กลิ่นดินปืนที่อัดแน่นอยู่ในกระบอกปืนใหญ่สัมผัสกับความชื้นของไอหมอกเหนือลำน้ำโขง ส่งกลิ่นฉุนกานพลูและกำมะถันคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางความเงียบงันก่อนพายุโลหะจะโหมกระหน่ำ ขุนศึกศิลายืนนิ่งอยู่บนโขดหินศิลาแลงอันเป็นฐานยุทธศาสตร์ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังป้อมปราการหินศิลาฝั่งตรงข้าม ซึ่งในยามนี้ธงศึกรูปพญาครุฑกาง 3 เศียรของแม่ทัพไกรจักรโบกสะบัดเย้ยหยันกระแสลม
"หากเรายังรอช้ากว่านี้ น้ำหลากจากตอนเหนือจะเปลี่ยนกระแสน้ำจนหมดความได้เปรียบทางยุทธวิธีนะครับ"
เสียงกระซิบจากเจ้าหญิงมณีรินทร์ดังขึ้นเบาๆ นางไม่ได้สวมชุดแพรพรรณชั้นสูงเช่นขัตติยราชนารีทั่วไป หากแต่สวมเสื้อเกราะหนังย้อมสีเข้ม ทัดผมด้วยปิ่นเหล็กกล้าที่ยึดโยงกับผ้าโพกหัวพรางสายตา ดวงพักตร์ที่เคยอ่อนหวานในอดีต บัดนี้เจือไปด้วยร่องรอยแห่งความอดทนและผ่านสมรภูมิมาโชกโชนไม่แพ้บุรุษ
ศิลายังคงไม่ตอบคำถาม มือหนาหยาบกร้านลูบคมดาบโบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอว—ดาบเล่มเดียวกับที่เคยอาบโลหิตของบิดามารดา ปมในใจที่ถูกแช่แข็งด้วยความแค้นมานานนับปี บัดนี้กำลังเดือดพล่านขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารฝ่ายไกรจักรลาดตระเวนอยู่เบื้องล่าง ความโหยหาการแก้แค้นกับหน้าที่ปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของแผ่นดินกำลังตีรันฟันแทงกันอยู่ในอกอย่างรุนแรง
"ท่านไกรจักรคงคิดว่าข้าเป็นเด็กน้อยเมื่อวันวาน ที่จะวิ่งเข้าใส่กระสุนปืนใหญ่ด้วยความโกรธเกรี้ยวสินะ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่ทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนน่ากลัว "เขาประเมินความเงียบของข้าต่ำเกินไป"
ทันใดนั้นเอง สัญญาณพลุเพลิงสีเลือดก็พุ่งแหวกฟ้าขึ้นจากฝั่งของกองกำลังกู้ชาติ นั่นคือสัญญานัดหมาย!
"จุดชนวน!" ศิลาคำรามลั่น
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงปืนใหญ่โบราณขนาดใหญ่ที่ฝ่ายศิลาแอบลำเลียงขึ้นมาตั้งซุ่มไว้บนสันเขาเบื้องหลังคำรามก้องสะท้านผืนป่า กระสุนเหล็กกล้าหนักหลายสิบชั่งพุ่งแหวกอากาศแหวกม่านหมอกหนาทึบ พุ่งชนกำแพงป้อมปราการของไกรจักรเข้าอย่างจังจนเศษหินศิลาแลงระเบิดกระจายกลายเป็นฝุ่นผง เสียงกรีดร้องของทหารยามบนหอคอยดังประสานกับเสียงโลหะกระทบกันระงม
แม่ทัพไกรจักร ผู้ซึ่งกำลังนั่งจิบชาร้อนๆ อยู่ภายในกองบัญชาการป้อมปราการ สะดุ้งสุดตัวเมื่อแรงสั่นสะเทือนทำให้ถ้วยชาในมือร่วงแตกกระจายบนพื้นกระดานไม้สักทอง เขาผุดลุกขึ้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและตกตะลึง
"มันเอาปืนใหญ่พวกนั้นขึ้นไปบนยอดเขาสูงชันนั่นได้อย่างไร! ทางขึ้นแคบแค่เดินสวนกันยังยากเย็น!" ไกรจักรคำรามลั่น พลางคว้าดาบประจำตัววิ่งออกไปยังระเบิดบัญชาการ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ขุนศึกผู้ทะเยอทะยานถึงกับพูดไม่ออก กองกำลังของศิลาไม่ได้ใช้เพียงแค่กำลังพลเข้าประจัญหน้า แต่พวกเขากำลังใช้ 'ยุทธวิธีขนาบข้าง' ที่ถอดแบบมาจากตำราพิชัยสงครามโบราณที่สาบสูญ เรือรบขนาดเล็กติดรางปืนสั้นนับสิบลำแล่นแหวกกระแสน้ำเชี่ยวกรากเข้ามาประชิดกำแพงน้ำของป้อมปราการอย่างรวดเร็วราวกับฝูงปลาปิรันย่า ทหารกู้ชาติปีนป่ายตาข่ายเชือกขึ้นสู่กำแพงหิน ท่ามกลางหามห่ากระสุนปืนคาบศิลาที่ยิงสวนลงมาจากเบื้องบน
ศิลาไม่อยู่ในจุดปลอดภัยเบื้องหลังอีกต่อไป เขากระโดดลงจากโขดหิน ควบอาชาสีหมอกพุ่งทะยานนำหน้ากองทัพเข้าสู่แนวหน้าด้วยตนเอง ผ้าคลุมสีดำสะบัดไหวตามแรงลม ดาบในมือฟาดฟันคมเหล็กปะทะกับทหารยามของไกรจักรที่กรูเข้ามาขัดขวาง ความเยือกเย็นในสนามรบทำให้เขากลายเป็นมัจจุราชเดินดิน ทุกย่างก้าวที่ผ่านพ้นทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณของฝ่ายตรงข้าม ทว่าแววตาของเขากลับไร้ซึ่งความยินดี มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว
"ท่านศิลา! ประตูน้ำทิศตะวันตกกำลังจะแตกแล้วครับ!" เสียงทหารรายงานผ่านเสียงห่ากระสุน
มณีรินทร์ซึ่งควบม้าตามมาติดๆ ยกคันธนูขึ้นยิงดอกศรเพลิงปักลงกลางธงสัญลักษณ์ของไกรจักรบนยอดป้อม เปลวไฟลุกโชนเผาผลาญผืนผ้าสีแดงฉานจนมอดไหม้ต่อหน้าต่อตาข้าศึก เป็นสัญญานเชิงสัญลักษณ์ว่าอำนาจเดิมกำลังสิ้นสลายลง ณ บัดนี้
ไกรจักรยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากหน้าต่างบัญชาการชั้นบนสุดของป้อม รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะเสียเปรียบ แต่เขากลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือหนากดลงบนกลไกศิลาลับที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน
"เจ้าคิดว่าจะชนะเกมนี้ได้ง่ายๆ งั้นหรือ ศิลา..." ไกรจักรพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
ขณะที่ศิลากำลังควบม้าพุ่งทะยานเข้าประชิดประตูไม้สักบานใหญ่ของป้อมปราการเพื่อพังมันลงด้วยระเบิดดินปืน ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของกองกำลังกู้ชาติก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงระเบิดก้องกังวานจากใต้ฐานป้อมดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง น้ำในแม่น้ำโขงบริเวณนั้นหมุนวนกลายเป็นวังน้ำวนขนาดยักษ์ราวกับปากอสูร
ศิลารั้งบังเหียนม้าสุดแรงเกิด ม้าศึกส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก สายตาดุจเหยี่ยวเบิกกว้างเมื่อเห็นกำแพงหินด้านข้างกำลังถล่มลงมาทับกองทหารของตนเอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือร่างของชายผู้หนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ตรวนไว้กับเสาหินใจกลางวังน้ำวน—ร่างที่ศิลาจำได้แม่นยำว่าเป็นบุคคลที่เขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!
— บุคคลผู้กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการล่มสลายของตระกูลศิลา และเป็นกุญแจสำคัญดอกเดียวที่จะเปิดเผยว่าใครคือหนอนกระดูกสันหลังที่แท้จริงในราชสำนัก!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านควันปืนและรอยเลือดนี้ไปด้วยกันนะครับ — พงศาวดารมีชีวิต
รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 16
เสียงปืนใหญ่จากป้อมปราการ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!