เสียงเคาะแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยี่ห้อดังในสำนักงานใหม่ดังระรัว ราวกับจะประกาศศักดาว่า "ปัณณ์" คนนี้ได้เริ่มต้นชีวิตบทใหม่ที่ปราศจากเงาของซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาอย่างคินน์อย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ
โต๊ะทำงานตัวใหม่ตั้งอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่บนชั้นยี่สิบของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาไฟแรง กลิ่นอายของกระดาษเอกสารใหม่และกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอบอวลแทนที่ความอึดอัดจำเจในเพนเฮาส์หรูหลังเดิม ปัณณ์สูดหายใจเข้าลึก, ปรับเนคไทสีเทาอ่อนให้เข้าที่ด้วยความมั่นใจ ก่อนจะกวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหม่ที่เดินขวักไขว่ผ่านไปมา ทุกคนดูคล่องแคล่ว ทันสมัย และที่สำคัญ... ไม่มีใครรู้จักสถานะ "อดีตภรรยา" ที่เขาเพิ่งสลัดทิ้งมาอย่างเลือดเย็น
"คุณปัณณ์คะ บรีฟงานของโปรเจกต์เครื่องสำอางแบรนด์ลักชัวรีล็อตใหม่มาถึงแล้วนะคะ ผู้อำนวยการฝ่ายอยากให้เราสรุปโครงร่างกลยุทธ์ภายในบ่ายนี้เลยค่ะ"
เสียงใสๆ ของ "มีน" เพื่อนร่วมงานสาวมั่นโต๊ะข้างๆ ดังขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะที่ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างกระตือรือร้น ปัณณ์หันไปยิ้มรับบางๆ ดวงตากลมโตฉายแววประกายความท้าทายที่ไม่ได้เห็นมานาน
"ขอบคุณมากค่ะคุณมีน เดี๋ยวปัณณ์ขอเวลาอ่านผ่านตาสักสิบนาทีแล้วเรามาลุยกันเลยนะคะ" ปัณณ์ตอบด้วยน้ำเสียงคล่องแคล่ว สมกับตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายวางแผนกลยุทธ์คนใหม่ที่เพิ่งผ่านการสัมภาษณ์งานสุดหินมาหมาดๆ
ความรู้สึกอิสระมันหอมหวานแบบนี้นี่เองค่ะ... ไม่มีสายตาเย็นชาคู่นั้นคอยจับผิด ไม่มีกฎเกณฑ์บ้านบ้าบออะไรทั้งสิ้น ปัณณ์เป็นอิสระแล้ว และโลกใบใหม่ใบนี้ก็กำลังต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เมื่อทีมงานกำลังระดมความคิดเกี่ยวกับแคมเปญเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ปัณณ์กำลังยืนอธิบายอินสตาแกรมอินฟลูเอนเซอร์ที่น่าสนใจบนหน้าจอโปรเจคเตอร์ด้วยความฉะฉาน นิ้วเรียวชี้ไปยังกราฟิกวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแม่นยำ
"เรามองว่ากลุ่มเป้าหมาย Gen Z ไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบค่ะ แต่พวกเขาโหยหาความจริงใจและความดิบที่เป็นธรรมชาติ ดังนั้น คอนเทนต์ของเราควรจะ..."
กรี๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดขัดจังหวะ ปัณณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ ปกติในเวลางานเขาจะไม่สนใจเสียงเรียกเข้าที่ไม่จำเป็นเด็ดขาด แต่เบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอกลับเป็นเบอร์แปลกจากสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง... เบอร์ที่เขาจำขึ้นใจว่าเป็นเลขหมายภายในของตระกูลอัศวเรืองรอง
ปัณณ์กดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย แล้วหันกลับมาพรีเซนต์งานต่อจนจบด้วยรอยยิ้มมืออาชีพ เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากหัวหน้าฝ่ายและเพื่อนร่วมทีม เป็นเครื่องยืนยันว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้... เขาทำได้ดีเกินคาด
หลังเลิกงาน ปัณณ์ปฏิเสธคำชวนไปสังสรรค์ของเพื่อนร่วมงานใหม่ด้วยรอยยิ้ม เพราะอยากกลับไปพักผ่อนและจัดห้องพักย่านใจกลางเมืองที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ให้เรียบร้อย เขากดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างของอาคารสำนักงาน ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังเร่งรีบเดินออกจากตึกเพื่อฝ่ารถติดยามเย็น
แต่แล้ว... ฝีเท้าที่กำลังก้าวอย่างมั่น
ใจก็ต้องชะงักกึก เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทคุ้นตา ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนตรงโถงทางเข้าอย่างโดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ความรู้สึกคู่นั้นหันมามองตรงมาที่เขา รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านรอบตัวจนผู้คนรอบข้างต้องเดินเลี่ยง
คินน์... เขามาทำอะไรที่นี่?!
ปัณณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินหนีเข้าลิฟต์ แต่ช้าเกินไป ร่างสูงเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าข้อศอกเรียวไว้แน่นด้วยแรงพอประมาณแต่ปฏิเสธไม่ได้
"หนีผมพ้นเหรอครับ... ปัณณ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู พร้อมกับแรงดึงรั้งที่ทำให้ปัณณ์ต้องหันกลับมาสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟเร่าร้อนและคราบน้ำตาแห่งความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่ง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 15
ผู้ช่วยหน้าใหม่
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!