“คุณ...”
เสียงอุทานหลุดลอดออกจากริมฝีปากอิ่มของปัณณ์ด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา เมื่อบุคคลที่ยืนลากกระเป๋าเดินทางใบโตอยู่หน้าห้องชุดหรูหรานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ‘มิน’ อดีตคู่หมั้นคนเก่าของคินน์ที่บินกลับมาจากต่างประเทศอย่างกะทันหัน ร่างโปร่งบางในชุดแฟชั่นสนามบินราคาแพงส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่คนมองแล้วรู้สึกหนามทิ่มแทงในอก
ปัณณ์ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วปลายนิ้ว ภาพใบหย่าในมือสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่สติจะถูกดึงกลับมาด้วยแรงขยับตัวของร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังอยู่ด้านหน้า
คินน์ชะوคักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญ แต่สีหน้าของซีอีโอหนุ่มกลับไม่ได้แสดงความประหลาดใจมากมายนัก ราวกับเขารับรู้การมาถึงนี้อยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มขยับตัวบังร่างบางของภรรยาตามกฎหมายไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“เธอมาทำไมที่นี่ มิน”
“ก็มินคิดถึงคุณคินน์น่ะสิคะ พอเคลียร์งานที่นิวยอร์กเสร็จก็รีบบินตรงมาหาเลย” เสียงหวานหยดเยิยมเอ่ยตอบ พร้อมกับก้าวเท้าล้ำเข้ามาในเขตห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ดวงตากลมโตของเธอกวาดมองไปรอบเพนต์เฮาส์สุดหรู ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของปัณณ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของคินน์ รอยยิ้มที่มุมปากของมินฉาบด้วยความเย้ยหยันเพียงเสี้ยววินาที “อ้าว... น้องปัณณ์ก็ยังอยู่เหรอคะเนี่ย นึกว่าย้ายออกไปตามข่าวลือซะอีก”
ปัณณ์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเจ็บแปลบที่เคยคิดว่าด้านชาไปแล้วกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าสมเพช นี่สินะ... เหตุผลที่คินน์ดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดกับการที่เขาขอหย่า บางทีสามีของเขาอาจจะรู้ระแคะระคายเรื่องการกลับมาของผู้หญิงคนนี้อยู่แล้ว ถึงได้กล้าทำท่าทางเย็นชาใส่กันได้ตลอดเวลา
“ผมจะอยู่หรือจะไป มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจนะครับ คุณมิน” ปัณณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะเบาแต่กลับคมกริบและบาดลึกพอสมควร ดวงตากลมโตตวัดมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “อีกอย่าง ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณ กรุณามารยาททางสังคมด้วยครับว่าควรยืนอยู่ตรงไหน”
“อุ๊ย ปัณณ์ดูอารมณ์ร้อนจังนะคะ สงสัยช่วงนี้เครียดเรื่องงาน หรือว่า...” มินลากเสียงยาวอย่างจงใจ พร้อมกับปรายตามองเอกสารแผ่นบางในมือของปัณณ์ “นั่นอะไรคะ ใบอะไรเหรอ หน้าตาคุ้นๆ เหมือน... ใบหย่าเลยนี่คะ”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นกระดาษในมือของภรรยา เขาหันขวับกลับมามองหน้าปัณณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจระคนหงุดหงิดที่ถูกท้าทายอำนาจมืดในใจ
“เอามานี่”
คินน์ยื่นมือหนาออกมาหมายจะชิงกระดาษแผ่นนั้นมา แต่ปัณณ์ไวกว่า ชายหนุ่มรีบชักมือหลบและถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างระแวดระวัง
“ไม่ต้องมายุ่งครับ! ของๆ ผม ผมมีสิทธิ์จัดการ”
“ปัณณ์! อย่ามาทำตัวงี่เง่าไร้สาระนะ” คินน์ตวาดเสียงต่ำ ความอดทนที่ใกล้หมดลงทุกทีทำให้เขาเผลอใช้น้ำเสียงดุดันใส่ “คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะสนใจเหรอ? อยากเป็นจุดเด่น อยากให้ผมง้อว่างั้นเถอะ?”
ปัณณ์แค่นหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ที่หน่วยตาคู่สวยแต่มันไม่ยอมร่วงหล่นลงมาให้ใครได้เห็นความอ่อนแอ
“งี่เง่าเหรอครับ? คุณคิดว่านี่คือการเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ?” ปัณณ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของสามี “ตื่นเถอะครับคุณคินน์... ผมไม่ได้ว่างพอจะมาเล่นเกมเด็กๆ แบบที่คุณคิดหรอกนะ ผมเหนื่อย! ผมเบื่อ! และผมไม่อยากทนอยู่กับคนหลงตัวเองอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว!”
สิ้นคำพูดนั้น ปัณณ์ก็ก้มลงมองกระดาษใบหย่าในมือ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่คินน์คาดไม่ถึง
*แคว่ก!*
เสียงกระดาษเนื้อดีถูกฉีกขาดออกจากกันจนแยกเป็นสองส่วน ท่ามกลางความตกตะลึงของมินที่ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ และดวงตาของคินน์ที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
“ปัณณ์! เธอ... กล้าดียังไง!” คินน์คำรามลั่นห้อง ร่างสูงพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวไว้แน่นด้วยความโมโหจนปัณณ์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “คิดว่าฉีกมันทิ้งแล้วเรื่องจะจบงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! ต่อให้เธอฉีกมันเป็นร้อยชิ้น ผมก็ไม่มีทางเซ็นหย่าให้เด็ดขาด!”
“ปล่อยผมนะ! คนเผด็จการ ป่าเถื่อน!” ปัณณ์พยายามบิดข้อมือหนีพร้อมกับใช้มืออีกข้างทุบตีอกแกร่งระรัวด้วยความคับแค้นใจ “ปล่อยสิครับ! ในเมื่อคุณไม่ยอมหยดีๆ งั้นเราก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก!”
“ไม่มีทาง!” คินน์กระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างไร้ความปรานี แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ “เธอเป็นเมียผม เป็นคนของผม ไม่มีวันไหนที่ผมจะปล่อยให้เธอเดินหนีไปจากชีวิตผมได้ จำใส่สมองไว้ซะปัณณ์!”
มินที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นสีขาว ดวงตาที่เคยพราวระยับกลับเต็มไปด้วยริ้ว 3 ของความริษยาและเกลียดชังที่ซ่อนไว้ไม่มิด หล่อนไม่ยอมบินกลับมาเพื่อเห็นสามีเก่าตามตื๊อผู้ชายหน้าจืดคนนี้แน่!
“คุณคินน์คะ... มินเพิ่งมาถึงเองนะคะ ทำไมต้องเสียงดังใส่กันด้วยล่ะคะเนี่ย” มินรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาออดอعน พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้ แตะมือเรียวลงบนแขนของคินน์เบาๆ “ไปค่ะ ไปนั่งพักผ่อนคุยกันข้างในดีกว่า ปล่อยให้น้องเขาจัดการธุระส่วนตัวไปเถอะค่ะ”
คินน์ชะوคักไปเล็กน้อย เขากำลังจะหันไปปฏิเสธมินเพื่อเคลียร์กับภรรยาให้รู้เรื่อง ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นที่หน้าห้องชุด ดึงความสนใจของทุกคนให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว ประตูโลหะสีเงินค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรغในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพบุตรประดับด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยว
ชายหนุ่มคนนั้นกวาดสายตามองบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ปัณณ์ที่กำลังถูกคินน์พันธนาการไว้ในอ้อมแขน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหนา ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คินน์ถึงกับเลือดขึ้นหน้า
“อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ งั้นผมมารับ ‘ว่าที่ภรรยา’ คนใหม่กลับบ้าน... คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ คุณซีอีโอ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและอินไปกับความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 2
อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!