เสียงซิปกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมรุ่นล่าสุดที่รูดปิดลงอย่างเฉียบขาด ดังบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องนอนเพนต์เฮาส์หรู
ปัณณ์ไม่ได้รู้สึกใจหายแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... นิ้วเรียวที่กำลังพับเสื้อเชิ้ตตัวสุดท้ายลงกระเป๋า กลับมั่นคงและไร้ซึ่งความลังเล สองปีเต็มๆ ที่เขาต้องทนหายใจร่วมกับหุ่นยนต์พูดได้นามว่า 'คินน์' สองปีที่ความใส่ใจถูกมองว่าเป็นอากาศธาตุ และความรักที่เคยมี ค่อยๆ ถูกแช่แข็งด้วยความเย็นชาจนมอดไหม้กลายเป็นจุล
หมดเวลาแล้วค่ะ... สำหรับคนโง่ที่รอคอยเศษเสี้ยวความสนใจจากสามีทางพฤตินัย
"คุณจะทำอะไร"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอน คินน์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามเสมอในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับปัณณ์ในนาทีนี้... ผู้ชายคนนี้ก็เป็นแค่ 'คนแปลกหน้า' ที่แชร์ค่าห้องร่วมกันมานานเกินไปเท่านั้น
ปัณณ์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตากลมโตฉายแววเรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความตัดพ้อหรือน้ำตาคลอเบ้าเหมือนที่เคยเป็นในอดีต
"ก็ตามที่เห็นค่ะ ฉันกำลังเก็บของ" ปัณณ์ตอบเสียงเรียบ พับเสื้อเชิ้ตตัวสุดท้ายเสร็จก็วางมันลงบนกองเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ "หรือสมองระดับซีอีโอของคุณคินน์จะประมวลผลคำว่า 'ย้ายออก' ไม่ออกคะ ถึงต้องมาถามคำถามสิ้นคิดแบบนี้"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่อเห็นท่าทีเย็นชาจนเกินเหตุนั่น ปกติแล้วปัณณ์จะต้องวิ่งเข้ามาอ้อนวอน หาเรื่องชวนทะเลาะ หรือไม่ก็ทำหน้าตาจะร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่นี่... สายตาที่อีกฝ่ายมองมามันว่างเปล่า ราวกับเขามันก็แค่ฝุ่นผงไร้ค่า
ก้าวขายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าว คินน์ก็มายืนประชิดเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน สายตาดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนขอบเตียงอย่างไม่เกรงกลัว
"ใบหย่ายังไม่ทันเซ็นต์ สัญญาแต่งงานสองปีของเราก็ยังเหลืออีกสามเดือน คุณคิดจะหนีไปไหน ปัณณ์" คินน์เค้นเสียงถาม ความเย็นชาในน้ำเสียงซ่อนความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับเอาไว้ลึกๆ
ปัณณ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ทำให้คินน์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเข้าฉากใหญ่
"หนีเหรอคะ? ใช้คำว่า 'ถีบหัวส่งตัวเองออกจากนรก' น่าจะถูกกว่านะคะคุณคินน์" ปัณณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่รัศมีแผ่ซ่านความมั่นใจกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "ส่วนเรื่องใบหย่า... ไม่ต้องห่วงค่ะ ทนายของฉันจัดการร่างเสร็จเรียบร้อย ตั้งแต่คุณกลับมาถึง... กรุณาจรดปากกาเซ็นซะให้เรียบร้อย อย่าให้ฉันต้องเสียเวลาตามไปทวงถึงบริษัท"
มือเรียวยื่นไปหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาถือ ทว่า... ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเดินผ่านร่างหนาออกไป ข้อมือเล็กก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างทั้งร่างเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของสามีโดยไม่ทันตั้งตัว
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก คินน์รวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวแน่นราวกับคีมเหล็ก ดวงตาคมกริบก้มลงมองคนในอ้อมแขนด้วยความโกรธกรุ่นที่ระเบิดออกมาจนควบคุมไม่อยู่
"กล้ามากนะปัณณ์ คิดว่าอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปอย่างนั้นเหรอ!" คินน์กัดฟันกรวด ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้มใส ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปีทำให้ชีพจรในอกของซีอีโอหนุ่มเต้นรัวผิดจังหวะ แต่มิอาจแสดงความอ่อนแอออกมาได้
"ปล่อยค่ะ!" ปัณณ์ดิ้นขลุกขลัก พยายามแกะมือปลาหมึกออกจากการเกาะกุม ยิ่งดิ้น คินน์ก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอปล่อยมือไป ร่างนี้จะหายวับไปกับตา
"ไม่ปล่อย! จนกว่าคุณจะเลิกพูดจาไร้สาระแล้วเอากระเป๋าไปเก็บเข้าที่เดิม!"
"คนไร้สาระมันคือคุณต่างหากคินน์! ปล่อยฉันนะเว้ย!" ปัณณ์หมดความอดทน หลุดคำหยาบออกมาด้วยความโมโห ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "อยู่กันไปก็มีแต่กูเกลียดมึง มึงเกลียดกู แยกย้ายกันไปเติบโตมันยากตรงไหนวะ ห้ะ!"
คินน์ชะงักไปนิดกับคำพูดดิบเถื่อนที่นานทีปีหนจะได้ยินจากปากภรรยาหน้าหวาน นัยน์ตาคู่คมหรี่ลง จ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า 'ความกลัว'
กลัว... ว่าจะเสียคนคนนี้ไปตลอดกาล
แต่ทิฐิและปากหนาๆ เจ้ากรรมดันไม่ยอมปริปากพูดความจริงออกไป ดันเลือกที่จะพ่นคำพูดร้ายกาจเพื่อรักษาฟอร์มตัวเองซะอย่างนั้น
"คิดเหรอว่าออกไปจากที่นี่แล้วจะมีปัญญาอยู่ได้ คุณติดหรู ติดสบายมาตลอดสองปี ออกไปเรื่อยเปื่อยเดี๋ยวก็คงวิ่งร้องไห้กลับมาคลานเข่าขอร้องผม..."
*เพี๊ยะ!*
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มสากดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งห้องนอน คินน์หน้าหันไปตามแรงตบ ความชาแล่นริ้วขึ้นมาบนผิวแก้ม แต่ความเจ็บทางกายยังเทียบไม่ได้เลยกับความชาหนึบในใจ
ปัณณ์หอบหายใจหนักหน่วง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยจากการกระทำเมื่อครู่ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่พุ่งถึงขีดสุด
"จำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณเอาไว้ด้วยนะคะคุณคินน์..." ปัณณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "คนที่คุณเหยียบย่ำมาตลอดสองปี คนที่ไม่มีปัญญาอยู่ได้คนนี้แหละ... จะใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขมากกว่าตอนที่อยู่กับคุณร้อยเท่า!"
พูดจบ ปัณณ์ก็ใช้แรงทั้งหมดสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม คว้ากระเป๋าเดินทางคู่ใจ หันหลังให้สามีตัวดีทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกลับมาอีก
คินน์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ฝ่ามือหนายกขึ้นแตะแก้มข้างที่โดนตบเบาๆ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ แต่นั่นยังน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับความโหวงเหวงในอกที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ก้าวขาไม่ออก... สมองสั่งให้รั้ง ปากสั่งให้พูดคำว่า 'อย่าไป' แต่มันกลับถูกความหยิ่งทะนงปิดตายเอาไว้สนิท
กระทั่งเสียงประตูกระจกเพนต์เฮาส์เปิดออก... และปิดลงด้วยเสียงดัง *ปัง!*
ดั่งเสียงระฆังพิพากษาว่าเขาได้ทำลายโอกาสสุดท้ายในชีวิตทิ้งไปเสียแล้ว
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องนอนหมายจะตามลงไปลากตัวภรรยาจอมพยศกลับขึ้นมาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... ทันทีที่เปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวออก เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนหน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบขึ้น พร้อมๆ กับร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงโถงทางเดินด้านนอก
หญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย
"พี่คินน์คะ... แนนซี่กลับมาแล้วค่ะ คิดถึงแนนซี่ไหมคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 12
ก้าวแรกของการแยกทาง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!