เอกสารสัญญาสองฉบับถูกวางกระแทกลงบนพื้นผิวกระจกโต๊ะทำงานหรูราคาแพง แรงกระแทกนั้นไม่ถึงกับทำให้กระจกแตกสลาย แต่มันมากพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนจนปลุกบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวให้พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
ปัณณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองเอกสารตรงหน้าสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับถูกแกะสลักด้วยน้ำแข็งของสามีทางนิตินัย คินน์ในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากรูปปั้นหินอ่อนชั้นดี ทั้งเย็นชา สงบนิ่ง และไร้ซึ่งร่องรอยความรู้สึกใดๆ เจือปนอยู่บนแววตาคู่นั้น
"ผมคิดว่าเราตกลงกันรู้เรื่องแล้วนะคุณคินน์" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ความสะดุ้งสะเทือน ปัณณ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ตรงข้ามกับความจริงจังเคร่งเครียดของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง "หรือว่าสมองระดับซีอีโออย่างคุณ จะมีความบกพร่องเรื่องการจดจำข้อตกลงการหย่าที่เราเพิ่งเซ็นทำความเข้าใจกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อนกันแน่คะ"
คินน์ขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นขีดสุด ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับจะแช่แข็งคนในห้องให้กลายเป็นจุล
"อย่ามาล้อเล่นกับผมนะปัณณ์" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่เป็นน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว "เอกสารนั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และผมก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมานั่งทบทวนข้อตกลงบ้าบอที่คุณเป็นคนร่างขึ้นมาฝ่ายเดียว"
"อ้าว?" ปัณณ์ทำหน้าสงสัยเกินจริง มือเรียวยกขึ้นแตะปลายคางตัวเองเบาๆ "ก็ในเมื่อคุณบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าไม่อยากเห็นหน้าผม อยากให้ผมหายไปจากชีวิตคุณเร็วๆ ทีนี้พอผมจัดการยื่นเรื่องหย่าให้ตามประสงค์ คุณกลับทำท่าเหมือนคนอกหักถูกทิ้งซะงั้น ตกลงว่าคุณเป็นโรคหลายบุคลิกตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคะคุณสามี"
คำพูดที่จี้ใจดำแถมยังหยิกแกมหยอกนั้น ทำให้คินน์แทบคลั่ง มือหนากำหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธ... โกรธตัวเองที่ทำได้แค่แสดงความเย็นชาโง่เง่าออกไป ทั้งที่ความจริงในใจมันร้องตะโกนก้องว่าอยากจะกระโจนข้ามโต๊ะแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นๆ ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น
สองวันที่ผ่านมา... เขาต้องทรมานแค่ไหนกับการทำตัวเมินเฉยใส่คนที่ขโมยหัวใจเขาไป ต้องฝืนปั้นหน้าไร้อารมณ์เวลาที่เดินสวนกันในบ้าน ทั้งที่สายตาอยากจะกวาดมองสำรวจทุกอิริยาบถของอีกฝ่ายใจแทบขาด
แต่ทิฐิและซูเปอร์เอโกะบ้าๆ มันค้ำคออยู่! คินน์บอกตัวเองว่าเขาต้องนิ่ง เขาต้องเป็นฝ่ายควบคุมเกมนี้ให้ได้ ต้องทำให้ปัณณ์รู้ว่าการขอหย่ากะทันหันแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาจะไม่ยอมเป็นฝ่ายวิ่งตามง้อเด็ดขาด!
"ผมไม่ได้เป็นโรคอะไรทั้งนั้น" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติแล้วงัดเอาความเยือกเย็นขั้นสูงสุดมาใช้ เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยไร้ความรู้สึกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผมแค่จะบอกว่า... เงื่อนไขในเอกสารพวกนี้มันเอาเปรียบผมเกินไป ผมเป็นฝ่ายเสียหาย และผมไม่มีทางเซ็นยอมรับมันเด็ดขาด"
"เอาเปรียบตรงไหนคะ?" ปัณณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันกลับ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างจับผิด "บ้านก็ส่วนบ้าน เงินในบัญชีก็ส่วนของฉัน ต่างคนต่างหา ต่างคนต่างใช้ ฉันไม่ได้ไปฮุบสมบัติบริษัทหมื่นล้านของคุณสักบาท เงื่อนไขแฟร์ยิ่งกว่ากระดาษทรายซะอีก หรือว่า..." ปัณณ์เว้นจังหวะ เลิกคิ้วกวนประสาท "คุณแค่อยหาข้ออ้างถ่วงเวลา เพราะไม่อยากหย่ากับฉันกันแน่คะ?"
ประโยคจี้ใจดำนั้นทำเอาคินน์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมไหววับอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ทัน แต่ชายหนุ่มก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล
"หลงตัวเองใหญ่แล้วปัณณ์" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเย้ยหยันถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นเกราะป้องกัน "คนอย่างผมเนี่ยนะไม่อยากหย่า? คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าผมจะอาลัยอาวรณ์คนปากจัดอย่างคุณ? สองปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่บังคับ ผมคงเขี่ยคุณออกไปจากชีวิตนานแล้ว อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย"
ฉึก!
คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกเข้าที่กลางใจ แม้ปัณณ์จะเตรียมใจมาดีแค่ไหนและรู้ทันนิสัยปากไม่ตรงกับใจของอีกฝ่าย แต่พอได้ยินประโยคใจร้ายแบบนั้นหลุดออกมาจากปากคนที่เคยนอนร่วมเตียงเดียวกัน มันก็ยังอดที่จะรู้สึกเจี๊ยบๆ ในอกไม่ได้
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธวาบขึ้นมาในอกจนดวงตาสั่นระริก แต่ปัณณ์เลือกที่จะซ่อนมันไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนใบหน้า
"ดีค่ะ! พูดได้ดีมาก" ปัณณ์พยักหน้ารับช้าๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความประชดประชัน "ในเมื่อคุณคิดแบบนั้น งั้นเราก็ไม่ต้องพูดอะไรกันอีก เซ็นซะ แล้วต่างคนต่างไปใช้ชีวิตอิสระที่คุณโหยหาสقซิคะ จะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าคนปากจัดอย่างฉันให้รกหูรกตาอีก"
ปัณณ์หยิบปากกาบนโต๊ะแล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าคินน์ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้ด้ามปากกาหมุนวนอยู่ไม่ไกลจากมือหนา
คินน์ก้มมองปากกาด้ามนั้น สลับกับใบหน้าหวานที่ตอนนี้เชิดขึ้นด้วยความถือดี หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นชาที่พยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากกำลังจะพังทลายลงในพริบตา ความกลัวที่จะต้องเสียปัณณ์ไปจริงๆ เริ่มกัดกินขั้วหัวใจจนเจ็บหนึบไปหมด
*ไม่ได้นะ... ถ้าเซ็นตอนนี้ ทุกอย่างจะจบลงจริงๆ*
ความคิดนั้นกรีดร้องอยู่ในหัว คินน์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือหนายื่นออกไปหมายจะหยิบปากกาขึ้นมาทำท่าทางเหมือนจะเซ็น เพื่อเป็นการลองเชิงดูท่าทีอีกฝ่าย...
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสด้ามปากกานั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต!
"พี่คินน์ขา! แย่แล้วค่ะ..."
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พรีม... นางเอกสาวชื่อดังและเป็นลูกสาวนักธุรกิจใหญ่พ่วงตำแหน่งคู่หมั้นเก่าที่ครอบครัวเคยหมายมั่นปั้นมือไว้ ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวคินน์อย่างถือวิสาสะ มือเรียวเอื้อมIปคว้าแขนแกร่งไว้ทันทีโดยไม่สนสายตาของใครหน้าไหน
"พรีมเห็นข่าวฉาวในโซเชียลแล้วนะคะ พี่คินน์ต้องรีบจัดการเคลียร์ให้พรีมด่วนเลยนะ ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงพรีมป่นปี้หมดแน่!"
ปัณณ์หรี่ตามองภาพตรงหน้า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากทันที บรรยากาศมาคุเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกน่าสมเพชระคนสมน้ำหน้า ดวงตากลมโตมองหน้าสามีสลับกับผู้หญิงอีกคนที่กำลังเกาะแขนออดอเซาะอย่างออกนอกหน้า
"อ้าว เชิญตามสบายเลยนะคะ ดูท่าทางคุณจะงานยุ่งกว่าที่คิด" ปัณณ์แค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงเอกสารหย่ากลับมาถือไว้เอง "งั้นฉันไม่กวนเวลาสวีทของคุณกับคู่หมั้นคนโปรดแล้ว เอาไว้ว่างๆ ค่อยเคลียร์เรื่องหย่ากันใหม่... หรือถ้าไม่ว่างจริงๆ ส่งไปรษณีย์มาเซ็นที่บ้านหลังเก่าก็ได้นะคะ ฉันไม่รีบ"
พูดจบ ปัณณ์ก็หมุนตัวหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้องทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คินน์ได้อ้าปากแก้ตัวหรืออธิบายอะไรทั้งสิ้น!
"ปัณณ์! เดียวก่อน! ฟังผมก่อน..." คินน์ผุดลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า เขาสลัดแขนออกจากเกาะกุมของพรีมอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงพยายามจะก้าวตามร่างบางที่กำลังเดินลิ่วๆ ออกไปที่ประตู
แต่พรีมกลับกรีดร้องขึ้นมาเสียงดังลั่นพร้อมกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น คว้าชายเสื้อสูทของคินน์ไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "พี่คินน์จะไปไหนคะ! พรีมกำลังเดือดร้อนนะ พี่จะทิ้งพรีมเหรอ!"
"ปล่อยผม!" คินน์ตวาดกร้าว นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโมโหจัด เขาสบถในลำคออย่างหัวเสียเมื่อหันไปมองอีกที ประตูห้องทำงานก็ถูกปิดลงสนิทพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอก... ปัณณ์เดินหนีหายลับไปจากสายตาเรียบร้อยแล้ว!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 17
อย่าคิดว่าผมแคร์
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!