รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 28

ความโกรธาของขุนพล

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
คมดาบของศิลาหยุดค้างอยู่ห่างจากลำคอของสายลับที่ถูกจับได้เพียงปลายนิ้ว กลิ่นคาวเลือดจากแผลที่หัวไหล่ของมันคละคลุ้งผสมกับกลิ่นโคลนริมฝั่งโขงในยามวิกาล ดวงตาของศิลาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ไม่ได้ถูกจุดขึ้นมานานปี มือที่กำด้ามดาบสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเขากำลังพยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบที่จะปลิดชีพชายผู้นี้เสีย ก่อนที่มันจะทันได้เปิดปากพูดอะไรออกมา "เจ้าคิดว่าความตายจะล้างมลทินให้ตระกูลเจ้าได้งั้นหรือ?" เสียงของศิลาทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บ แววตาของเขามองทะลุผ่านความมืดมิดไปสู่ร่างที่สั่นเทาตรงหน้า "ข้า...ข้าแค่ทำตามคำสั่ง แม่ทัพไกรจักรบอกว่า...ถ้าข้าไม่ทำ..." สายลับผู้นั้นละล่ำละลัก เสียงของเขาสั่นเครือเหมือนใบไม้ที่ถูกลมพายุพัดโหม "ไกรจักร!" ศิลาคำรามชื่อนั้นออกมาพร้อมกับแรงกดดาบที่บาดเข้าที่ผิวหนังจนเลือดไหลซึมออกมาเป็นทาง เขาเงื้อดาบขึ้นสูง หมายจะฟาดฟันเพื่อระบายความคั่งแค้นที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปี แผนการลอบโจมตีค่ายเสบียงของศัตรูที่วางไว้อย่างรัดกุมกำลังจะพังทลายลง เพราะในวินาทีนี้ สำหรับศิลาแล้ว กฎเกณฑ์ทางทหารหรือยุทธศาสตร์ใดๆ ก็ไม่อาจสำคัญไปกว่าการได้เห็นตัวการที่ทำลายครอบครัวของเขาพินาศไปต่อหน้า "ศิลา! หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาดดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง มือเรียวบางของเจ้าหญิงมณีรินทร์เอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้ แร่งของนางไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่แรงกดดันจากสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและเตือนสติกลับทำให้คมดาบของเขาสั่นคลอน ศิลาหันกลับมามองใบหน้าของนางภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านร่มไม้ รอยนวลบนใบหน้าของมณีรินทร์ดูซีดเซียวแต่ทว่าเข้มแข็ง "เจ้ากำลังจะทำลายทุกอย่างเพียงเพื่อความสะใจชั่ววูบกระนั้นหรือท่านขุนศึก? หากเจ้าฆ่ามันตอนนี้ แผนการกู้แผ่นดินที่พวกเราแลกด้วยเลือดเนื้อของไพร่พลนับร้อยจะสูญเปล่าทันที ไกรจักรจะรู้ตัวและย้ายค่ายเสบียงหนีไป ก่อนที่ทัพหลวงของเราจะมาถึง เจ้าอยากเห็นแผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟนานกว่าเดิมหรืออย่างไร" ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาหลับตาลงแน่น พยายามควบคุมพายุอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก หากเขาปล่อยให้ความแค้นนำทาง สหายร่วมรบของเขาที่รอคอยชัยชนะอยู่เบื้องหลังจะต้องกลายเป็นเหยื่อของความโง่เขลาของเขาเอง "ถ้าข้าไม่จัดการมันตอนนี้...ไกรจักรก็จะยังคงลอยนวลอยู่เหนือความตายของคนนับพัน" ศิลาตอบเสียงสั่น เขาค่อยๆ ลดดาบลง แต่แรงบีบที่ด้ามดาบยังคงเด่นชัดด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนตามมือ "ความแค้นคือไฟที่เผาผลาญคนถือมันก่อนใครเพื่อน" มณีรินทร์กล่าวพลางขยับเข้ามาใกล้ "เจ้าไม่ใช่เครื่องจักรสังหาร ท่านศิลา เจ้าคือขุนศึกผู้เป็นความหวังสุดท้ายของราษฎร จงเลือกให้ดีว่าเจ้าจะยอมเป็นทาสของความแค้น หรือจะเป็นวีรบุรุษที่กู้คืนศักดิ์ศรีให้แผ่นดินเกิด" สายลับที่หมอบกราบอยู่ฉวยโอกาสที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันพยายามตะเกียกตะกายหนี ทว่าศิลาตวัดปลายเท้าเตะเข้าที่ท้ายทอยของมันจนสลบเหมือดไปเสียก่อน เขาหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า สายตาที่เคยดุดันเริ่มอ่อนแสงลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "ข้าไม่ได้ทำเพื่อท่านเพียงคนเดียว แต่มณีรินทร์...บางครั้งข้าก็สงสัยว่า ตัวข้าในวันนี้ยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้างหรือไม่" "ตราบใดที่ท่านยังรู้จักความเจ็บปวด ท่านก็ยังเป็นมนุษย์" นางตอบพลางส่งสายตาอ่อนโยนให้ ก่อนจะเบนความสนใจไปที่แผนที่การลอบโจมตีที่วางอยู่บนแผ่นไม้ "เอาล่ะ แผนการเดิมต้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากเราไม่ฆ่ามัน เราต้องใช้มัน...ใช้มันให้เป็นเหยื่อล่อไกรจักรเข้ามาติดกับดักของเราแทน" ขณะที่ศิลากำลังจะเอ่ยถามถึงแผนการใหม่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารหลายนายก็ดังแทรกความเงียบมาจากแนวป่าทิศตะวันออก มันไม่ใช่ฝีเท้าของทหารฝ่ายเรา... มันมีความเร็วและจังหวะการเดินที่บ่งบอกถึงการผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม ศิลาขยับตัวเข้าขวางหน้ามณีรินทร์ทันที มือขวาเลื่อนมาแตะที่ด้ามดาบ เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะปรากฏตัวออกมาจากเงามืด แต่เมื่อเงาร่างนั้นชัดเจนขึ้นภายใต้แสงสลัว ศิลาก็ต้องชะงักงัน "ข้าไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกับ 'สหายเก่า' ในที่ที่ห่างไกลจากวังหลวงเช่นนี้" น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นเคยเกินกว่าที่ศิลาจะลืมเลือน ชายผู้สวมเกราะสีดำทมิฬก้าวออกมาจากดงไม้ ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนาวเหน็บลงทันตา เขาคือ แม่ทัพไกรจักร...คนที่เขาเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่นี้เอง แต่สิ่งที่ทำให้ศิลาถึงกับตัวชาไม่ใช่การปรากฏตัวของศัตรูคู่อาฆาต หากแต่เป็นร่างไร้วิญญาณของทหารคนสนิทของเขาที่ถูกโยนลงมาแทบเท้า พร้อมกับจดหมายลับที่ควรจะอยู่ในถุงย่ามของสายลับที่เพิ่งสลบไป ซึ่งตอนนี้จดหมายฉบับนั้นกลับอยู่ในมือของไกรจักรเสียเอง "ขอบใจมากนะศิลา สำหรับแผนการลอบโจมตีที่ละเอียดลออฉบับนี้" ไกรจักรแสยะยิ้มพลางฉีกจดหมายนั้นทิ้งต่อหน้าต่อตา "หวังว่าเจ้าคงเตรียมแผนรับมือแผนที่สองเอาไว้แล้วนะ...เพราะค่ายเสบียงของข้าที่เจ้าหมายตาน่ะ มันถูกเปลี่ยนเป็น 'ทุ่งสังหาร' เรียบร้อยแล้ว" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับขุนศึกศิลาในมหาศึกครั้งนี้ด้วยกันนะครับ ขอบคุณจากใจครับ "พงศาวดารมีชีวิต"
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%