“เจ้าเชื่อเรื่องคนตายที่เขียนหนังสือได้หรือไม่ ศิลา?”
น้ำเสียงของเจ้าหญิงมณีรินทร์ราบเรียบ หากแต่นัยน์ตากลับสั่นไหวราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ นางวางม้วนกระดาษเก่าคร่ำครึลงบนโต๊ะไม้สักขัดมัน กลิ่นอับชื้นของราและกาลเวลาโชยออกมาจากมัน ราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเจ้าของที่ล่วงลับไปนานปี
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาวางดาบเหล็กน้ำพี้ลงข้างตัว เสียงโลหะกระทบไม้ดังกังวานก้องห้องโถงที่เงียบสงัด เขาเดินเข้ามาใกล้ เลื่อนมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการศึกไปแตะรอยตราประทับสีแดงฉานที่มุมกระดาษ—ตราประทับรูปพญาครุฑกางปีกที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตนเอง
มันคือตราประจำตัวของ ‘ขุนนางคลังหลวง’ คนก่อน... บิดาของเขาเอง
“คนตายเขียนไม่ได้ แต่นักสู้มักทิ้งร่องรอยไว้ก่อนจะถูกเชือดคอ” ศิลาแค่นเสียง ความเย็นชาเยือกแข็งไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด “เอกสารฉบับนี้เจ้าได้มาจากที่ใด?”
“ใต้ฐานพระพุทธรูปในโบสถ์ร้างริมฝั่งโขง” มณีรินทร์ขยับตัวเข้าใกล้ แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบวาบขับให้ใบหน้าของนางดูซูบซีด “ข้าให้คนไปสืบเรื่องเสบียงที่หายไปจากคลังหลวงเมื่อสิบปีก่อน และข้าก็พบสิ่งนี้... ศิลา อ่านเนื้อความในบรรทัดที่สามให้ดี”
ศิลาเพ่งสายตามองตัวอักษรไทยโบราณที่เขียนด้วยน้ำหมึกสีเข้ม เนื้อความนั้นระบุชัดเจนถึงรายการลำเลียงอาวุธและทองคำไปพักไว้ที่ 'หุบเขาเงาจันทร์' โดยมีชื่อผู้อนุมัติกำกับอยู่ใต้รายการอย่างองอาจ
*‘ไกรจักร...’*
ชื่อนี้ไม่ได้ทำให้ศิลาโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงน้ำโขงที่เย็นเฉียบเข้าเกาะกุมก้อนเนื้อในอก สิบปีที่เขาเฝ้าตามล่าเงาของฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูลสิบทิศ บัดนี้ เงาที่เขาเคยเห็นว่าเป็นเพียงสุนัขรับใช้ กลับกลายเป็นงูพิษที่ชักใยอยู่เหนือทุกชีวิตในราชสำนัก
“ไกรจักรไม่ใช่แค่แม่ทัพที่จงรักภักดี” ศิลาพึมพำ มือที่กุมม้วนกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย “เขาคือคนวางแผน... เขาคือคนที่เซ็นอนุมัติให้กวาดล้างคนในตระกูลข้าเพื่อปิดปากเรื่องเสบียงที่ถูกยักยอกไปสร้างกองทัพส่วนตัว”
“เจ้าจะทำอย่างไร?” มณีรินทร์ถาม “หากเจ้าชักดาบออกตอนนี้ เจ้าจะไม่ได้สู้กับแค่ไกรจักร แต่เจ้าจะสู้กับอำนาจที่ค้ำยันบัลลังก์นี้อยู่”
ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวไปที่หน้าต่างไม้บานเฟี้ยม มองออกไปสู่สายน้ำโขงที่ไหลเชี่ยวในยามค่ำคืน แสงจันทร์ตกกระทบผิวน้ำจนดูราวกับสายเลือดที่รินไหลไม่รู้จบ ในหัวของเขาภาพเหตุการณ์คืนนองเลือดในอดีตฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงกรีดร้องของมารดา กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วเรือนไม้ และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารที่สวมชุดเกราะตราพญาครุฑ... *ตราประทับเดียวกับในจดหมายฉบับนี้*
“ข้าเคยคิดว่าความแค้นเป็นเรื่องของหัวใจ แต่นี่มันคือเรื่องของแผ่นดิน” ศิลาหันกลับมา แววตาของเขามิใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบเด็กหนุ่ม แต่เป็นความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว “หากข้าจะฆ่าไกรจักร ข้าต้องมีหลักฐานที่ใหญ่กว่ากระดาษแผ่นเดียว ข้าต้องทำให้เขาเผยหน้ากากที่แท้จริงออกมาต่อหน้าพระพักตร์”
“แล้วถ้าเขารู้ตัวก่อนล่ะ?” มณีรินทร์ถามพลางวางมือลงบนไหล่ที่หนาแน่นของเขา “ไกรจักรไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าถ้าความลับนี้หลุดรอดไปเพียงเสี้ยวเดียว หัวของเขาก็จะหลุดจากบ่า”
“นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องเดินเกมให้ไวกว่าเขา”
ศิลาหยิบดาบขึ้นมาถือไว้มั่น เขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้ไป เขาไม่ใช่เพียงแค่ขุนศึกที่ทำตามคำสั่ง แต่เป็นชายที่กำลังก้าวเข้าสู่ความตายที่เขาเลือกเอง เขาเดินไปที่มุมห้อง ลากกล่องไม้เก่าๆ ออกมาเผยให้เห็นแผนที่เส้นทางเดินทัพและรายชื่อสายลับที่เขารวบรวมไว้เป็นเวลาหลายปี
ขณะที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงกันถึงแผนการลอบเข้าค่ายทหารไกรจักรในคืนวันเพ็ญ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องโถงก็ดังขึ้นเป็นจังหวะสามครั้ง... ช้าๆ แต่หนักแน่นและทรงอำนาจ
มณีรินทร์หน้าซีดเผือด นางรีบซ่อนจดหมายฉบับนั้นไว้ในแขนเสื้อก่อนจะขยับไปยืนข้างศิลา ศิลาวางมือบนด้ามดาบ เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่กำลังจะก้าวเข้ามา
บานประตูไม้เปิดออกช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทของหน่วยราชองครักษ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ศิลาจำได้แม่นว่ามันเป็นของชายคนเดียวกับที่เขาเพิ่งจะค้นพบว่าคือฆาตกร
ไกรจักรยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตู เขากวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาถือไว้ในมือ
“ข้ามาที่นี่ไม่ได้จะมาตรวจราชการ” ไกรจักรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวาน “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า... ศิลา ว่าของบางอย่างที่หายไปจากโบสถ์ร้างริมน้ำโขง หากเจ้าเก็บมันไว้กับตัวนานเกินไป มันอาจจะทำให้เจ้ากลายเป็นศพรายต่อไปของแผ่นดินนี้”
ศิลาหยุดหายใจ ลมหายใจของเขาแทบจะขาดห้วงเมื่อไกรจักรเลื่อนจดหมายในมือที่เหมือนกับจดหมายที่มณีรินทร์เพิ่งพบมาตรงหน้าเขา
“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังไล่ล่าข้าอยู่หรือ?” ไกรจักรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ความจริงแล้ว เจ้าแค่กำลังวิ่งอยู่ในกรงที่ข้าเตรียมไว้ให้ต่างหาก”
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — พงศาวดารมีชีวิต
รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 8
จดหมายจากอดีต
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!