รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 4

แผนที่ยุทธศาสตร์

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
ปลายกระบี่ของขุนศึกศิลาวางพาดอยู่บนแผนที่หนังควายที่ปูอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับด้ามดาบสั่นเทาเพียงเล็กน้อยขณะที่เขากดลงบนรอยหมึกสีแดงที่ลากยาวผ่านลำน้ำโขง “เจ้าบอกว่ามันไม่ใช่แค่ความประมาทของแม่ทัพหน้า แต่มันคือการ ‘จัดฉาก’ ให้เราไปตาย” เสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง เจ้าหญิงมณีรินทร์ไม่ได้ตอบในทันที นางทรุดนั่งลงฝั่งตรงข้าม แสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยสั่นไหววูบวาบสะท้อนดวงตาที่ฉายแวววิตก นางหยิบตราประทับรูปพญาครุฑขึ้นมาวางทับลงบนจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายศัตรูควรจะโผล่มา แต่มันกลับเงียบสนิท “ศิลา... ท่านมองเห็นไหม? รอยต่อนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” มณีรินทร์เลื่อนแผนที่มาตรงหน้าเขา “ไกรจักรไม่ได้รบเพื่อแผ่นดิน เขารบเพื่อกระดานหมากของเขาเอง และเบี้ยที่ถูกวางไว้ในเมืองหลวงตอนนี้... มีมากกว่าที่ท่านคิด” ศิลาเงยหน้าขึ้น จ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่พยายามอ่านความนัย “ใคร? คนที่ส่งจดหมายลับถึงค่ายศัตรูในคืนที่ครอบครัวข้าถูกสังหาร คือใครกันแน่” มณีรินทร์สูดลมหายใจลึก กลิ่นอายความอึดอัดขยายตัวในห้องแคบๆ นางเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้เพียงชั่วครู่ ก่อนจะดึงคืนมาเมื่อเห็นแววตาที่ดุดันของชายหนุ่ม “ในบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่นั่งหัวโต๊ะในสภาเมืองหลวง มีเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าถึงตราประทับของพระราชวังในยามวิกาลได้... คนที่ท่านเคารพเหมือนพ่อคนที่สอง” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงมอดไม้กัดกินโครงสร้างเรือน ศิลาชะงักไปราวกับถูกอาคมสะกด ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นในเรือนของมหาอำมาตย์ผู้สูงศักดิ์ย้อนกลับมาเหมือนคมมีดบาดลึก “ไม่... เจ้ากำลังโกหก” ศิลาแค่นเสียง ความโกรธแค้นในอกเริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่ขั้วหัวใจ “มหาอำมาตย์เฒ่าผู้นั้นคือผู้มีพระคุณ เขาคือคนที่ชุบเลี้ยงข้ามาหลังสิ้นตระกูล!” “นั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้ท่านเชื่อ เพื่อให้ท่านเป็นสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดในกองทัพ” มณีรินทร์ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างเปิดออกให้เห็นสายน้ำโขงที่ไหลเชี่ยวเบื้องล่าง “เขาเป็นคนส่งแผนที่เดินทัพฉบับจริงให้ไกรจักรในคืนนั้น เพื่อแลกกับการกวาดล้างตระกูลขุนศึกที่ขัดผลประโยชน์ของเขา... ศิลา ท่านไม่ใช่ทหารที่ปกป้องแผ่นดิน แต่ท่านคืออาวุธที่ฆ่าพ่อแม่ของท่านเองโดยไม่รู้ตัว!” ศิลาฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะจนแผนที่กระจัดกระจาย ความสับสนและโทสะตีรวนอยู่ในอก เขาหมุนตัวหมายจะเดินออกจากห้องด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังรัวมาจากโถงทางเดินด้านนอกกลับทำให้เขาต้องชะงัก เสียงประตูถูกผลักออกอย่างแรง ทหารรักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งในชุดเกราะสีดำสนิท—ชุดเกราะของหน่วยราชองครักษ์พิเศษที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้—กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ มณีรินทร์ถอยกรูไปพิงผนัง ใบหน้าซีดเผือด “ไม่จริง... ข้าสั่งให้คนปิดลับไว้แล้ว พวกมันรู้ได้อย่างไร?” ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะแม่ทัพก้าวพ้นเงามืดออกมา เขาคือมือขวาที่ไว้ใจที่สุดของมหาอำมาตย์ผู้นั้น เขามองศิลาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์เหมือนมองซากศพที่เดินได้ “มหาอำมาตย์ฝากมาบอกท่านศิลา ว่าความลับที่ท่านค้นพบในวันนี้... จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านได้รู้” แม่ทัพผู้นั้นชักดาบออก ส่งเสียงกังวานในความเงียบ “และเจ้าหญิง... ถึงเวลาที่พระองค์ต้องเสด็จกลับเข้ากรงทองแล้ว” ศิลาคว้าด้ามดาบข้างกาย สัมผัสถึงความร้อนระอุของเหล็กกล้าที่พร้อมจะอาบเลือด เขารู้ดีว่าหากวันนี้เขาถอยก้าวเดียว แผ่นดินนี้จะสิ้นสุดลง แต่หากเขาสู้... ความลับที่เขาเพิ่งได้รับรู้จะกลายเป็นเปลวเพลิงที่เผาผลาญทุกอย่างที่เขาเคยศรัทธาให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ในจังหวะที่คมดาบของทหารองครักษ์พุ่งเข้ามา ศิลาตัดสินใจพุ่งตัวเข้าใส่เป้าหมายแรกอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากด้านหลังของแม่ทัพกลับทำให้เขาสะดุดหยุดกึก เมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่คาดไม่ถึงก้าวออกมาจากเงามืดของประตู—มันคือชายในชุดผ้าคลุมสีดำที่สวมหน้ากากศิลาขาวสนิท... ใบหน้าเดียวกับที่เขาสวมใส่อยู่ในวันที่เขาก่อเหตุล้างแค้นครั้งแรกในชีวิต! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดเลือดและหยาดเหงื่อไปกับข้าพเจ้าในสมรภูมินี้ครับ "พงศาวดารมีชีวิต"
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%