รอยยิ้มพราวระยับที่ประดับอยู่บนมุมปากของคินน์ในวินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์หรู ช่างบาดตาบาดใจจนปัณณ์แทบอยากจะคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงลิบลิ่วแถวนั้นปาใส่หน้าหล่อเหลาที่กวนประสาทเสียให้เข็ด ผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังในความน่าหมั่นไส้เลยจริงๆ โดยเฉพาะการปรากฏตัวพร้อมกับคำพูดกำกวมที่จงใจหยอดคำว่า ‘ว่าที่ภรรยาคนใหม่’ ออกมาเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าสาธารณชน
แต่ตอนนี้... ความวุ่นวายจากงานเลี้ยงต้อนรับโปรเจกต์ใหม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ภายในห้องรับแขกพื้นที่กว้างขวาง
"คุณช่วยหยุดทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วฟังผมพูดให้ดีๆ สักสามนาทีได้ไหมครับ คุณคินน์" ปัณณ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ร่างเพรียวในชุดสูททำงานเข้ารูปทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แววตาคมกริบที่มักใช้ประเมินคู่ค้าทางธุรกิจถูกส่งตรงไปยังร่างสูงใหญ่ของสามีในนามที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองสำรวจภรรยาตัวแสบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งหลงใหล และ... หงุดหงิดที่อีกฝ่ายดูใจเย็นจนผิดปกติ ผิดกับเขาที่หัวใจร้อนรุ่มตั้งแต่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าเมื่อสัปดาห์ก่อน
"ว่ามาสิครับ ผมให้เวลาคุณสามนาที... เผื่อว่ามันจะเป็นข้ออ้างไร้สาระที่คุณกุขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจอีก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเจือแววเย้าหยอก แม้ใบหน้าคมคายจะยังคงไว้ซึ่งความเรียบเฉยตามแบบฉบับซีอีโอผู้ไร้ความรู้สึก
ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "เรียกร้องความสนใจ? ฝันไปเถอะค่ะ ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้น"
นิ้วเรียวสวยหยิบแท็บเล็ตเครื่องบางขึ้นมาเปิดหน้าจอ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าด้วยท่าทางจริงจัง "เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เราต้องมานั่งทะเลาะกันเรื่องไร้สาระในระหว่างที่รอเอกสารการหย่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผมจึงร่าง ‘กฎสามข้อ’ ขึ้นมาให้คุณท่องจำและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด"
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้โซฟามากขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกจนปัณณ์ต้องแอบกลั้นหายใจ
"กฎ? เราแต่งงานกันมาสองปี คุณเพิ่งมานึกสนุกอยากมีกฎเกณฑ์อะไรเอาป่านนี้" ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนโซฟาตัว "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ครูฝ่ายปกครองเหรอครับ ปัณณ์"
"ผมเป็นคนที่กำลังจะพ้นสภาพจากการเป็นภรรยาของคุณไงคะ เพราะฉะนั้น ในฐานะที่คุณยังต้องใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกับผมอีกชั่วคราว กรุณาฟังและทำตามเงื่อนไขพวกนี้ซะ ไม่อย่างนั้นผมอาจจะเปลี่ยนใจจากการหย่าด้วยความยินยอม... ไปเป็นการฟ้องหย่าข้อหานอกใจและมีความประพฤติเสื่อมเสียแทน"
คำขู่กึ่งจริงกึ่งเล่นนั้นทำให้คินน์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหรأลงอย่างใช้ความคิด ถึงแม้เขาจะมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยนอกลู่นอกทางอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวหา แต่เขาก็ไม่ชอบคำว่า ‘ฟ้องหย่า’ ที่หลุดออกมาจากปากอิ่มนั่นเลยสักนิด มันน่ารำคาญใจและระคายหูเป็นบ้า
"ว่ามา ข้อแรกคืออะไร หวังว่าคงไม่พิลึกจนรับไม่ได้หรอกนะ" คินน์ยอมจำนนด้วยการยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พลางเท้าคางมองคนตัวเล็กที่นั่งหน้าเชิดอยู่ตรงข้าม
ปัณณ์ขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวปัดหน้าจอแท็บเล็ต
"ข้อแรก... **ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวและเรื่องส่วนสิทธิ์ของกันและกัน** นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้องนอนใหญ่ที่คุณเคยนอนร่วมกัน ผมย้ายออกไปนอนห้องรับแขกฝั่งตะวันตกเรียบร้อยแล้ว และเสื้อผ้าของคุณ... อ่า ผมจัดการเก็บลงกล่องส่งไปซักแห้งหมดเกลี้ยง ห้ามเข้ามาในอาณาเขตของผมโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นทันที "เดี๋ยวสิ นั่นห้องนอนผมนะ ปัณณ์! คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ผมออกจากห้องตัวเอง"
"มีสิทธิ์ในฐานะเจ้าของร่วมของเพนท์เฮ้าส์ห้องนี้ไงคะ หรือคุณลืมไปแล้วว่าโฉนดห้องนี้เป็นชื่อผมครึ่งหนึ่ง?" ปัณณ์สวนกลับทันควันด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ "ถ้าไม่อยากให้ผมประกาศขายห้องนี้ทิ้งเพื่อแบ่งสมบัติระหว่างหย่า ก็ก้มหน้าก้มตาจำข้อแรกไว้ซะค่ะ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เริ่มระอุขึ้นทีละน้อย ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ปัณณ์ได้กลิ่นอายความดุดันจากร่างสูงที่นั่งทับถมความกดดันอยู่ตรงหน้า ขณะที่คินน์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกแมวป่าตัวเล็กๆ ตะปบเข้าที่กลางใจ—เจ็บนิดๆ แต่คันยุบยิบจนอยากจะรวบตัวเข้ามาฟัดให้หายพยศ
"โอเค ข้อแรกผ่าน... แล้วข้อสองล่ะ?" คินน์กัดฟันถาม น้ำเสียงทุ้มเริ่มเจือความหงุดหงิดที่ถูกต้อนจนมุม
"ข้อสอง..." ปัณณ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตาคมกริบของสามีตรงๆ แววตานั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย "**ห้ามแสดงความสนิทสนมเกินเลยต่อหน้าสื่อหรือคนนอก** เราตกลงกันแล้วว่าจะหย่าอย่างเงียบๆ เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นสามีผู้แสนดีหรือใช้คำพูดชวนเข้าใจผิดแบบที่งานเลี้ยงเมื่อกี้เด็ดขาด ผมไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของพวกไฮโซปากหอยปากปู หรือต้องมาคอยตอบคำถามน่ารำคาญว่าทำไมเราถึงแยกทางกัน"
คำพูดนั้นทำให้แววตาของคินน์วูบไหวไปชั่วขณะ ความรู้สึกเจ็บแปลบแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ เขาเกลียดรอยยิ้มห่างเหินและแววตาไร้เยื่อใยคู่นั้นเหลือเกิน มันไม่ใช่ปัณณ์... ปัณณ์ที่เคยส่งยิ้มหวานและคอยรอคอยเขากลับบ้านทุกค่ำคืนหายไปไหนเสียแล้ว?
"กลัวคนอื่นรู้ว่าเราจะหย่า... หรือว่ากลัวใครบางคนเข้าใจผิดว่าคุณยังเป็นของผมกันแน่ครับ?" คินน์จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของคนตรงข้าม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนปัณณ์สะấuท้าน แต่ร่างเพรียวก็ยังคงฝืนเกร็งตัวแล้วเอี้ยวหน้ากลับมาปะทะสายตาอย่างไม่ยอมแพ้
"มั่นใจในตัวเองสูงเกินไปหน่อยไหมคะ คุณคินน์... ผมแค่ไม่อยากวุ่นวาย" ปัณณ์ตอบเสียงลอดไรฟัน พยายามข่มจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะเพราะความใกล้ชิดอันตรายนี้ "และข้อสุดท้าย... ข้อที่สาม"
ชายหนุ่มรีบเบี่ยงประเด็นเพื่อดึงตัวเองออกจากสถานการณ์สุ่มเสี่ยง
"ว่ามาสิ ข้อสุดท้ายนี่คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ" คินน์ถอนหายใจยาว ยอมผละถอยหลังกลับไปนั่งพิงพนักโซฟาตามเดิม แต่สายตายังคงจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดไม่ยอมวางตา
"ข้อสาม..." ปัณณ์สูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วประกาศกร้าว "**ห้ามก้าวก่ายชีวิตรักใหม่ของกันและกัน** ในเมื่อเราตกลงจะแยกทาง ต่างคนต่างมีอิสระ ถ้าผมจะไปเดทกับใคร หรือคุณจะไปยุ่งกับใคร ก็ต่างคนต่างอยู่ ห้ามหึง ห้ามหวง ห้ามแสดงอาการเจ้าเข้าเจ้าของเด็ดขาด... จบค่ะ!"
สิ้นเสียงประกาศราชาศัพท์ฉบับคนอยากหย่า เพนท์เฮ้าส์ทั้งหลังก็ตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม
คินน์นิ่งอึ้งไปสนิท ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะกระตุกยิ้มเหยียดหยันออกมา—รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าขีดจำกัดความอดทนของเขาได้ขาดผึ่งลงแล้ว
"หึง? หวง?" คินน์ทวนคำเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนร่างสูงใหญ่ทอดเงาดำทับร่างของปัณณ์มิด เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างไร้ช่องว่าง ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือสองข้างยันท้าวพนักโซฟา กักขังภรรยาตัวดีให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ
ปัณณ์ผวาเฮือก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างใหญ่โถมทับลงมา กลิ่นกายสะอาดคมคายล้อมรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก "ค... คุณจะทำอะไร ถอยไปนะ!"
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าตั้งกฎบ้าๆ นี่ขึ้นมาสั่งผม ปัณณ์?" เสียงทุ้มต่ำรlอดไรฟัน แววตาดุร้ายดั่งเสือร้ายที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ "คิดจะเขี่ยผมทิ้งแล้วหนีไปมีคนอื่นงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
"ปล่อยผมนะ! ไหนว่าเราตกลงกัน—"
"ผมยังไม่ได้ตกลงอะไรสักคำ!" คินน์สวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาสีนิลลุกโชนด้วยไฟโทสะและอารมณ์บางอย่างที่เดือดพล่านเกินกว่าจะควบคุม "และข้อสามของคุณ... ผมบอกเลยว่าผมไม่มีวันทำตามเด็ดขาด!"
ทว่า ในจังหวะที่ปัณณ์กำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงกริ่งหน้าประตูห้องก็ดังขึ้น ‘ติ๊งหน่อง!’ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดลงอย่างกะทันหัน
ทั้งคู่ชะงัก คินน์หันขวับไปมองทางประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่ปัณณ์เบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลนี้
ประตูดิจิตอลหน้าห้องส่งเสียงปลดล็อก ‘ติ๊ด’ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของนายแบบหนุ่มลูกครึ่งชื่อดัง—เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของปัณณ์—ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า
"อ้าว... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับปัณณ์ งั้นผมมารับ ‘ว่าที่ภรรยา’ คนใหม่กลับไปนอนคอนโดผม... คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ คุณซีอีโอ?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเอมเมอรัลด์อายส์เสมอนะคะ)*
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!