เสียงกระแอมกระไอที่ดังมาจากเตียงนอนคิงไซส์ราวกับคนใกล้หมดลมหายใจเมื่อครู่ ช่างขัดกับสีระเรื่อบนพวงแก้มและจังหวะการเต้นของชีพจรที่เต้นตุบๆ ตรงขบวนคอของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเสียเหลือเกินค่ะ
ปัณณ์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอน สายตากลมโตคมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ที่นอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มนวมหนานุ่ม ท่าทางทรมานทรкаมราวกับป่วยหนักปางตายนั้น คงจะแนบเนียนกว่านี้ร้อยเท่า หากว่าบนโต๊ะหัวเตียงไม่มีซองขนมขบเคี้ยวที่แกะกินจนหมดเกลี้ยง กับร่องรอยคราบช็อกโกแลตที่มุมปากของคนป่วยที่ลืมเช็ดให้สนิท
"แคกๆ... ปัณณ์... พี่หนาว... ตัวร้อนไปหมดแล้ว" เสียงทุ้มที่ปกติเคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับแหบพร่าพยายามบีบให้ฟังดูน่าสงสารที่สุดในสามโลก คินน์ซุกตัวลงใต้ผ้าห่มจนมิดคอ ดวงตาคมกริบปรือปรอยราวกับคนไข้ระยะสุดท้ายที่ไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา
"เหรอคะ?" ปัณณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากสวย "ไข้สูงขนาดไหนคะถึงได้มีแรงกินช็อกโกแลตนำเข้ากล่องใหญ่หมดคนเดียวในเวลาไม่ถึงชั่วโมงแถมยังขยำซองยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงานซะมิดชิดขนาดนั้น"
ร่างสูงที่นอนซบอยู่บนหมอนชะงักกึก ความเนียนเมื่อครู่หายวับไปกับตา คินน์ค่อยๆ ภายนอกยังคงทำท่าทางอ่อนระเพลีย แต่ดวงตาคมคายเริ่มกะพริบปริบๆ อย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนจับได้คาหนังคาเขา
"พี่... พี่แค่กินแก้เครียด... อาการทางใจมันทรมานกว่าไข้หวัดนะปัณณ์" คินน์เสียงอ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นภรรยาหน้าหวานเดินเข้ามาประชิดเตียงนอน กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยเข้าแตะนาสิก แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นยิ่งกว่าซาวน่า
"ทรมานมากใช่ไหมคะ งั้นเดี๋ยวปัณณ์โทรตามคุณหมอประจำตระกูลให้มาตรวจอย่างละเอียดเลยดีกว่าค่ะ เอาแบบเจาะเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอดให้ครบชุดไปเลย จะได้รู้ว่าโรค 'สำออย' ของคุณสามีเนี่ย มันลามไปถึงขั้นโคม่าต้องผ่าตัดด่วนหรือยัง"
ปัณณ์ยื่นมือไปคว้าสมาร์ตโฟนบนโต๊ะหัวเตียง ทว่ายังไม่ทันจะได้กดเบอร์ ร่างหนาก็ดีดตัวขึ้นจากเตียงราวกับติดสปริง คว้าข้อมือเรียวเอาไว้แน่น แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรง แต่แฝงไปด้วยความร้อนรนจนปัณณ์ต้องหันขวับกลับมามอง
"เดี๋ยว... ไม่ต้องถึงมือหมอหรอกปัณณ์ พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว... จริงๆ นะ" คินน์ยอมจำนนด้วยหลักฐาน ดวงตาคมคายฉายแววเว้าวอนระคนเก้อเขินอย่างที่หาดูได้ยากจากซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้
"อ้าว หายป่วยปาฏิหาริย์เลยเหรอคะ? เมื่อกี้ยังนอนพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำอยู่เลยนี่นา" ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "ลงทุนแกล้งป่วยหนัก โทรถือสายบอกว่าปวดหัวตัวร้อนจนลุกไม่ไหว เพื่อให้ปัณณ์ต้องทิ้งงานประชุมสำคัญแล้วรีบแจ้นกลับมาคอนโดฯ นี่เหรอคะแผนของคุณคินน์? ว่าว่างมากเหรอถึงได้คิดบทละครน้ำเน่าตบตาภรรยาแบบนี้"
"ก็เธอมัวแต่สนใจโปรเจกต์ใหม่ จนไม่ยอมกลับบ้านมาสามวันเต็มๆ แล้วนะปัณณ์!" คินน์เผลอหลุดปากเสียงดังขึ้นมาอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นที่ส่งตรงมา
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ ปัณณ์นิ่งงั้นไปนิดเมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ตอนนี้มีร่องรอยความกระวนกระวายใจฉายชัดอยู่หลังม่านตา คินน์เบือนหน้าหนีเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นราวกับเด็กชายที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา
นี่สินะ... เหตุผลที่แท้จริงของละครฉากใหญ่
ไม่ใช่เพราะไข้หวัด ไม่ใช่เพราะอาการป่วยไข้ทางกาย แต่เป็นเพราะความหว้าเหว่และความดื้อรั้นของผู้ชายปากแข็งที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนที่ตัวเองผลักไสมาตลอด ยอมกลับมาสนใจกันอีกครั้ง
ความโกรธขึงในตอนแรกค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ปัณณ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นผิดจังหวะไปกับความคลั่งรักที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยฟอร์มจัดๆ ของสามีแล้วก็ตาม
"อยากให้กลับมาหากันดีๆ ทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ ล่ะคะ ต้องมานั่งเล่นละครตบตาเป็นเด็กๆ ไปได้" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่อ่อนยวบลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ
คินน์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดอั้นอยู่ข้างใน มือหนาที่กุมข้อมือบางอยู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฝ่ายสอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วร่างบางตรงหน้าจะหายวับไปกับตา
"ถ้าบอกตรงๆ เธอก็คงหาว่าพี่หาเรื่องรบกวนเวลาทำงานอีกนั่นแหละ... ปัณณ์ก็รู้ว่าพี่พูดไม่ค่อยเก่ง" คินน์เสียงอ่อนลงอย่างยอมจำนน ดวงตาคมทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นจนแทบไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำหวานใดๆ เพิ่มเติม
"รู้ค่ะ... ว่าคุณคินน์น่ะปากแข็งเป็นหินแกรนิต" ปัณณ์ลอบยิ้มมุมปาก ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายกุมมือไว้โดยไม่คิดจะดึงออก "แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่ารอบนี้ปัณณ์จะไม่ยอมใจอ่อนให้ง่ายๆ หรอกนะ คุณต้อง..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาหวานซึ้งในห้องนอนอย่างไม่รู้กาลเทศะ ปัณณ์สะดุ้งเล็กน้อยเตรียมจะผละตัวออก แต่คินน์กลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"ใครมาตอนนี้วะ..." ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์
ก่อนที่เจ้าของห้องจะทันได้ตะโกนบอกให้คนที่อยู่หน้าประตูถอยไป บานประตูห้องนอนที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวของเลขาฯ สาวคนสนิทที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตในมือ โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องภายในห้องเลยสักนิด
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ เอกสารอนุมัติงบด่วนจากบอร์ดบริหารชุดใหญ่ส่งมาถึงแล้ว และ... และทางคุณแม่ของคุณประธานกำลังนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างแล้วค่ะ!"
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 32
ความแตกเรื่องละครฉากใหญ่
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!