เสียงกระดาษ A4 ที่ถูกเลื่อนผ่านพื้นโต๊ะกระจกใสเจียระไนอย่างประณีตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องอาหารเพนต์เฮوسหรูใจกลางเมือง มันไม่ใช่เสียงที่ดังอะไรนักหนา—ออกจะเบาเสียด้วยซ้ำ—ทว่ากลับหนักอึ้งรากับมีมหาชนวนระเบิดถูกจุดชนวนขึ้นตรงหน้า
ปัณณ์ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยืนนิ่งสงสง่า ปลายนิ้วเรียวยาวที่เพิ่งปล่อยจากการสัมผัสแผ่นกระดาษแผ่นนั้นยังคงวางนิ่งอยู่บนขอบโต๊ะ อาหารเช้าสไตล์อเมริกันเบรกฟาสต์ที่ถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันจนดูราวกับงานศิลปะบนจานกระเบื้องราคาแพง ยังคงกรุ่นกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีและเบคอนทอดกรอบ แต่วินาทีนี้บรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นราศีกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ
คินน์ชะوสายตาคมกริบดั่งใบมีดที่กำลังกวาดอ่านตัวเลขผลประกอบการประจำไตรมาสในแท็บเล็ตเครื่องหรูขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาคู่นคมดุจเหยี่ยวตวัดมองแผ่นกระดาษที่ถูกผลักมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับใบหน้าหวานที่วันนี้ไร้รอยยิ้มออดอ้อนเช่นทุกวัน ดวงตาโตสีดำสนิทของปัณณ์นิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไม่มีกระแสลมใดพัดผ่านให้ไหวระรอก
"นี่คืออะไร" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้น ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มันคือโทนเสียงปรกติที่ซีอีโอหนุ่มผู้ครองอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านใช้พูดคุยกับคนรอบข้างมาตลอดสองปีเต็มในฐานะสามีทางนิตินัย
"ก็ตามที่ตัวหนังสือภาษาไทยพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนค่ะคุณคินน์" ปัณณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รื่นหู แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ใบหย่า... และข้อตกลงในการแบ่งสินสมรสที่ฉันคิดว่ายุติธรรมที่สุดสำหรับเราทั้งคู่แล้ว"
มุมปากของคินน์กระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นการเย้ยหยันที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีราวกับภาพลวงตา เขาวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะด้วยท่าทางใจเย็นจนน่ากลัว สองแขนที่สวมทับด้วยเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนเนี้ยบกอดอกเข้าหากันช้าๆ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงพิจารณาภรรยาแต่งงานตามกฎหมายที่อยู่กินกันมาครบเจ็ดร้อยสามสิบวันเต็ม
"เล่นเกมอะไรอีกปัณณ์" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความอดทนของเขาขึ้นชื่อว่ามีจำกัด และเช้าวันจันทร์ที่งานล้นมือเช่นนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเล่นละครฉากใหญ่ของภรรยาหน้าหวาน "ถ้าคิดว่าทำตัวงี่เง่าแบบนี้แล้วผมจะสนใจความสนใจแบบเด็กๆ ล่ะก็ บอกไว้ก่อนเลยว่าเสียเวลาเปล่า งานบนโต๊ะผมมีถมไป ไม่มีเวลามาเล่นเกมสามีภรร้าง้องอนกับคุณหรอกนะ"
ปัณณ์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงที่สะท้อนความเหนื่อยล้าสะสมมาเนิ่นนานจนเกินกว่าจะเยียวยา
"ง้องอนเหรอคะ?" ปัณณ์ทวนคำ ช้อนสายตาขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาดุดันอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเอาสมองส่วนไหนคิดว่านี่คือการง้องอนคะคุณคินน์? สองปีที่ผ่านมา คุณเคยเห็นฉันว่างèneทำตัวไร้สาระแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกัน มีวันไหนที่คุณกลับบ้านก่อนเที่ยงคืนบ้าง มีวันไหนที่คุณจำได้บ้างว่าฉันชอบกินอะไร หรือแม้กระทั่ง... วันครบรอบแต่งงานของเราเมื่อเดือนก่อน คุณยังถามเลขาฯ ด้วยซ้ำว่าฉันชื่ออะไร"
ประโยคสุดท้ายถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับมีดที่กรีดลงบนความจริงอันเน่าเฟะของการแต่งงานที่ถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว
คินน์นิ่งไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แม้ลึกๆ ในใจจะรู้ดีว่าคำพูดของอีกฝ่ายคือความจริง แต่ความหยิ่งทะนงและอีโก้ระดับมหาศาลก็ค้ำคอไม่ยอมให้เขาแสดงความอ่อนแอหรือยอมรับความผิดพลาดออกมาเด็ดขาด
"มันก็แค่เรื่องไร้สาระ" คินน์เลือกที่จะปัดตกด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง "เรื่องงานสำคัญกว่าเรื่องพวกนั้น ถ้าแต่งงานแล้วมันน่ารำคาญนักทำไมตอนนั้นถึงยอมตกลงแต่งล่ะ?"
"ก็เพราะตอนนั้นฉันโง่ไงคะ!" ปัณณ์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่อัดอั้นมานาน "โง่ที่คิดว่าความใกล้ชิดจะเปลี่ยนคนใจหินอย่างคุณได้ โง่ที่ยอมทิ้งความฝันทุกอย่างมาเป็น ‘ภรรยาที่อยู่ในโอวาท’ ตามที่คุณต้องการในบ้านหลังนี้ แต่พอมาถึงวันนี้... ฉันตาสว่างแล้วค่ะคุณคินน์ คนอย่างคุณต่อให้เอาความรักไปกองไว้ตรงหน้าสิบตัน คุณก็คงมองเห็นแต่มูลค่าทางบัญชีอยู่ดี เพราะฉะนั้น... ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ"
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีคุกคามจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวปัณณ์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
ปัณณ์ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง ความเย็นเฉียบของกระจกตัดกับไออุ่นจากร่างหนาของคนที่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง
คินน์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้ม ปัณณ์ใจเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความหวั่นไหว... แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณเตือนภัยว่าสัตว์ร้ายตรงหน้ากำลังโกรธจัด
"คิดจะหย่ากับผมเหรอปัณณ์..." คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดริมหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอันตราย "ฝันไปเถอะ ต่อให้คุณพยายามดิ้นรนแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันเซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นนี้เด็ดขาด อยากไปจากผมมากนักเหรอ? งั้นก็ลองอยู่ชดใช้ความเบื่อหน่ายนี้ไปจนกว่าผมจะเบื่อคุณก่อนก็แล้วกัน!"
ปัณณ์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความเจ็บแปลบที่ยังหลงเหลือ แต่ในขณะเดียวกัน ความเด็ดเดี่ยวก็ฉายชัดขึ้นในแววตา ดื้อรั้นและไม่ยอมจำนน
"คุณไม่มีสิทธิ์บังคับฉัน คินน์ เราไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณ!"
"ผมมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวคุณ..." คินน์ยื่นมือหนาขึ้นมาบีบปลายนิ้วเรียวของปัณณ์ที่ยังวางค้ำอยู่บนโต๊ะไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่ทรงพลังพอที่จะพันธนาการอีกฝ่ายไว้ให้อยู่ในอาณัติ "และจำใส่สมองเอาไว้..."
กริ๊งงงง—!
เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์ดังขึ้นแทรกกลางจังหวะการปะทะคารมที่กำลังร้อนระอุ คินน์ชะوฝีปากที่กำลังจะเอ่ยคำพูดตัดเยื่อใย ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ปัณณ์อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับผลอกร่างหนาออกห่าง
"ใครมา..." ปัณณ์พึมพำด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วเวลานี้จะไม่มีใครกล้ามาเหยียบที่นี่ ยกเว้นแม่บ้านประจำวันพุธ
คินน์ผละตัวออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขากวาดสายตามองใบหย่าบนโต๊ะด้วยแววตาคุกกรุ่น ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้ากว้างๆ ไปที่ประตูหน้าด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธเป็นไฟ ปัณณ์เดินตามหลังไปห่างๆ ด้วยความอยากรู้ว่าใครกันที่กล้ามาปลุกเสือตื่นในเวลานานเช่นนี้
แกร็ก!
กลอนประตูด้านหน้าถูกปลดล็อกและเปิดออกอย่างแรงโดยฝีมือของซีอีโอหนุ่มผู้กำลังอารมณ์เสีย ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างของแขกผู้มาเยือนที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง คินน์ก็ต้องชะงักกึก สีหน้าที่บึ้งตึงเมื่อครู่แข็งค้างไปในทันที
ส่วนปัณณ์ที่เดินตามมาสมทบ เมื่อกวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของสามีออกไปมองบุคคลปริศนาที่ยืนถือกระเป๋าเดินทางใบโตอยู่หน้าห้อง ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 1
ใบหย่าบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!