รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 39

กลยุทธ์ปีกนก

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"ท่านจำดาบเล่มนี้ได้ใช่หรือไม่... ไกรจักร" น้ำเสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าทุ้มลึกราวกับเสียงคำรามจากก้นบึ้งของขุมนรก มือขวาที่กุมด้ามดาบสั่นเทาเพียงครู่เดียว ก่อนจะนิ่งสนิทประหนึ่งหินผา ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังแม่ทัพผู้ทรยศที่กำลังยืนตระหง่านอยู่บนเนินดินฝั่งตรงข้ามท่ามกลางควันไฟที่ยังไม่จางหายจากสมรภูมิชายป่า แม่ทัพไกรจักรแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวขยับมองดาบโบราณที่ศิลาถืออยู่ เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ทว่านิ้วมือที่วางอยู่บนด้ามดาบของเขากลับกระตุกเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ "ดาบที่ควรจะฝังอยู่ใต้กองซากศพในคืนวันนั้น... ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะยังอุตส่าห์ไปขุดมันขึ้นมาเสียดสีข้าได้นะ ศิลา" ไกรจักรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความหยามเหยียด "แต่ก็นะ... ตระกูลของเจ้าก็เก่งแต่เรื่องเก็บสะสมของเก่าๆ ส่วนเรื่องรักษาชีวิตนั้น... ช่างอ่อนหัดสิ้นดี" ศิลาไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา เขาเพียงแต่กวาดสายตามองไปรอบข้าง ไกรจักรนั้นถือดีในชัยภูมิและกำลังพลที่เหนือกว่าสิบเท่าตัว แต่ทว่าในห้วงความคิดของศิลา แผนที่ยุทธศาสตร์ที่เขาร่างไว้ในใจนับร้อยรอบกำลังถูกนำมาใช้จริง แผนที่ที่เขาเรียกว่า 'กลยุทธ์ปีกนก' "คนส่วนใหญ่มักมองว่าปีกนกคือการโอบล้อมจากสองข้างทาง" ศิลาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะตะโกนก้อง "แต่ข้ากลับมองว่า ปีกนกที่ไร้รอยต่อ คือการล่อให้เหยื่อบินเข้าสู่จุดตายด้วยตนเอง!" ทันใดนั้น ศิลาสะบัดธงอาณัติสัญญาณสีดำขึ้นฟ้า เสียงแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วผืนป่าทึบ ทหารกลุ่มที่ไกรจักรคิดว่าเป็นเพียงหน่วยซุ่มโจมตีที่แตกพ่าย กลับหยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน ราวกับถูกฝึกมาให้เคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียว พวกเขาไม่ได้เข้าจู่โจม แต่กลับถอยร่นเข้าไปในหุบเขาแคบที่ขนาบข้างด้วยหน้าผาสูงชัน ไกรจักรขมวดคิ้ว ความทะนงตัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความระแวง "ตามมันเข้าไป! อย่าให้มันหนีรอดไปได้อีก!" "ท่านแม่ทัพครับ! นั่นเป็นทางแคบ เกรงว่าจะเป็นกับดัก..." นายกองข้างกายท้วงติงด้วยสีหน้าซีดเผือด "กับดักงั้นรึ? ดูจำนวนทหารของพวกมันสิ! มีไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ ขณะที่พวกเรามีเป็นพัน! หากเราไม่รีบปิดบัญชีวันนี้ ศิลาจะกลายเป็นเสี้ยนหนามที่ใหญ่เกินกว่าเราจะถอนได้!" ไกรจักรตวาดกลับอย่างกราดเกรี้ยว ทัพม้าของไกรจักรควบตะบึงเข้าสู่หุบเขาแคบราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย ศิลาที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหน้าผามองลงมาด้วยแววตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ เขาไม่ได้รู้สึกถึงความแค้นในเวลานี้ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือ 'หน้าที่' และ 'ความถูกต้อง' "ขีดเส้นตายไว้ตรงนั้นแหละ..." ศิลาพึมพำ ก่อนจะให้สัญญาณมือเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น เสียงครืนลั่นปฐพีก็ดังขึ้น ก้อนหินขนาดมหึมาที่ถูกเตรียมไว้จากการลอบขุดเจาะหน้าผาตลอดหลายสัปดาห์พังทลายลงมา ปิดกั้นทางออกทั้งหน้าและหลังของขบวนทัพไกรจักรจนสนิท ทหารม้าถูกขังอยู่ในกรงหินขนาดยักษ์ ความตื่นตระหนกเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วกองทัพของไกรจักร "กลยุทธ์ปีกนก... ไม่ใช่การหุบปีกเข้าหากัน แต่มันคือการหักปีกที่ท่านภาคภูมิใจทิ้งเสีย!" ศิลาตะโกนลงมาจากหน้าผา เสียงของเขาดังกังวานก้องหุบเขา เจ้าหญิงมณีรินทร์ที่ซุ่มรออยู่ในเงามืดเบื้องหลังปรากฏตัวขึ้นข้างกายศิลา นางมองดูความโกลาหลเบื้องล่างด้วยหัวใจที่บีบคั้น "ศิลา... การทำเช่นนี้ คือการประกาศสงครามเต็มรูปแบบ หากเขารอดไปได้..." "เขาจะไม่มีวันรอด" ศิลาหันมามองนาง สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความว่างเปล่าบัดนี้กลับมีความมุ่งมั่นที่ชัดเจน "ข้าไม่ได้ต้องการเพียงชัยชนะในสนามรบ แต่ข้าต้องการทำลายรากเหง้าของความชั่วร้ายที่กัดกินแผ่นดินนี้มานานนับทศวรรษ" ไกรจักรเบื้องล่างพยายามสั่งการให้ทหารปีนป่ายขึ้นมา ทว่าศิลาได้วางกำลังธนูไฟไว้ทั่วบริเวณก้นหุบเขา เพียงแค่เขาขยับนิ้ว ลูกธนูเพลิงนับร้อยก็พุ่งเข้าใส่กองฟางและน้ำมันที่ศิลาแอบลำเลียงเข้ามาวางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันก่อน เปลวไฟลุกโชนท่วมหุบเขา ความร้อนแรงของมันทำให้ไกรจักรต้องล่าถอยกลับไปตั้งหลักที่ใจกลางหุบเขา ใบหน้าของแม่ทัพผู้เย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาชักดาบที่ขโมยมาจากตระกูลศิลาออกมาหมายจะฟาดฟันกับอากาศเพื่อระบายอารมณ์ ทว่า ในจังหวะที่ไกรจักรกำลังตวาดสั่งให้ลูกน้องฝ่าวงล้อมอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดภายในถ้ำลับที่เชื่อมต่อกับหุบเขาแห่งนี้ ไม่ใช่ทหารของศิลา... และไม่ใช่ทหารของไกรจักร ชายลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมาจากเงามืด มือของเขาถือจดหมายประทับตราหลวงที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง ไกรจักรชะงักกึกทันทีที่เห็นหน้าชายผู้นั้น "ท่านมาทำอะไรที่นี่!" ไกรจักรคำรามด้วยความตกใจ ชายลึกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะวางจดหมายลงบนพื้นหินที่เปื้อนเลือด "ข้าไม่ได้มาเพื่อช่วยท่าน แต่ข้ามาเพื่อทำตามรับสั่งสุดท้าย... ในเมื่อท่านเริ่มคุมสถานการณ์ไม่ได้ แผ่นดินนี้ก็ไม่ต้องการแม่ทัพที่ไร้ความสามารถอีกต่อไป" เขากระชากกริชออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่ศิลากำลังจะกระโดดลงไปเผด็จศึก ไกรจักรกลับถูกใครบางคนจากด้านหลังแทงทะลุหัวใจเสียก่อน! ศิลาชะงักค้างอยู่บนหน้าผา ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างของศัตรูคู่อาฆาตล้มลงกองกับพื้น โดยมีเงาของ 'คนทรยศตัวจริง' ยืนเด่นอยู่เหนือร่างนั้น และเมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาบนหน้าผา... ศิลาถึงกับมือไม้สั่น ดาบในมือเกือบหลุดร่วง "ท่านพ่อ... ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือ!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับ "รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%