขาวของฟางเซียนกระทบกับสายตาที่เต็มไปด้วยไฟสวาทของเขา อี้หลงก้มลงพรมจูบไปทั่วซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้นางสะท้านเยือก ร่างกายบิดเร้าด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง
"อื้อ... อี้หลง..." เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ ฟางเซียนจิกปลายนิ้วลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่ถาโถมเข้ามาไม่ยั้ง
อี้หลงเงยหน้าขึ้นมองนาง หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากแกร่ง ดวงตาคู่คมฉายแววเวทนาและรักใคร่อย่างสุดซึ้ง เขาสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือเรียวของนาง กดตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ลึกซึ้งและเร่าร้อน เต็มอิ่มไปด้วยความโหยหาที่รอคอยมานานแสนนาน
บทเพลงรักอันเร่าร้อนและดุเดือดดำเนินไปท่ามกลางคราบน้ำตาและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ในค่ำคืนนี้ไม่มีฮองเฮาและจักรพรรดิ มีเพียงชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังใช้ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งแผดเผาบาปกรรมในอดีตให้มอดไหม้ไปพร้อมกับเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา
ทว่า... ในขณะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด และอี้หลงกำลังจะก้มลงมอบจูบสุดท้ายเพื่อยืนยันคำสาบานแห่งรัก สายตาของฟางเซียนที่ปรือปรอยมองข้ามไหล่หนาของเขาไปยังมุมมืดของห้อง ก็ต้องเบิกโพรงขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด
เงาร่างเล็กกระจิรริดของเด็กชายวัยราวสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนแอบอยู่หลังฉากกั้นห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้น... ถอดแบบมาจากใบหน้าของอี้หลงราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน!
"ท่านแม่... เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ ทำไมบุรุษหน้าดุคนนั้นถึงมารังแกท่านแม่ล่ะขอรับ?"
เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำเอาอี้หลงที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ถึงกับตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 13
คำสารภาพที่ไม่มีใครเชื่อ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!