เหล็กกล้าเมื่อกระทบกันย่อมเกิดประกายไฟ ฉันใดก็ฉันนั้น มนุษย์เราเมื่อผ่านไฟสงครามและการแย่งชิงอำนาจมาจนถึงหยดสุดท้าย คมเขี้ยวแห่งสัจธรรมจึงเผยออกมาอย่างหมดเปลือก
กลิ่นอายดินปืนและคาวเลือดจางหายไปจากระเบียงตำหนักริมฝั่งโขง เหลือไว้เพียงสายลมระลอกสุดท้ายที่พัดพาความเย็นเยียบของปลายฤดูหนาวมากระทบผิวกาย ขุนศึกศิลาในชุดเกราะชุ่มโชกคราบเลือดเก่าทรุดกายลงนั่งพิงเสาไม้สักทอง ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอขึ้น ทว่าร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการห้ำหั่นกับกองกำลังของแม่ทัพไกรจักรยังคงปรากฏชัดเจนบนใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่าน
เบื้องหน้าของเขาคือเจ้าหญิงมณีรินทร์ พระพักตร์ที่เคยซีดเซียวจากการถูกจองจำบัดนี้ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง ทว่ารอยยิ้มที่แย้มอยู่บนริมฝั่งของนางกลับบางเบาเสียจนศิลาต้องใจหายวาบ
"ท่านขุนศึก... บาดแผลของท่านลึกนัก ไฉนจึงไม่ยอมให้หมอหลวงทำแผลเสียให้เรียบร้อยเล่าครับ" สุ้มเสียงของนางนุ่มนวล ทว่าแฝงความอ่อนล้าอันเกิดจากพลังชีวิตที่กำลังมอดไหม้
"บาดแผลทางกาย ข้ามิได้ใส่ใจนักหดอกครับเจ้าหญิง สิ่งที่ข้ากังวลมีเพียงสิ่งเดียว... คือแผ่นดินตรงหน้าและอนาคตของพระองค์" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ สมกับเป็นยอดนักรบผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่านัยน์ตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งในยามออกศึก บัดนี้กลับไหววับด้วยความอาลัยที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
มณีรินทร์ส่ายพักตร์ช้าๆ นางเอื้อมพระหัตถ์อันเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยมาสัมผัสลงบนหลังมือหนาของชายหนุ่ม สัมผัสแผ่วเบานั้นราวกับปีกผีเสื้อที่แตะลงบนผืนน้ำ แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าศาสตราวุธใดๆ ในสนามรบ
"ท่านศิลา... ท่านจำสัญญาที่เราให้ไว้แก่กันใต้ต้นจามจุรีริมฝั่งโขงในคืนก่อนมหาศึกได้หรือไม่" นางเอ่ยถาม นัยน์ตาสุกสกาวสะท้อนภาพของเขาไว้อย่างชัดเจน
"ข้าจำได้ทุกถ้อยคำครับ... ข้าสัญญาว่าจะปกป้องแผ่นดินนี้ และจะปกป้องรอยยิ้มของพระองค์ด้วยชีวิต"
"ท่านทำสำเร็จแล้ว..." เจ้าหญิงแย้มสรวลกว้างขึ้น รอยยิ้มสุดท้ายที่บริสุทธิ์และงดงามราวกับดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งท่ามกลางซากปรักหักพัง "ท่านปลดปล่อยผู้คนจากเงื้อมมือของไกรจักร ท่านทวงคืนความยุติธรรมให้แผ่นดิน... เพียงเท่านี้ ชีวิตของหญิงสูงศักดิ์ผู้หนึ่งก็ไม่มีอะไรจะต้องติดค้างอีกต่อไปแล้ว"
"เจ้าหญิง..." ศิลารู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจที่เคยด้านชาต่อความตายกลับบีบรัดเข้าหากันอย่างเจ็บปวด "พระองค์กำลังตรัสสิ่งใด... สงครามจบลงแล้ว เรากำลังจะได้สร้างบ้านแปงเมืองกันใหม่นะคร้าบ... อ่า... นะครับ" (เขาเผลอหลุดเสียงสั่นด้วยความสะเทือนใจ รีบปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นสุภาพบุรุษผู้มั่นคง) "พระองค์ต้องอยู่ทอดพระเนตรความรุ่งเรืองนั้นด้วยพระองค์เอง"
มณีรินทร์ส่ายพระพักตร์อีกครั้ง ช้าๆ แต่มั่นคง
"ประวัติศาสตร์ที่ผู้คนจะจดจำ... มักถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของสามัญชนและแม่ทัพผู้เสียสละ เช่นท่าน และเช่นตัวข้า... แต่พงศาวดารที่แท้จริง จะถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้คนที่ได้อยู่อย่างรอดปลอดภัยต่างหากเล่า ท่านศิลา... ข้าเหนื่อยล้ามามากแล้ว ขอให้ข้าได้หลับตาลง ณ แผ่นดินที่ท่านเอาชีวิตเข้าแลกมานี้เถอะนะ"
สิ้นคำตรัส พระหัตถ์ที่กุมมือของศิลาไว้ก็คลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงเนตรที่เคยเปี่ยมด้วยปัญญาและความเมตตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันของขุนเขาและสายน้ำโขงที่ไหลรินไม่เคยหยุดพัก
ขุนศึกศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงลมหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวตรงหน้าดับวูบลง เหลือเพียงความอ้างว้างที่โถมเข้าใส่หัวใจของยอดนักรบผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อกองทัพนับหมื่น
เขาก้มลงกราบแทบตักของนางอย่างเงียบเชื่อง ชายชาติทหารผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ความตายของผู้ใด บัดนี้หยาดน้ำใสๆ กลับร่วงหล่นกระทบผืนผ้าไหมชุ่มเลือด ไหลซึมลงสู่แผ่นดินที่พวกเขาเพิ่งร่วมกันกอบกู้มาด้วยหยาดเหงื่อและวิญญาณ
ทว่า ในความเงียบงันและโศกเศร้าอันล้ำลึกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นจากเบื้องล่างบันไดตำหนัก เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของกองกำลังที่ไม่ได้รับเชิญ
ศิลายืดกายลุกขึ้นช้าๆ เขาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าด้วยหลังมืออย่างเด็ดเดี่ยว มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามดาบคู่กายที่อาบไปด้วยคราบเลือดของศัตรู แววตาที่เพิ่งสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป กลับมาลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความเดือดดาลและเยือกเย็นดั่งมัจจุราชอีกครั้ง
เขาก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับระเบียงทาง
และณ ที่นั่นเอง ท่ามกลางแสงสนธยาที่กำลังจะหมดลง บุคคลผู้หนึ่งที่ศิลาคิดว่าได้ดับสูญไปพร้อมกับกองเพลิงในอดีต ก็ก้าวออกมาจากเงาของเสาตำหนัก พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงมาให้เขา
"ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านเกิดนะ... น้องชาย" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับปลายดาบที่ชี้ตรงมายังอกของศิลา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงบทรองสุดท้ายนี้นะครับ
รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 49
พงศาวดารที่ไม่ถูกจารึก
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!