ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 13

ประตูบานสุดท้าย

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิม... กลิ่นที่เคยทำให้ปัณณ์รู้สึกปลอดภัยในคืนแรกที่แต่งงานเข้าบ้านหลังนี้ แต่ในเวลานี้ มันกลับกลายเป็นกลิ่นอายความน่าสะอิดสะเอียนที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก ประโยคออดอ้อนเคลُอบยาพิษของแนนซี่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโถงทางเดิน หญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางราวกับเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่ปัณณ์ด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไว้ภายใต้ความใสซื่อ "พี่คินน์คะ... แนนซี่กลับมาแล้วค่ะ คิดถึงแนนซี่ไหมคะ" เสียงนั้นหวานหยาดเยิ้มจนน่าคลื่นไส้ ปัณณ์กวาดตามองคนทั้งคู่—คินน์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโซฟา ดวงคมกราบกรานมองตรงมาที่ปัณณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระส่ำระสาย ผิดกับความนิ่งสนิทที่เขามักจะใช้กดดันคนอื่นเสมอ และแนนซี่... หญิงสาวผู้เป็นอดีตคู่หมั้นที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองปีก่อน บัดนี้กลับมายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้ ในวันที่ปัณณ์กำลังจะก้าวขาพ้นจากนรกขุมนี้ไปพอดี ช่างเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะเสียจนปัณณ์เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาดังๆ "อ้าว อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลยนี่ครับ" ปัณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้ประกายความเย็นชาพุ่งพล่าน "ไม่ต้องลำบากประกาศการกลับมาให้ผมฟังหรอกครับ เพราะต่อให้คุณจะกอดกันกลมอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับผมอีกแล้ว" "ปัณณ์..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเท้าจะเข้ามาหา แต่ต้องชะงักเมื่อปัณณ์ยกมือขึ้นห้าม ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างกาย "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละครับพี่คินน์ อย่าเดินเข้ามาใกล้ผม... ผมเหม็นกลิ่นความเสแสร้ง" คำพูดเจ็บแสบนั้นทำให้กรามคมของซีอีโอหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีเข้มวับโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความร้อนรนที่ตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก คินน์ไม่เคยกลัวอะไรในโลกใบนี้ ไม่เคยต้องแคร์สายตาใครหน้าไหน แต่ในวินาทีนี้... ภาพของปัณณ์ที่ยืนถือเอกสารใบหย่าพร้อมกระเป๋าเดินทาง กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างถาวร "อย่าพูดจาเหลวไหลปัณณ์ เธอก็รู้ว่าฉันกับแนนซี่..." คินน์พยายามอธิบาย น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันตั้งตัว "กับแนนซี่ทำไมเหรอคะ พี่คินน์จะบอกว่าระหว่างพี่กับเธอมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นเหรอ?" แนนซี่แทรกขึ้นทันที น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นตัดพอแกมงอนง้อ เธอก้าวเข้าไปใกล้คินน์แล้วเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนแกร่ง "พี่คินน์ใจร้ายจังค่ะ แนนซี่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เหนื่อยก็เหนื่อย แถมยังคิดถึงพี่ใจแทบขาด แต่พี่กลับเอาแต่สนใจคน... คนรับใช้ที่บังเอิญได้ทะเบียนสมรสคนนี้เนี่ยนะ" คำว่า 'คนรับใช้ที่บังเอิญได้ทะเบียนสมรส' ทำเอาปัณณ์แค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "อ๋อเหรอครับ? งั้นก็แสดงความยินดีด้วยนะครับที่คุณได้ของคืน เพราะตอนนี้... ผมกำลังจะ 'คืน' ตำแหน่งเมียแต่งนี่ให้เธอแบบฟรีๆ ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์เลยสักบาท" ปัณณ์หันไปมองหน้าคินน์ตรงๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย สองปีที่ผ่านมา ปัณณ์ยอมลดตัวลงมาเป็นเงา เป็นกระสอบทรายอารมณ์ และเป็นคนที่คินน์มองข้ามมาตลอด เพียงเพราะคำว่า 'รัก' แต่วันนี้... ความอดทนมันหมดอายุลงแล้ว และปัณณ์จะไม่ยอมทนให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นอีกต่อไป "ใบหย่าอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องนอน เซ็นซะนะครับพี่คินน์ อย่าลีลาให้มันมากเรื่อง เพราะถ้าพี่ชักช้า ผมจะฟ้องหย่าข้อหามีชู้ให้มันอับอายขายขี้หน้ากันไปข้างหนึ่งเลย" "ปัณณ์!" คินน์คำรามลั่น บ้านหลังใหญ่สะเทือนด้วยความเกรี้ยวกราดที่เจ้าตัวพยายามกดขี่เอาไว้ เขาร2บก้าวเข้าไปประชิดตัวปัณณ์ด้วยความเร็วสูง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวบางทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้หมุนตัวหนี แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนปัณณ์นิหน้าด้วยความเจ็บ แต่ดวงตากลับไม่ยอมแพ้ เงามืดในแววตาของคินน์ตอนนี้เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอก "เธอคิดจะไปไหน? ใครอนุญาตให้เธอไปจากที่นี่!" "ปล่อยครับ!" ปัณณ์สะบัดข้อมือหนีอย่างแรง แต่คินน์กลับยิ่งกำแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก "ผมจะไปไหนมันก็เรื่องของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตผมอีกแล้ว ปล่อย!" "ฉันเป็นสามีเธอ!" คินน์ตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาสีเข้มแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่งที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด "ฉันไม่เซ็น! เธอกล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันเซ็นใบหย่า!" "สามีงั้นเหรอ?" ปัณณ์ยิ้มหยัน หยาดน้ำตาที่รั้นจะไหลถูกเจ้าตัวกะพริบไล่กลับไปอย่างรวดเร็ว ปัณณ์จะไม่ยอมร้องไห้ให้คนสารเลวสองคนนี้เห็นเด็ดขาด "สามีที่ปล่อยให้ชู้รักมาเหยียบหน้าบ้าน สามีที่ไม่เคยปกป้องผม สามีที่เห็นผมเป็นแค่ธาตุอากาศแบบนี้น่ะเหรอ? เก็บคำว่าสามีของคุณเอาไว้ใช้กับแม่นี่เถอะครับ เพราะผมไม่ต้องการมันอีกแล้ว!" บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง แนนซี่ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่งเริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นว่าคินน์ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย สายตาของซีอีโอหนุ่มเวลานี้มีแต่ร่างเพรียวบางของคนที่กำลังจะเดินจากไปเท่านั้น คินน์หายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ ความหวาดกลัวสายหนึ่งกำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขา มันไม่ใช่ความกลัวเสียหน้า แต่มันคือความกลัวที่จะสูญเสียปัณณ์ไปตลอดกาล ความเย็นชาที่เคยใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวเอง บัดนี้กลับย้อนกลับมาทุบทำลายหัวใจของเขาจนยับเยิน "ฉันไม่ให้ไป..." คินน์กระซิบเสียงพร่า มือที่เคยบีบข้อมือเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายโอบกะ습เอวบางเอาไว้แน่น ดึงร่างของปัณณ์เข้ามาปะทะอกแกร่งโดยไม่สนใจสายตาของบุคคลที่สาม "ปัณณ์... ฟังฉันก่อน อย่าไป" "ปล่อยผม!" ปัณณ์ดิ้นรนสุดแรงเกิด ศอกเล็กกระแทกเข้าที่สีข้างของคินน์เต็มแรงจนอีกฝ่ายต้องนิหน้าด้วยความจุก แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมปล่อย สองแขนแข็งแกร่งรัดตรึงปัณณ์ไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วร่างนี้จะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "คนบ้า! ปล่อยผมนะ!" "ไม่ปล่อย!" คินน์ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของปัณณ์อย่างไร้ฟอร์ม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เนียนจนคนตัวเล็กสะท้านเฮือก เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ปัณณ์ไม่เคยได้ยินมาก่อน "ฉันบอกว่าไม่ให้ไปไง... อยากได้อะไร ฉันหาให้หมด ขอแค่เธออยู่..." "ผมไม่ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้น!" ปัณณ์ตวาดลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความโกรธและน้อยใจที่อัดแน่นมานาน "สิ่งที่ผมต้องการที่สุดในตอนนี้ คือการไปให้พ้นจากหน้าผู้ชายเฮงซวยอย่างคุณ!" สิ้นเสียงตวาด ปัณณ์ก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระทืบลงไปที่รองเท้าหนังราคาแพงของคินน์เต็มแรง พร้อมกับศอกกลับที่กระแทกเข้าที่ท้องสำอางของสามีตัวดีจนคินน์ต้องผงะถอยหลังด้วยความจุก โอกาสนั้นเอง! ปัณณ์ไม่รอช้า คว้าคันชักกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบแล้ววิ่งปร๋อพุ่งตัวออกไปทางประตูบ้านทันที ร่างเพรียวบางก้าวผ่านธรณีประตูออกไปสู่โลกภายนอกได้อย่างอิสระ ท่ามกลางแสงแดดจ้าที่สาดส่องลงมา "ปัณณ์!" เสียงตะโกนเรียกชื่อของคินน์ดังไล่หลังมาอย่างร้อนรน แต่ปัณณ์ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ปัณณ์ก้าวขาเดินตรงไปยังรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ริมรั้วอย่างเด็ดเดี่ยว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและโล่งอกในเวลาเดียวกัน ในที่สุด... เขาก็หลุดพ้นจากกรงทองนี่เสียที ปัณณ์เปิดประตูรถเตรียมจะก้าวขาขึ้นไปนั่ง ทว่าจังหวะนั้นเอง... ประตูรถฝั่งตรงข้ามกลับถูกเปิดออกโดยใครบางคนที่มีรอยยิ้มเย็นเยียบประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวลงมาจากรถคันหรูที่จอดเทียบอยู่ติดกัน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์มองตรงมาที่ปัณณ์ด้วยแววตาพราวระยับที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้ "หนีเสือปะจระเข้หรือเปล่าครับคนสวย... สนใจเปลี่ยนมาขึ้นรถผมแทนไหมครับ?" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยซัพพอร์ตเอมเมอรัลด์อายส์มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
ประตูบานสุดท้าย — ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ | yayni