หมอผีไอทีกับคุณทหารสายซัพ: รื้อบ้านปราบผีฉบับยุค 80•ตอนที่ 1

หนีออกจากบ้านนรก

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้าแกกล้าก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว ก็อย่าหวังว่าจะมีแผ่นดินกลบหน้า! เงินสามร้อยหยวนที่ฉันส่งเสียให้แกเรียนปวส.บัญชีเมื่อปีกลาย หามาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ซะก่อน!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ใหญ่ดังทะลุผนังไม้ผุๆ ของบ้านตระกูลเฉินจนสังกะสีแทบสั่นสะเทือน แรงกระแทกจากการทุบโต๊ะไม้ไผ่ดัง *ปัง!* สะท้อนความเกรี้ยวกราดที่สะสมมานานนับปี มินตราไม่ได้แม้แต่จะชายตามองร่างอ้วนท้วนที่กำลังยืนท้าวสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด นางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยี่ห้อดังรุ่นบุกเบิก ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่นางหาญกล้าแอบซื้อเก็บไว้ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการรับจ้างทำบัญชีเถื่อนใต้ดิน ยุค 80s ปลายๆ เช่นนี้ โลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างบ้าคลั่ง แต่คนในตระกูลเฉินกลับมองว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้คือ "ปีศาจกล่องดำ" ที่สูบกินพลังงานและเงินทอง ยกเว้นเสียแต่ว่ามันจะทำเงินให้พวกเขานะครับ "เงินสามร้อยหยวนเหรอครับป้า? ที่ป้าพูดถึงเนี่ย คือเงินทุนที่ป้าอมไว้จากค่าขายหมูสามชั้นของพ่อฉันเมื่อสามเดือนก่อน หรือว่าเป็นเงินค่าจ้างที่ฉันไปนั่งปั่นบัญชีให้โรงงานทอผ้าใต้โต๊ะของลุงเขยติดต่อกันสัปดาห์เต็มๆ แล้วสุดท้ายฉันได้กินแค่ข้าวต้มก้นหม้อกับผักดองเค็มๆ กันแน่ครับ?" มินตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนป้าสะใภ้ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นางเป็นเด็กสาวหัวไวที่นอกจากจะเชี่ยวชาญเรื่องตัวเลขและการเขียนโปรแกรมภาษาเบสิกบนจอเขียวทึมแล้ว นางยังพ่วงตำแหน่ง "ทายาทสายตรงสำนักหมอผีพื้นบ้าน" ที่ตกทอดวิชาอาคมมาจากปู่ทวดอีกด้วย เพียงแต่ในยุคที่ไสยศาสตร์ถูกมองว่าเป็นงายงาสมงาย นางจึงต้องซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้เบื้องหลังแว่นตากอบกู้สายตาคู่นี้ "นังเด็กเนรคุณ! แกกล้าต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่เรอะ! วันนี้ถ้าแกไม่ออกไปทำงานรับจ้างเย็บผ้าที่โรงงานนรกนั่นแล้วเอาเงินมาให้ฉันทั้งหมด แกไม่ต้องหวังจะได้กินข้าวเย็น!" ป้าสะใภ้แผדเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นว่าหลานสาวไม่ยอมก้มหัวให้เหมือนเคย มินตราแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ *หอะ... ข้าวเย็นของบ้านนี้เหรอครับ?* มีแต่เศษกระดูกต้มน้ำกับวิญญาณผักกาดขาวเสียล่ะไม่ว่า นางตวัดสายตามองกระเป๋าเดินทางใบยักษ์สีซีดที่บรรจุเสื้อผ้าเก่าๆ และสมุดบันทึกสูตรอาคมพร้อมผังวงจรอิเล็กทรอนิกส์ครบครัน แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด... สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในช่องลับซับในกระเป๋าคือกำไลหยกโบราณรaวร้าวที่ตกทอดมาจากมารดา ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ "ประตูมิติลับ" ขนาดเท่าห้องสตูดิโอขนาดย่อม ที่นางเพิ่งค้นพบวิธีปลุกมันให้ตื่นขึ้นด้วยการประยุกต์ใช้แผงวงจรไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นจิ๋วผสานกับคาถาเบิกเนตร *ติ๊ด... โฮโลแกรมจำลองสถานะมิติ: พลังงานเสถียร 100%* เสียงแจ้งเตือนเบาๆ ดังขึ้นในโสตประสาทของมินตรา นางสูดลมหายใจเข้าลึกu เพื่อตั้งสติก่อนจะสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าอย่างทะมัดทะแมง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องนอนแคบๆ ที่เคยเป็นดั่งกรงขัง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ป้าสะใภ้ถึงกับหน้าถอดสี "เงินสามร้อยหยวนน่ะ ฉันไม่ให้หรอกครับ... แต่ถ้าวิญญาณสัมภเวสีที่ลุงกับป้าแอบไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์แล้วอมเงินค่าปัดรังควานเขาไว้เมื่อปีก่อนมาทวงคืนล่ะก็... เตรียมตัวรอรับส่วนบุญจากนรกได้เลยนะครับ" สิ้นคำพูดของมินตรา ลมพัดกรรโชกแรงเข้าหน้าต่างทั้งที่ไม่มีเค้าลางของพายุ เทียนไขบนโต๊ะบูชาดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นธูปเก่าๆ ที่อับชื้นพลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องจนป้าสะใภ้กรีดร้องลั่นบ้านด้วยความหวาดกลัว วินาทีนั้นเอง มินตราจึงหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากประตูบ้านตระกูลเฉินโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย นางก้าวพ้นรั้วไม้ไผ่ผุๆ ออกมาสู่ถนนดินแดงที่ทอดยาวไปยังชายป่า บรรยากาศยามเย็นของหมู่บ้านชนบทเริ่มปกคลุมด้วยความมืดสลัว เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมแข่งกับเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของตนเอง มินตราเดินลัดเลาะเข้ามาในดงไม้ทึบที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงโคนต้นสนใหญ่ นางรีบรูดซิปกระเป๋าเปิดช่องลับ แล้วหยิบกำไลหยกขึ้นมาสวมที่ข้อมือซ้าย ท่องคาถาเบาๆ สามจบ พร้อมกับกดปุ่มเปิดการทำงานผ่านแผงวงจรจิ๋วที่ซ่อนอยู่ *วูป!* ร่างของมินตราถูกดูดหายวับไปจากโลกภายนอกในพริบตาเดียว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความว่างเปล่าเบื้องหลัง ภายในมิติลับ... อากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารบางอย่างลอยอบอวลเตะจมูกทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา มินตรากะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาให้คุ้นเคยกับแสงสว่างนวลตาจากหลอดไฟนีออนพกพาที่นางติดตั้งไว้ ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวขนาดสามสิบตารางเมตรที่เพียบพร้อมไปด้วยชั้นวางหนังสือ โต๊ะทำงานไอที และตู้เย็นสำรองเสบียงที่นางแอบทยอยกักตุนไว้ แต่ทว่า... กลิ่นหอมยวนใจที่กำลังลอยมาจากมุมครัวจำลองนี่สิ มันคืออะไรกัน? *ฉู่... เสียงน้ำมันร้อนๆ กระทบกับเนื้อหมูสามชั้นหั่นชิ้นพอดีคำ ตามด้วยกลิ่นหอมฉุยของซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ และพริกไทยดำที่คั่วจนส่งกลิ่นเตะจมูก* มินตราขมวดคิ้วด้วยความฉงน นางไม่ได้เปิดเตาทำอะไรทิ้งไว้ในมิตินี้สักหน่อย แล้วใครกันที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของนาง? นางค่อยๆ ย่องฝีเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะกินข้าวไม้สนขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่มุมห้อง หัวใจเต้นระรัวด้วยความระแวง มือข้างหนึ่งกำยันต์กระดาษสีเหลืองชุ่มหมึกชาดไว้แน่น พร้อมที่จะซัดใส่สิ่งแปลกปลอมได้ทุกเมื่อ ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อกำยำ กำลังยืนถือตะหลิวผัด "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำ" ในกระทะเหล็กอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างและส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรนั้นคุ้นตาเสียยิ่งกว่าอะไร ใบหน้าคมคายหันกลับมามองนางพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรักใคร่และโล่งอก "กลับมาเหนื่อยๆ แบบนี้ สงสัยคงหิวแย่แล้วสินะครับภรรยา... พอดีผมแอบปีนหน้าต่างมิติเข้ามาต้อนรับการอิสรภาพของคุณพอดี ลองชิมดูสิครับว่าฝีมือสามีคนนี้ใช้ได้หรือเปล่า" ผู้กองธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก พร้อมกับตักหมูสามชั้นชิ้นโตที่เคี่ยวจนฉ่ำวาวเป็นเงางามใส่จานกระเบื้องลายคราม ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งมิติลับ จนมินตราถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ และเตรียมพบกับความฟินปนความป่วนในตอนต่อไปได้เลยนะครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารสายซัพ: รื้อบ้านปราบผีฉบับยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%