รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 6

ยุทธการช่องเขาขาด

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของดินปืนลอยอลวนอยู่เบื้องล่าง หุบเขาลึกชันที่โอบล้อมสายน้ำโขงยามนี้ไม่ต่างอะไรกับปากอสูรที่รอคอยเหยื่อ "ถ้าพวกมันเหยียบเข้ามาถึงแนวหินศิลาบดบัง ข้าต้องการให้เจ้าจุดชนวนเพลิงทันที ไม่ต้องรอฟังกองระฆังรอบสอง" เสียงทุ้มต่ำของขุนศึกศิลาลอดผ่านไรฟัน น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนสารถีหนุ่มข้างกายต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของศิลายังคงจับจ้องผ่านช่องแคบของหน้าผาหินที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า 'ช่องเขาขาด' เบื้องล่างคือเส้นทางเดินทัพเดียวที่กองทัพไกรจักรต้องเคลื่อนพลผ่าน หากต้องการบุกตีหัวเมืองเหนือในคราวนี้ ดวงตาคมกริบใต้หมวกเหล็กยับเยินทอดมองฝุ่นตลบที่ค่อยๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาจากขอบฟ้าไกล เสียงคำรามต่ำของฝีเท้าม้าศึกนับพันตัวเริ่มสั่นสะเทือนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้า แรงสะเทือนนั้นส่งตรงถึงหัวใจ บาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นหลังของศิลาจากเหตุการณ์วันวานเตือนใจเขาอยู่เสมอ—ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ความสูญเสียที่ไม่มีวันหวนคืน และเงาสะท้อนของแม่ทัพไกรจักร ศัตรูคู่อาฆาตผู้เหยียบย่ำซากศพครอบครัวของเขาเพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจ "ท่านศิลา... กองหน้าของพวกมันล้ำเขตแดนสังหารมาแล้วเจ้าค่ะ" เจ้าหญิงมณีรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ นางไม่ได้สวมชุดอาภรณ์หรูหราสมฐานะ แต่กลับสวมเกราะหนังกระชับร่าง มือเรียวบางกำด้ามกริชโบราณแน่นจนข้อต่อขาวซีด แม้นางจะเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ แต่วันนี้นางเลือกที่จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เขาในสมรภูมิเลือด แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากยิ่งในหมู่บุรุษ ศิลาไม่ตอบคำ เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ความโหยหาการแก้แค้นกำลังตีคู่มากับหน้าที่ในการปกป้องผู้บริสุทธิ์ หากเขาพลั้งเผลอปล่อยให้ความแค้นครอบงำ ทหารกล้าใต้บังคับบัญชาหลายร้อยชีวิตต้องสังเวยความประมาท แต่หากเขาลังเล แผ่นดินเกิดและวิญญาณของบรรพบุรุษจะไม่ให้อภัย "ปล่อยให้พวกมันเข้ามาอีกนิด..." ศิลาพزึมพำ ดวงตาเปิดโพรงขึ้นสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง "ให้ความโลภนำทางพวกมันเข้าสู่หุบเหวแห่งความตาย" ทันใดนั้น เสียงแตรศึกของกองทัพไกรจักรก็แผดก้องสะท้อนกังวานไปทั่วหุบเขา ธงรบรูปพญานาคราชแยกเขี้ยวโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางกลุ่มฝุ่นหนาทึบ ขบวนทหารราบหุ้มเกราะเหล็กนับหมื่นนายเคลื่อนพลเข้ามาในเขตช่องเขาขาดอย่างเป็นระเบียบ แม่ทัพไกรจักรบนหลังม้าสีหมอกตัวมหึมาควบนำหน้าขบวน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของขุนศึกเฒ่าผู้ผ่านศึกมาโชกโชน ราวกับเขามองเห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม โดยไม่ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่า เบื้องบนหน้าผาทั้งสองด้าน กองกำลังซุ่มโจมตีของศิลากำลังเงื้อมือรอจังหวะสะบัดคมดาบลงมา ระยะห่างลดลงเหลือเพียงร้อยก้าว... ห้าสิบก้าว... ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอสงครามแผ่ซ่านเต็มปอด นิ้วมือที่กำด้ามดาบยาวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากวาดสายตามองพี่น้องร่วมรบที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวหิน ทุกคนต่างรอคอยสัญญาณจากเขาเพียงผู้เดียว "เพื่อแผ่นดิน... และเพื่อผู้ที่จากไป" ศิลาคำรามลั่น พร้อมๆ กับที่เขาตวัดดาบชี้ลงเบื้องล่าง "ยิงธนูเพลิง!" ห่าฝนลูกศรอาบน้ำมันลุกโชนพุ่งทะยานแหวกอากาศลงประหนึ่งดาวตกแผดเผา นำพาความพินาศมาสู่กองทัพไกรจักรที่ตั้งตัวไม่ทัน เสียงกรีดร้องและเสียงระเบิดของดินปืนกึกก้องสะท้อนผืนน้ำโขงจนแทบปริแตก ทว่า ในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุดนั้นเอง แม่ทัพไกรจักรกลับเงยหน้าขึ้นมาสบตากับศิลาที่ยืนเด่นอยู่บนชะง่อนผา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งผ่านมาทางสายตา—รอยยิ้มที่บอกว่าเขารู้แผนการนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสธารประวัติศาสตร์และคราบเลือดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%