ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 32

ความแตกเรื่องละครฉากใหญ่

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงกระแอมกระไอที่ดังมาจากเตียงนอนคิงไซส์ราวกับคนใกล้หมดลมหายใจเมื่อครู่ ช่างขัดกับสีระเรื่อบนพวงแก้มและจังหวะการเต้นของชีพจรที่เต้นตุบๆ ตรงขบวนคอของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเสียเหลือเกินค่ะ ปัณณ์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอน สายตากลมโตคมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ที่นอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มนวมหนานุ่ม ท่าทางทรมานทรкаมราวกับป่วยหนักปางตายนั้น คงจะแนบเนียนกว่านี้ร้อยเท่า หากว่าบนโต๊ะหัวเตียงไม่มีซองขนมขบเคี้ยวที่แกะกินจนหมดเกลี้ยง กับร่องรอยคราบช็อกโกแลตที่มุมปากของคนป่วยที่ลืมเช็ดให้สนิท "แคกๆ... ปัณณ์... พี่หนาว... ตัวร้อนไปหมดแล้ว" เสียงทุ้มที่ปกติเคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับแหบพร่าพยายามบีบให้ฟังดูน่าสงสารที่สุดในสามโลก คินน์ซุกตัวลงใต้ผ้าห่มจนมิดคอ ดวงตาคมกริบปรือปรอยราวกับคนไข้ระยะสุดท้ายที่ไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา "เหรอคะ?" ปัณณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากสวย "ไข้สูงขนาดไหนคะถึงได้มีแรงกินช็อกโกแลตนำเข้ากล่องใหญ่หมดคนเดียวในเวลาไม่ถึงชั่วโมงแถมยังขยำซองยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงานซะมิดชิดขนาดนั้น" ร่างสูงที่นอนซบอยู่บนหมอนชะงักกึก ความเนียนเมื่อครู่หายวับไปกับตา คินน์ค่อยๆ ภายนอกยังคงทำท่าทางอ่อนระเพลีย แต่ดวงตาคมคายเริ่มกะพริบปริบๆ อย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนจับได้คาหนังคาเขา "พี่... พี่แค่กินแก้เครียด... อาการทางใจมันทรมานกว่าไข้หวัดนะปัณณ์" คินน์เสียงอ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นภรรยาหน้าหวานเดินเข้ามาประชิดเตียงนอน กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยเข้าแตะนาสิก แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นยิ่งกว่าซาวน่า "ทรมานมากใช่ไหมคะ งั้นเดี๋ยวปัณณ์โทรตามคุณหมอประจำตระกูลให้มาตรวจอย่างละเอียดเลยดีกว่าค่ะ เอาแบบเจาะเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอดให้ครบชุดไปเลย จะได้รู้ว่าโรค 'สำออย' ของคุณสามีเนี่ย มันลามไปถึงขั้นโคม่าต้องผ่าตัดด่วนหรือยัง" ปัณณ์ยื่นมือไปคว้าสมาร์ตโฟนบนโต๊ะหัวเตียง ทว่ายังไม่ทันจะได้กดเบอร์ ร่างหนาก็ดีดตัวขึ้นจากเตียงราวกับติดสปริง คว้าข้อมือเรียวเอาไว้แน่น แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรง แต่แฝงไปด้วยความร้อนรนจนปัณณ์ต้องหันขวับกลับมามอง "เดี๋ยว... ไม่ต้องถึงมือหมอหรอกปัณณ์ พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว... จริงๆ นะ" คินน์ยอมจำนนด้วยหลักฐาน ดวงตาคมคายฉายแววเว้าวอนระคนเก้อเขินอย่างที่หาดูได้ยากจากซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้ "อ้าว หายป่วยปาฏิหาริย์เลยเหรอคะ? เมื่อกี้ยังนอนพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำอยู่เลยนี่นา" ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "ลงทุนแกล้งป่วยหนัก โทรถือสายบอกว่าปวดหัวตัวร้อนจนลุกไม่ไหว เพื่อให้ปัณณ์ต้องทิ้งงานประชุมสำคัญแล้วรีบแจ้นกลับมาคอนโดฯ นี่เหรอคะแผนของคุณคินน์? ว่าว่างมากเหรอถึงได้คิดบทละครน้ำเน่าตบตาภรรยาแบบนี้" "ก็เธอมัวแต่สนใจโปรเจกต์ใหม่ จนไม่ยอมกลับบ้านมาสามวันเต็มๆ แล้วนะปัณณ์!" คินน์เผลอหลุดปากเสียงดังขึ้นมาอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นที่ส่งตรงมา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ ปัณณ์นิ่งงั้นไปนิดเมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ตอนนี้มีร่องรอยความกระวนกระวายใจฉายชัดอยู่หลังม่านตา คินน์เบือนหน้าหนีเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นราวกับเด็กชายที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา นี่สินะ... เหตุผลที่แท้จริงของละครฉากใหญ่ ไม่ใช่เพราะไข้หวัด ไม่ใช่เพราะอาการป่วยไข้ทางกาย แต่เป็นเพราะความหว้าเหว่และความดื้อรั้นของผู้ชายปากแข็งที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนที่ตัวเองผลักไสมาตลอด ยอมกลับมาสนใจกันอีกครั้ง ความโกรธขึงในตอนแรกค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ปัณณ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นผิดจังหวะไปกับความคลั่งรักที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยฟอร์มจัดๆ ของสามีแล้วก็ตาม "อยากให้กลับมาหากันดีๆ ทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ ล่ะคะ ต้องมานั่งเล่นละครตบตาเป็นเด็กๆ ไปได้" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่อ่อนยวบลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ คินน์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดอั้นอยู่ข้างใน มือหนาที่กุมข้อมือบางอยู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฝ่ายสอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วร่างบางตรงหน้าจะหายวับไปกับตา "ถ้าบอกตรงๆ เธอก็คงหาว่าพี่หาเรื่องรบกวนเวลาทำงานอีกนั่นแหละ... ปัณณ์ก็รู้ว่าพี่พูดไม่ค่อยเก่ง" คินน์เสียงอ่อนลงอย่างยอมจำนน ดวงตาคมทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นจนแทบไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำหวานใดๆ เพิ่มเติม "รู้ค่ะ... ว่าคุณคินน์น่ะปากแข็งเป็นหินแกรนิต" ปัณณ์ลอบยิ้มมุมปาก ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายกุมมือไว้โดยไม่คิดจะดึงออก "แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่ารอบนี้ปัณณ์จะไม่ยอมใจอ่อนให้ง่ายๆ หรอกนะ คุณต้อง..." ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาหวานซึ้งในห้องนอนอย่างไม่รู้กาลเทศะ ปัณณ์สะดุ้งเล็กน้อยเตรียมจะผละตัวออก แต่คินน์กลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ "ใครมาตอนนี้วะ..." ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เจ้าของห้องจะทันได้ตะโกนบอกให้คนที่อยู่หน้าประตูถอยไป บานประตูห้องนอนที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวของเลขาฯ สาวคนสนิทที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตในมือ โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องภายในห้องเลยสักนิด "ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ เอกสารอนุมัติงบด่วนจากบอร์ดบริหารชุดใหญ่ส่งมาถึงแล้ว และ... และทางคุณแม่ของคุณประธานกำลังนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างแล้วค่ะ!" ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%