ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 14

โลกที่เงียบเหงา

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"หนีเสือปะจระเข้หรือเปล่าคนสวย... สนใจเปลี่ยนมาขึ้นรถผมแทนไหมครับ?" ประโยคคำถามยียวนจากชายแปลกหน้าหน้าตาจัดว่าดีไม่หยอกกระแทกเข้าโสตประสาทของปัณณ์ทันทีที่เขาก้าวพ้นประตูบริษัท ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของเย็นวันศุกร์ที่ควรจะดูมีชีวิตชีวา ปัณณ์ไม่ได้ตอบรับ แต่เขากลับแค่นยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายว่าตกลง แต่มันคือการเยาะเย้ยโชคชะตาตัวเอง "ขอบคุณที่หวังดีนะคะ แต่ฉันไม่ค่อยมีรสนิยมชอบอะไรที่มันดู... อันตรายน่ะค่ะ" ปัณณ์ตอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมพอที่จะทำให้คนฟังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง ในคฤหาสน์ตระกูลคินน์... สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกว่าบ้าน ตอนนี้มันกลับเงียบเหงาจนน่าขนลุก คินน์นั่งจ้องหน้าจอไอแพดในห้องทำงานส่วนตัว แสงสีฟ้าจากหน้าจอกระทบใบหน้าคมสันที่ดูเคร่งเครียดผิดปกติ เขาไม่ได้อ่านเอกสารสำคัญหรอก สายตาของเขามันคอยแต่จะชำเลืองมองนาฬิกาดิจิทัลที่ผนังอยู่เป็นระยะ... 18:30 น. ป่านนี้ปกติคนตัวเล็กต้องกลับมาถึงแล้วไม่ใช่เหรอ? “ปัณณ์...” เขาพึมพำชื่อนั้นเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงแหบพร่าด้วยความหงุดหงิดที่ไม่มีที่มาที่ไป ความเงียบในบ้านหลังนี้มันดังเกินไป ปกติแล้วจะมีเสียงบ่นเรื่องกับข้าวรสชาติจืดชืด เสียงก่นด่าเรื่องรองเท้าที่วางไม่เป็นที่ หรือแม้แต่เสียงเปิดปิดประตูตู้เย็นที่คอยกวนใจเขาอยู่เสมอ แต่วันนี้... ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกมาจากห้องทำงาน กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขาลอยอบอวลไปทั่วทางเดินที่ว่างเปล่า เขาเดินไปหยุดหน้าห้องนอนที่เคยใช้ร่วมกัน มือหนาเอื้อมไปหมุนลูกบิด แต่กลับพบว่าประตูล็อกแน่นหนาตั้งแต่วันที่ปัณณ์ประกาศกร้าวว่าจะ 'หย่า' เขากระแทกประตูเบาๆ ด้วยความโมโหตัวเอง นี่เขาเป็นบ้าอะไร? ทำไมต้องสนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับกี่โมง หรือไปกับใคร? ในเมื่อเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนผลักไสคนคนนั้นออกไปจากชีวิตด้วยความเฉยชามาตลอดสองปี "ไร้สาระชะมัด" เขาเค้นเสียงด่าตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขที่เขาแทบไม่เคยโทรออก ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... ไม่มีการตอบรับ ปัณณ์ไม่รับสายเขา คินน์ขบกรามแน่น ความร้อนรุ่มในอกมันเริ่มขยายตัวจนควบคุมไม่ได้ เขาตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วก้าวออกจากบ้านด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปกติ ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดที่เขาแอบให้คนติดตามดูไว้ว่าปัณณ์ชอบไปบ่อยๆ ณ บาร์ลับย่านใจกลางเมือง ปัณณ์กำลังนั่งมองแก้วค็อกเทลในมือด้วยแววตาเลื่อนลอย เขาไม่ได้เสียใจที่ตัดสินใจหย่า แต่มันคือความรู้สึก 'ว่างเปล่า' ที่ยากจะอธิบาย การที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวในพื้นที่ที่เคยมีอีกคนมาโดยตลอด มันเหมือนกับการถอดหน้ากากที่เคยใส่ไว้จนชินออก แล้วพบว่าใต้หน้ากากนั้นไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย "เหล้าเพียวๆ แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับคนหน้าหวานหรอกนะ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ปัณณ์ตัวแข็งทื่อทันที เขาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร... กลิ่นสะอาดๆ ที่เจือความเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกแบบนี้ มีเพียงแค่ 'คินน์' เท่านั้น "คุณมาที่นี่ทำไม?" ปัณณ์ถามโดยไม่หันไปมอง ยังคงจิบเครื่องดื่มในมือราวกับไม่สะทกสะท้าน คินน์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กลิ่นอายคุกคามของเขาทำเอาบาร์เทนเดอร์ถึงกับชะงัก "ทำไมจะมาไม่ได้ ในเมื่อเธอยังไม่เซ็นใบหย่า ฉันก็ยังมีสิทธิ์ในตัวเธออยู่ครึ่งหนึ่ง... ตามกฎหมาย" ปัณณ์แค่นหัวเราะหึ "กฎหมายเหรอคะ? น่าขันจังนะคะคุณซีอีโอที่ยึดถือระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับทำตัวไร้สติมาตามเมียที่อยากหย่าถึงบาร์เหล้า" "ปัณณ์" คินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหู ปัณณ์ใจกระตุกวูบ แต่มือยังคงกำแก้วแน่น "กลับบ้านไปกับฉันเดี๋ยวนี้" คำสั่งนั้นไม่ใช่การขอร้อง แต่มันคือคำขาดที่เปี่ยมไปด้วยความสับสนและต้องการการยึดเหนี่ยว "ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะคะ?" ปัณณ์หันไปสบตากับดวงตาคู่คมที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ "บ้านหลังนั้นมันไม่มีอะไรให้ฉันแล้ว นอกจากความเงียบที่ฉันเริ่มจะชิน... และความเย็นชาจากคุณที่ฉันไม่อยากได้รับมันอีกต่อไป" คินน์นิ่งไป แววตาของเขาไม่ได้เย่อหยิ่งอย่างเคย แต่มันกลับฉายชัดถึงความสับสนปนเจ็บปวดลึกๆ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือของปัณณ์ไว้แน่น แต่ไม่ได้รุนแรง เหมือนเขากำลังกลัวว่าถ้าปล่อยไป คนตรงหน้าจะหายไปกับสายลมจริงๆ "ความเงียบงั้นเหรอ?" คินน์กระซิบเสียงแผ่ว สลับกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนปัณณ์สัมผัสได้ "แต่สำหรับฉัน... บ้านที่ไม่มีเธอมันไม่ใช่บ้าน มันคือสุสานชัดๆ" ปัณณ์ชะงักไป คำสารภาพที่ไม่คาดคิดทำให้ลมหายใจเขาสะดุด ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังพุ่งทะยานสู่จุดที่ยากจะถอยกลับ ประตูบาร์ก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนที่วิ่งตรงมาทางพวกเขา "คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขาส่วนตัวของคินน์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา แววตาหวาดวิตกนั้นทำให้คินน์ต้องละสายตาจากปัณณ์อย่างเสียไม่ได้ เขาหันไปมองด้วยใบหน้าดุร้าย "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาขัดจังหวะ!" "แต่คุณคินน์คะ... ข่าวลือเรื่องหย่าของท่านกับคุณปัณณ์หลุดออกไปถึงหูบอร์ดบริหารแล้วค่ะ แถมตอนนี้... หุ้นของบริษัทกำลังร่วงหนักเพราะมีคนปล่อยคลิปแอบถ่ายตอนที่คุณและคุณปัณณ์ทะเลาะกันเมื่อเช้า!" คินน์นิ่งงัน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ในขณะที่ปัณณ์ได้แต่เบิกตากว้าง... แผนการหย่าเงียบๆ ของเขาพังไม่เป็นท่า เพราะใครบางคนต้องการจะลากพวกเขาลงนรกไปพร้อมกัน ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%