"เจ้าต้องประคองตัวไว้ อย่าให้แผลฉกรรจ์นั่นแตะโดนผนังหินเด็ดขาด"
เสียงทุ้มต่ำของศิลาแหบพร่าราวกับเสียงขูดไม้กระดานในความมืดมิด เขากระชับร่างบางของเจ้าหญิงมณีรินทร์ที่โอนเอนอยู่ในอ้อมแขนให้มั่นขึ้น กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของหินปูนและตะไคร่น้ำอบอวลอยู่รอบตัว พวกเขาเพิ่งรอดพ้นจากคมดาบของกองทัพไกรจักรมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ทว่าเส้นทางข้างหน้ากลับตีบตันด้วยผนังถ้ำที่ถล่มลงมาจากการระเบิดของฝ่ายศัตรู
"ข้าไม่เป็นไร...ศิลา ท่านต่างหากที่หายใจติดขัด" มณีรินทร์เอ่ยเบาๆ มือที่สั่นเทาของนางแตะเข้าที่แผ่นหลังอันแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ซึ่งเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและโลหิตที่ไหลซึมจากบาดแผลจากการต่อสู้เมื่อครู่
ศิลาไม่ตอบ เขาวางร่างของเจ้าหญิงลงบนโขดหินที่ค่อนข้างราบเรียบ ก่อนจะจุดคบไฟจิ๋วที่เตรียมไว้ แสงสว่างสีส้มสลัววูบวาบเผยให้เห็นหยาดน้ำที่เกาะอยู่ตามเพดานถ้ำ สะท้อนประกายราวกับดวงตานับพันคู่ที่กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ ความเงียบสงัดภายในถ้ำลึกนั้นช่างน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ความเงียบที่ให้ความสงบ แต่มันคือความเงียบที่กดทับด้วยความตาย
"หากเราติดอยู่ที่นี่ กองทัพของไกรจักรจะใช้เวลาไม่นานในการหาทางเข้ามา" ศิลาพึมพำขณะถอดเกราะอ่อนที่เปื้อนเลือดออก เขาพยายามควบคุมอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ "มันต้องการตัวท่านเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับพระบิดาของท่าน...และมันต้องการหัวของข้าเพื่อจบเรื่องราวแค้นเคืองนี้เสียที"
มณีรินทร์เงยหน้ามองบุรุษตรงหน้า สายตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อความตาย แต่มันเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ท่านแบกรับความแค้นของตระกูลไว้มากเกินไป ศิลา ท่านไม่จำเป็นต้องปกป้องข้าด้วยชีวิตเสมอไปก็ได้ หากการที่ข้าหายไปจะทำให้สงครามครั้งนี้ยุติลง"
ศิลาชะงักมือที่กำลังฉีกผ้าพันแผล เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาของนักรบที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวอย่างยากจะปิดบัง "นั่นไม่ใช่หน้าที่ของข้า และไม่ใช่สิ่งที่ข้าเลือกจะให้เป็น มณีรินทร์...ข้าสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว ครอบครัว เกียรติยศ และบ้านเกิด แต่ข้าจะไม่ยอมเสียสิ่งเดียวที่ทำให้ข้ายังคงเป็นมนุษย์...นั่นคือความถูกต้องที่ท่านยึดมั่น"
เขาสังเกตเห็นรอยแผลที่ต้นขาของนางจากการถูกเศษหินบาดลึก ศิลาเขยิบเข้าไปใกล้ มือหยาบกร้านเอื้อมไปจับข้อเท้าของนางอย่างแผ่วเบาเพื่อทำความสะอาดแผล สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความเคารพและทะนุถนอมอย่างที่สุด ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับข้าพเจ้า แต่เป็นบุรุษกับสตรีผู้เป็นดั่งแสงสว่างในอุโมงค์มืด
"ท่านเชื่อไหม" มณีรินทร์เปรยขึ้นท่ามกลางเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้น "ไกรจักรไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะ แต่มันต้องการทำลายความศรัทธาที่ผู้คนมีต่ออาณาจักรนี้ หากมันทำให้ข้าผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของความหวังแปดเปื้อนได้ ความชอบธรรมที่เหลืออยู่ก็จะสูญสิ้น"
ศิลาขมวดคิ้ว "มันจะไม่มีวันได้เห็นวันนั้น"
ทั้งสองนั่งอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความโดดเดี่ยวของถ้ำลึก ข้ามผ่านช่วงเวลาที่ความเป็นและความตายอยู่ใกล้กันเพียงแค่เส้นกั้นบางๆ มณีรินทร์หยิบเอาความทรงจำในอดีตมาพูดคุย เพื่อดึงสติของศิลาไม่ให้จมลงสู่ห้วงของความเคียดแค้น ส่วนศิลาก็ใช้ความชำนาญในการเอาตัวรอด วางแผนการเผชิญหน้ากับศัตรูหากพวกมันทะลวงเข้ามาได้
ทว่าในขณะที่ศิลากำลังสาละวนอยู่กับการสำรวจช่องทางระบายอากาศขนาดเล็กที่อยู่สูงขึ้นไป เขาก็ชะงักกึก เมื่อหูของเขาสัมผัสได้ถึงเสียงที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในส่วนลึกของภูเขานี้
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารไกรจักร
มันคือเสียง "ขูด" ของโลหะกับหินที่ดังมาจากด้านหลังกำแพงที่ถล่มลงมา... เสียงที่สม่ำเสมอ เป็นจังหวะ และดูเหมือนจะมีความฉลาดแฝงอยู่
"ศิลา...ท่านได้ยินไหม" มณีรินทร์ถามพลางขยับกายเข้ามาใกล้เขา
ศิลาคว้าดาบขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รอยแยกของก้อนหิน ทันใดนั้น แสงไฟที่พวกเขามีก็ดับวูบลงราวกับมีคนเจตนาเป่าให้มอดดับ ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที พร้อมกับกลิ่นสาบสางที่รุนแรงกว่ากลิ่นเลือดโชยเข้ามา
เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นที่มุมถ้ำ มันสูงใหญ่และไร้รูปร่างชัดเจนในความมืด ก่อนที่เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดจะดังขึ้นจากมุมมืดนั้น
"เจ้าช่างดื้อรั้นเหมือนพ่อของเจ้าไม่มีผิด... ศิลา"
ศิลาตัวแข็งทื่อ ดาบในมือสั่นไหวเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เสียงของไกรจักร แต่มันคือเสียงของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว... คนที่เคยเป็นอาจารย์และผู้ทรยศคนแรกของชีวิตเขา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจไปพร้อมกับผมนะครับ
พงศาวดารมีชีวิต
รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 21
ในถ้ำหลบภัย
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!