หมูสามชั้นชิ้นโตที่ผ่านการเคี่ยวกับซีอิ๊วดำและน้ำตาลเคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนลิ้น รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมกำลังดี ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นแตะจมูกพร้อมกับกลิ่นหอมของพริกไทยดำและรากผักชีที่โขลกละเอียด มันคือความสุขชิ้นโตที่ผู้กองธันวาตั้งใจบรรจงคีบใส่จานให้ผม… เอ๊ย ให้มินตราต่างหากครับ
"กินเสียหน่อยเถอะครับ คุณมินตรา หน้าตาดูซีดเซียวตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเช่าท้ายซอยนี่แล้วนะ หรือว่าวิญญาณเจ้าที่เขามาทักทายอะไรตอนดึกหรือเปล่า"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยเย้าแหย่ แต่นัยน์ตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกลับฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มินตราบดริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย หญิงสาวปรายตามองหมูสามชั้นในจานสลับกับใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นของสามีจำเป็นคนนี้
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร... หน้าตาคมเข้มระดับพระเอกหนังจอเงิน แถมยังพกพาความอบอุ่นระดับไมโครเวฟเคลื่อนที่มาแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่ายุค 80 นี้ผีสางมันชุกชุมและญาติฝั่งสามีจอมสูบกำลังจ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อสมบัติของเธอ มินตราคงคิดว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายรักโรแมนติกน้ำดีสักเรื่องแล้วกระมังครับ
"ฉันไม่ได้กลัวผีหรอกค่ะ เอ้ย! ผมหมายถึง... ฉันไม่ได้กลัวผีสางที่ไหนหรอกผู้กอง" มินตราเกือบหลุดปากพูดสรรพนามชายแท้
แต่ก็นะ... ด้วยความที่เธอเพิ่งทะลุมิติเข้ามาสิงร่างหญิงสาวอาภัพคนนี้ได้ไม่นาน แถมในหัวยังมีระบบ "หมอผีไอที" ที่ต้องคอยอัปGaeตโคdeอาคมปราบผีควบคู่ไปกับการทำมาหากิน ย่อมมีเผลอหลุดปากกันบ้างเป็นธรรมดา
มินตราใช้ตะเกียบไม้ไผ่คีบหมูสามชั้นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง รสชาติความอร่อยระดับมิชลินสตาร์ในยุค 80 แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากจนเธอต้องหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ความเครียดจากการโดนป้าสะใภ้ตัวแสบตามมาทวงหนี้เมื่อตอนบ่ายพลันมลายหายไปชั่วขณะ
"อร่อยล่ะสิครับ สูตรนี้ผมจำมาจากแม่ตอนอยู่ค่ายทหารที่ลพบุรีโน่น นานๆ จะได้เข้าครัวที โชคดีที่คุณมินตราเปิดประตูมิติลับเข้ามาพอดี ผมเลยถือโอกาสทำเผื่อเสียเลย" ธันวายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี เขานั่งลงตรงข้ามบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในบ้านเช่าหลังทรุดโทรมที่เต็มไปด้วยหยากไย่
แต่แปลกเสียจริง... พอมีผู้ชายคนนี้เข้ามาป้วนเปี้ยน พร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารและไอร้อนจากเตาถ่าน บ้านเช่าผีสิงบรรยากาศวังเวงหลังนี้ กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับคฤหาสน์หลังใหญ่ขึ้นมาทันตาเห็น
"อร่อยค่ะ... เอ๊ย อร่อยมากค่ะ เอ้ย อร่อยครับ!" มินตราสะดุ้งโหยง รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาพินิจพิเคราะห์ของนายทหารหนุ่มที่มองมาอย่างสงสัย "เอ่อ หมายถึงฝีมือผู้กองนี่ไม่ธรรมดาเลยนะคะ เอ๊ย ครับ! ฝีมือเยี่ยมมาก"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังเสียเหลือเกิน "คุณมินตรารีบร้อนเสียจริง จะเรียกผมว่าอะไรก็เอาIตามสะดวกเถอะครับ ผมไม่ได้ถือสาเรื่องพิธีรีตองอะไรนักหรอก แต่อย่าลืมนะว่า... เย็นนี้เรามีงานใหญ่ต้องเคลียร์"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายจะลดอุณหภูมิลดลงฉับพลัน ลมพัดโชยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นธูปจางๆ ลอยลอดเข้ามาทางหน้าต่างไม้ระแนงที่ปิดสนิท เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินย่ำวนอยู่บนหลังคารั่วๆ ของบ้านเช่าหลังนี้!
กึก... กึก...
มินตราขมวดคิ้วฉับ ดวงตากลมโตฉายแววรำคาญใจยิ่งกว่าความกลัว "มาอีกแล้วสินะ เจ้าผีเปรตหน้าหอพักนี่... สงสัยยังไม่เข็ดที่โดนฉันซัดด้วยยันต์ปลุกเสกผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อคืนก่อน"
"ไม่ใช่แค่วิญญาณสัมภเวสีแถวนี้หรอกครับที่คุณมินตราต้องระวัง..." ธันวาหุบยิ้ม สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกขนาด .45 ที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังออกมาตรวจเช็กกระสุนอย่างคล่องแคล่ว "ข้างนอกนั่น... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังเดินตรงมาที่บ้านเช่าของเราแล้วล่ะครับ"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหยาบคาย ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดลั่นจนกระจกหน้าต่างแทบสั่นสะเทือน
"อีมินตรา! นังหลานอกตัญญู! แกหลบหัวอยู่ที่ไหน เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เดียวนะเว้ย! รู้ไหมว่าฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่นี่ แกต้องจ่ายค่าเช่าบ้านงวดนี้ให้ฉันสิฟะ!"
เสียงนั้นคือเสียงของ "ป้าทองศรี" ป้าสะใภ้จอมสูบผู้เป็นเจ้าหนี้หน้าเลือดและต้นเหตุที่ทำให้ร่างเดิมของมินตราต้องตรอมใจตาย!
มินตราผุดลุกขึ้นยืน สีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกส่งต่อมาจากเจ้าของร่างเดิม รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก
"มาได้จังหวะเสียจริง..." มินตราพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้กองธันวาที่ยืนขนาบข้างอยู่ไม่ห่าง
ธันวาเอื้อมมือมาแตะไหล่บางเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านมายังความรู้สึก "ให้ผมจัดการข้างนอก หรือคุณมินตราจะออกไปต้อนรับป้าสะใภ้คนเก่งด้วยตัวเองดีล่ะครับ?"
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เธอสะบัดข้อมือเบาๆ หน้าจอดิจิทัลโฮโลแกรมใสแจ๋วก็เด้งขึ้นกลางอากาศ นิ้วเรียวยาวกดแท็บเล็ตในมิติลับเพื่อเตรียมคำสาปและโปรแกรมปราบผีขั้นเด็ดขาด
"จัดการข้างนอกน่ะมันธรรมดาไปค่ะผู้กอง..." มินตราหันมายิ้มหวานให้สามีหนุ่ม แววตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "วันนี้ฉันจะสอนให้ป้าสะใภ้จอมสูบคนนี้ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'นรกมีจริงบนดิน' แถมพ่วงด้วยบริการผีหลอกวิญญาณหลอนแบบ VIP ฟรีสไตล์เสียหน่อย!"
แต่ทว่า... ในวินาทีที่มินตรีกำลังจะเดินไปปลดกลอนประตูบ้าน เสียงเคาะประตูกลับหยุดลงกะทันหัน แทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตกใจกลัวอย่างสุดขีดของป้าทองศรีจากภายนอก!
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นชวนขนหัวลุกของใครอีกคน... เสียงที่ดังลอดเข้ามาผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่าๆ
*“ฮì... ฮì... ฮì... ในที่สุด... ข้าก็ตามหาตัวเจ้าพบเสียที... เจ้าสาวของข้า...”*
ธันวาหน้าถอดสีในพริบตา เขากระชากร่างมินตราเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างปกป้อง พร้อมกับเล็งกระบอกปืนไปที่ประตูหน้าบ้านทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด
"ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อน... และไม่ใช่แค่ป้าสะใภ้ของคุณแล้วล่ะครับมินตรา..." ธันวากระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของเธอ "ข้างนอกนั่น... มันคือตัวอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นเยอะ!"
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของหมอผีวัยรุ่นเสมอนะครับ
หมอผีไอทีกับคุณทหารสายซัพ: รื้อบ้านปราบผีฉบับยุค 80•ตอนที่ 2
บ้านเช่าผีหลอกกับทหารแปลกหน้า
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารสายซัพ: รื้อบ้านปราบผีฉบับยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
