ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 31

แกล้งป่วยเรียกคะแนน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงไอโขลก ๆ ที่ดังลอดผ่านประตูห้องนอนออกมาเป็นระลอกที่สาม ทำเอาปัณณ์ที่กำลังงละมุนอยู่กับการชงกาแฟในครัวถึงกับต้องชะงักมือ ใบหน้าหวานเรียบตึงด้วยความหมั่นไส้ระคนระอาใจ เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่เพิ่งจะตีบอกเวลาแปดโมงเช้า... เมื่อคืนก่อนนอน พ่อคุณยังยืนค้ำหัวสั่งงานโปรเจกต์ใหญ่ด้วยน้ำเสียงเย็นชาและท่าทางแข็งกระด้างราวกับหุ่นยนต์เหล็กกล้าอยู่เลย ไหงพอตื่นเช้ามาถึงได้สำลักอากาศจนปอดแทบพังได้ขนาดนั้น "สำออยเก่งเป็นที่หนึ่ง ยกให้คุณคินน์เขาเลยค่ะ" ปัณณ์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางถอนหายใจยาวเหยียด ร่างโปร่งบางก้าวเดินเลี่ยงถ้วยกาแฟของตัวเองไปจัดการเทน้ำอุ่นใส่แก้ว พร้อมกับคว้าแผงยาพาราเซตามอลและปรอทวัดไข้ติดมือมาด้วย แม้ในใจจะประกาศกร้าวไว้แล้วว่าต่อจากนี้จะไม่มีวันใจอ่อนให้กับมุกตื้น ๆ ของอดีตสามีจอมเก๊กคนนี้อีก แต่จิตใต้สำนึกความเป็นพยาบาลจำเป็นก็ยังคงทำงานอย่างซื่อตรงอยู่ดี ยิ่งคิดถึงเรื่องใบหย่าที่ยังคาราคาซังอยู่บนโต๊ะทำงาน ยิ่งทำให้ปัณณ์รู้สึกว่าการเข้าไปเคลียร์ให้มันจบ ๆ ไปในเช้านี้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แอด... เสียงเปิดประตูห้องนอนกว้างเผยให้เห็นภาพที่แทบจะทำให้ปัณณ์กลอกตาจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า คินน์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กำลังนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าคมคายที่ปกติจะเรียบตึงราวกับรูปสลักหินอ่อน ตอนนี้กลับดูซีดเซียวเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งผาก และที่สำคัญ... ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังช้อนมองมาที่เขาด้วยแววตาที่น่าสงสารแบบผิดมนุษย์นา "ตื่นแล้วเหรอคะ หรือว่าควรจะเรียกว่า 'แกล้งตื่น' ดีล่ะ" ปัณณ์เดินเข้าไปใกล้เตียงนอน วางถาดน้ำอุ่นลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วย, เสียงที่ไม่เบาและไม่ดังจนเกินไป คินน์กระแอมเบา ๆ สองทีเพื่อกลบเกลื่อนอาการพิรุธที่แสดงออกมาทางสีหน้า "ผม... ไม่สบายจริง ๆ ปัณณ์ ตัวร้อน หัวหมุนไปหมดแล้วเนี่ย" น้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจดัดให้ฟังดูน่าเวทนา ยิ่งขับเน้นให้เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านขึ้นไปอีก ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ขยับเข้าไปประชิดขอบเตียง มือเรียวคว้าปรอทวัดไข้ดิจิทัลขึ้นมาเตรียมพร้อม "ไหนคะ ขอฉันดูซิว่าไข้ขึ้นสูงกี่องศา ถึงได้นอนซมทำท่าเหมือนจะตายวันตายพรุ่งแบบนี้" "คุณใจร้ายกับผมจังนะ ปัณณ์... ผมป่วยอยู่นะครับ" คินน์พูดเสียงอ่อย ขยับตัวหนีเล็กน้อยเหมือนเด็กดื้อ แต่สายตากลับแพรวิบวับยามที่ช้อนขึ้นมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "อย่ามาสำออยค่ะคุณคินน์ เมื่อคืนคุณยังตรวจงบการเงินจนถึงตีสองอยู่เลย โรคสำออยกำเริบกะทันหันแบบนี้ ประกันสังคมไม่จ่ายค่าสินไหมให้นะคะ" ปัณณ์เอื้อมมือไปแตะหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิด้วยความคุ้นชิน แต่ปลายนิ้วที่สัมผัสโดนผิวเนื้อกลับทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ ...ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวของอีกฝ่าย ไม่ใช่เรื่องโกหก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าตัวของคินน์ร้อนจี๋จริง ๆ ยิ่งเห็นดวงตาคมที่มักจะดุดันบัดนี้ฉายแววอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ปัณณ์ก็เผลอเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกต่อต้านที่เคยพองโตอยู่ในอกเมื่อครู่แฟบลงไปถนัดตา "ตัวร้อนจริง ๆ ด้วย..." ปัณณ์พึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว "เห็นไหมล่ะ... ผมไม่ได้โกหกเสียหน่อย" คินน์ฉวยโอกาสคว้าข้อมือเรียวของปัณณ์เอาไว้ แรงบิดกระชับไม่มากนักแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ปัณณ์ขยับหนีไม่ได้ "ถ้าคุณไม่มาดูแล ผมคงตายคาเตียงนี้ไปจริง ๆ แน่" "เพ้อเจ้อใหญ่แล้วค่ะ ปล่อยมือฉันนะ" ปัณณ์พยายามดึงข้อมือกลับ แต่คินน์กลับยิ่งออกแรงดึงรั้งเบา ๆ จนร่างโปร่งเซถลาลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นไอร้อนระอุจากพิษไข้ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน บรรยากาศในห้องนอนกว้างพลันเงียบสงบลงอย่างกะทันหัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และเสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คินน์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอดีตภรรยา แววตาเย่อหยิ่งเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความโหยหาและดื้อรั้นแบบเด็ก ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง "ปัณณ์..." คินน์เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความออดอแจะ "ผมเจ็บคอ กลืนน้ำลายยังลำบากเลย... ต้มโจ๊กให้ผมกินหน่อยได้ไหมครับ" ปัณณ์จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยอมลดทิฐิลงมาอ้อนเขากลางวันแสกๆ หัวใจที่ตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ปากบอกว่าเกลียด ปากบอกว่าอยากหย่าให้พ้น ๆ แต่พอเห็นอีกฝ่ายนอนป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ตรงหน้า ความใจอ่อนก็ทำหน้าที่กัดเซาะเกราะกำแพงนั้นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี "สมน้ำหน้าค่ะ อยากทำงานหักโหมดีนัก" ปัณณ์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความหวั่นไหวในแววตา แต่ยอมผ่อนแรงขัดขืนลง "นอนรออยู่เฉย ๆ เลยนะ ถ้าลุกขึ้นมาเดินพล่านอีก ฉันจะเทน้ำยาล้างจานกรอกปากคุณจริง ๆ ด้วย" คินน์ระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคมพราวระยับด้วยความชนะ "ครับ... ผมจะนอนนิ่ง ๆ ให้คุณดูแลเลย" ปัณณ์สะบัดหน้าหนีรอยยิ้มร้ายกาจนั้นอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไป เพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวจนขึ้นสีแดงจัดของตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... แววตาของคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงไม่ได้มีความอ่อนล้าหรือเจ็บไข้ได้ป่วยหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์และคลั่งรักพุ่งพล่านเต็มเปี่ยม ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียงอย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อแผนการ 'แกล้งป่วยเรียกคะแนน' ของเขาได้ผลเกินคาด ปัณณ์แพ้ทางความอ่อนแอของเขาเสมอ... และเขาก็ไม่มีวันปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด ทว่า ในขณะที่คินน์กำลังนอนยิ้มระรื่นรอคอยความใส่ใจจากภรรยาตัวน้อย เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะความสุขอย่างไม่รู้เวลากล่ำเวลา ติ๊งต่อง! คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ ใครกันที่บังอาจมารบกวนเวลาสวีทของเขากับปัณณ์ในยามเช้าแบบนี้? ในขณะเดียวกัน ปัณณ์ที่เพิ่งเดินพ้นขอบประตูครัวถือทัพพีเตรียมทำโจ๊ก ก็ชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้อง ร่างบางหันไปมองทางประตูหลักสลับกับห้องนอนด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจวางทัพพีลงแล้วเดินไปเปิดประตู แอ๊ด... ประตูห้องเปิดกว้างออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ยืนยิ้มแป้นแล้นถือแฟ้มเอกสารกองโตอยู่หน้าห้อง รอยยิ้มนั้นระรื่นเสียจนปัณณ์ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง "อ้าว คุณปัณณ์! โชคดีจังที่ยังอยู่บ้าน ผมเอาเอกสารด่วนจากท่านประธานมาให้เซ็นครับ พอดีติดต่อคุณคินน์ไม่ได้เลยโทรมาเบอร์นี้..." เลขาส่วนตัวของคินน์ชะوกหน้าเข้ามาพูดเจื้อยแจ้วด้วยความร่าเริง โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศรอบตัวเลยแม้แต่น้อย "เอ๊ะ... ทำไมคุณคินน์ถึงติดต่อไม่ได้เหรอครับ หรือว่าวันนี้ท่านประธานยังไม่ตื่น?" ปัณณ์ชะงักค้างไปกับคำพูดนั้น ดวงตากลมโตหรี่ลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างโปร่งจนเลขาหนุ่มถึงกับเสียวสันหลังวาบ ...ติดต่อไม่ได้? ก็เห็นนอนตาใสปิ๊งอยู่บนเตียงเมื่อกี้ไม่ใช่หรือไง! ปัณณ์หันขวับกลับไปมองทางห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ ปรากฏร่างสูงของคินน์ที่เพิ่งก้าวเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงเป็นปกติ โดยลืมตัวไปสนิทว่าตัวเองกำลัง 'ป่วยหนัก' อยู่ สายตาทั้งสามคู่ประสานกันนิ่งสนิทกลางห้องโถง ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในทันที คินน์ที่เพิ่งเดินออกมาถึงกับหน้าถอดสีเมื่อสบเข้ากับดวงตาวาวโรจน์ที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะของปัณณ์ "คุณ... คินน์..." ปัณณ์เค้นเสียงลอดไรฟันทีละคำ ใบชาหวานบัดนี้บึ้งตึงสนิท "ไหนบอกว่าลุกไม่ไหว กลืนน้ำลายยังลำบากไงคะ?!" ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%