รอยหมึกบนกระดาษสาแผ่นเก่าแห้งสนิทไปนานแล้ว เหลือไว้เพียงกลิ่นอับชื้นของกาลเวลาและคราบเหลืองด่างดวงตามกาลานุภาพ
ปลายพู่กันขนกระต่ายในมือของขุนศึกศิลาไม่ได้สั่นไหว แม้ว่าร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ขวาจะยังคงปวดแปลบทุกครั้งที่ลมหนาวพัดผ่านแม่น้ำโขง สายน้ำเบื้องล่างในยามวิกาลยังคงไหลเชี่ยวผ่านซากปรักหักพังของป้อมปราการเก่า มันไม่เคยหยุดรอใคร และไม่เคยสนใจว่าใครจะร่วงหล่นลงไปในกระแสเชี่ยวชาญนั้นบ้าง
"ท่านยังเขียนมันใหม่อย่างนั้นหรือ..."
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความอ่อนล้าดังขึ้นจากมุมห้อง เจ้าหญิงมณีรินทร์ในอาภรณ์สีเรียบปรากฏตัวขึ้นพร้อมถาดชาอุ่นๆ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาป่าช่วยบรรเทาความตึงเครียดในห้องทรงอักษรแคบๆ นี้ได้บ้าง นางวางถาดลงบนโต๊ะไม้สักทองที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน สายตานิ่งสงบกวาดมองแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรหวัดๆ แต่ทรงพลัง
"บันทึกประวัติศาสตร์ไม่ได้เขียนด้วยความจริง...แต่มันเขียนด้วยเลือดของผู้ชนะต่างหาก" ศิลากล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบที่ผ่านศึกมานับร้อยครั้งทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแคบ แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยประสบการณ์ "ไกรจักรตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสามปีก่อน แต่ชื่อของเขากลับถูกยกย่องว่าเป็นผู้ปกป้องแผ่นดิน ส่วนตระกูลของข้า...กลายเป็นเพียงกบฏที่ถูกลบเลือน"
มณีรินทร์ทอดถอนหายใจเบาๆ นางขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือเรียวสัมผัสไหล่กว้างของชายผู้เป็นทั้งสหายและคู่ชีวิตอย่างแผ่วเบา "ท่านยังติดอยู่กับอดีตหรือท่านศิลา? หรือท่านแค้นเคืองที่พงศาวดารฉบับหลวงไม่ได้จารึกความจริง?"
ศิลานิ่งงอมองพู่กันในมือ เขาวางมันลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหันมาสบตาหญิงสาว แววตาที่เคยเยือกเย็นและดุดันยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกซึ้ง
"ข้าไม่ได้แค้นเคืองมณีรินทร์... ข้าเพียงแต่ตระหนักว่า มนุษย์เราช่างตัวเล็กจ้อยนักเมื่อเทียบกับหน้าประวัติศาสตร์" ศิลาแค่นAยิ้มจางๆ "ข้าเคยคิดว่าการล้างแค้นคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่เมื่อวันที่ดาบของข้าจ่ออยู่ที่คอของไกรจักร... ข้ากลับพบว่าความตายของเขาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ครอบครัวของข้าไม่ได้ฟื้นคืนชีพ แผ่นดินก็ไม่ได้สงบสุขขึ้นด้วยเลือดของคนทรยศเพียงคนเดียว"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงสายน้ำโขงที่ซัดสาดเข้ากับตลิ่งเบื้องล่าง เป็นความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ความขัดแย้งในใจของขุนศึกผู้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้ บัดนี้ได้มอดดับลงเหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้ง
"ถ้าเช่นนั้น... ท่านจะเลือกให้ลูกหลานในภายภาคหน้าจดจำท่านเช่นไรเล่า?" มณีรินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงของนางเจือแววท้าทายเล็กน้อยเพื่อดึงสติของชายหนุ่ม
ศิลากลับนิ่งเงำไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมาฉีกมันทิ้งอย่างไม่ลังเล เศษกระดาษปลิวว่อนตกลงสู่พื้นห้อง
"ข้าไม่ต้องการให้ใครจดจำข้าทั้งนั้น" ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเป็นอิสระอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต "ให้ชื่อของศิลาและไกรจักรจมหายไปกับสายน้ำโขงนี้เถิด ให้เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงลมปากของคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าขานรอบกองไฟในคืนฤดูหนาว... เป็นเพียงตำนานที่ไม่มีตัวตน เพื่อที่คนรุ่นหลังจะได้ไม่ต้องแบกรับความแค้นของพวกเราไว้บนบ่าอีก"
มณีรินทร์มองการกระทำนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและความเคารพรักอย่างหาที่สุดมิได้ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากโซ่ตรวนแห่งอดีตแล้วอย่างสมบูรณ์
เช้าวันรุ่งขึ้น... หมอกหนาทึบปกคลุมผืนน้ำโขงขาวโพลนราวกับผืนผ้าใบที่ยังไม่ได้แต่งแต้มสีสันใดๆ
ณ ริมฝั่งแม่น้ำ ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดคลุมสีเข้มยืนสงรดนิ่งมองทัศนียภาพเบื้องหน้า เส้นผมสีดอกเลาปลิวไปตามกระแสลมเย็นเยียบ ขุนศึกศิลาและมณีรินทร์ก้าวขึ้นสู่เรือลำเล็กที่เตรียมไว้ ไร้ซึ่งบริวาร ไร้ซึ่งธงนำทัพ ไร้ซึ่งสมบัติและชื่อเสียงเรียงนาม มีเพียงหัวใจที่เบาหวิวและอิสรเสรี
ไม้พายกระทบผืนน้ำเบาๆ ส่งเรือลำน้อยค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากฝั่ง มุ่งหน้าล่องไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากสู่อفقอันไกลโพ้น ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงแผ่นดินที่พวกเขาเคยหลั่งเลือดปกป้อง และพงศาวดารหน้าที่ว่างเปล่า
ณ ปลายทางแห่งสายน้ำ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเดินทางไปที่ใด และไม่มีใครบันทึกว่าพวกเขาคือใครอีกต่อไป เหลือเพียงร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ค่อยๆ เลือนหายไปกับสายน้ำโขง ราวกับรอยเลือดที่จางหายไปอย่างไร้ร่องรอย... คงไว้ซึ่งตำนานอันเป็นนิรันดร์ในหัวใจของผู้ที่เคยรับรู้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงหน้าสุดท้ายนี้นะครับ
**พงศาวดารมีชีวิต**
รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 50
รอยเลือดที่จางหาย
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!