ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 18

รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของเขา

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงหัวใสของปัณณ์ที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ เป็นดั่งมีดกรีดลงกลางใจของคนที่กำลังนั่งทำหน้าถมึงทึงอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ "คุณปัณณ์คะ กองเอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ ทางคุณกรณ์ฝากมาบอกว่าขอบคุณมากนะคะสำหรับมื้อเที่ยงเมื่อวาน... รอยยิ้มของคุณปัณณ์ตอนชิมเค้กสตอเบอร์รี่ร้านนั้น ทำเอาคุณกรณ์เคลิ้มจนทำงานแทบไม่เป็นอันทำเลยล่ะค่ะ" เสียงกระเซ้าเย้าแหย่ของพนักงานสาวฝ่ายการตลาดดังขึ้นไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของปัณณ์นัก ทว่าคนที่หูผึ่งและดวงตาลุกเป็นไฟยิ่งกว่าใคร กลับเป็นร่างสูงใหญ่ของประธานกรรมการบริหารที่ก้าวขาออกมาจากห้องกระจกพอดี คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ปัณณ์ในยادนี้ช่าง… น่าหมั่นไส้เป็นบ้า! เจ้าตัวเล็กของเขากำลังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มชนิดที่ต่อให้เป็นน้ำแข็งขั้วโลกก็ยังต้องละลายให้กับเพื่อนร่วมงานแผนกอื่น ยิ้มแบบนั้น รอยยิ้มที่สดใสจนแสบตาแบบนั้น มันควรจะเป็นของเขา—ของคินน์คนนี้แต่เพียงผู้เดียวไม่ใช่หรือไง! ตั้งแต่ประกาศตัวว่าจะมูฟออนและขอหย่าแบบเด็ดขาด ปัณณ์ก็กลายเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ ทั้งบริษัทไปเสียอย่างนั้น ทว่าคนที่สติหลุดและควบคุมอารมณ์ตัวเองแทบไม่ได้ทุกครั้งที่มีผู้ชายหน้าไหนเข้ามาเฉียดใกล้ ก็ดันเป็นเขา… สามีที่ปากแข็งจนเกือบจะเสียภรรยาไปตลอดกาลคนนี้เอง "ขอบคุณนะคะคุณมีนา ฝากบอกคุณกรณ์ด้วยว่าผมยินดีค่ะ" ปัณณ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมใจที่ทำเอาคนมองใจละลายไปตามๆ กัน ยกเว้นก็แต่… "หมดเวลาเสวนาไร้สาระแล้วมั้งครับ ถ้างานในมือมันล้นจนต้องเอาเวลามาคุยเล่นกันขนาดนี้ ผมควรจะพิจารณาปรับลดโบนัสฝ่ายการตลาดดีไหม" เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวดังแทรกขึ้นกลางวง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา ทุกคนในออฟฟิศต่างวงแตกและแยกย้ายกลับโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็วราวกับนัดกันไว้ มีเพียงปัณณ์เท่านั้นที่ยังคงยืนนิ่ง ไวต่อความรู้สึก และเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ร่างบางหันขวับไปสบตากับร่างสูงที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งมาทางตน แววตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันชัดเจน "ท่านประธานว่างมากเหรอคะ ถึงได้มาเดินตรวจความเรียบร้อยถึงแผนกฝ่ายผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ หรือว่า… งานในห้องทำงานมันน้อยเกินไปจนไม่มีอะไรทำ" ปัณณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันที่แสนคุ้นเคย คินน์ก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันรอบตัวทำให้คนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ร่างสูงหยุดยืนประชิดตรงหน้าปัณณ์ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก จนปัณณ์ต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ แต่มีหรือที่คนอย่างคินน์จะยอมปล่อยให้หนี มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อศอกเรียวเอาไว้เบาๆ ไม่ให้ถอยหนีไปไหน ปลายเล็บคมจิกเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์หึงหวงที่กำลังตีรันฟันแทงอยู่ในอก "พูดจาให้มันดีๆ หน่อยครับคุณปัณณ์" คินน์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนปัณณ์รู้สึกวูบวาบอย่างน่าหงุดหงิด "แล้วไอ้รอยยิ้มเมื่อกี้… ไปยิ้มให้ใครแบบนั้นฮึ? ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่ารอยยิ้มของคุณมันเป็นของผมคนเดียว!" ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาหวานตวัดมองคินน์อย่างไม่เกรงกลัว "หึ! ของคุณเหรอคะ? อย่าลืมสิคะว่าเรากำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งว่าผมจะยิ้มให้ใคร หรือจะไปกินข้าวกับใครก็ได้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ท่านประธานผู้สูงส่งมายุ่งเรื่องส่วนตัวของอดีตสามี... เอ๊ย อดีตภรรยาอย่างผมเนี่ย" คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาคินน์หน้าชาวาบ ความโกรธผสมผสานกับความกลัวที่จะสูญเสียพุ่งพล่านจนสมองแทบระเบิด มือที่จับข้อศอกปัณณ์เปลี่ยนเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ จนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกันสนิท "ปัณณ์!" คินน์กดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน "อย่ามาท้าทายผมนะ... ผมบอกแล้วว่าผมไม่หย่า! ต่อให้คุณจะยิ้มให้ใครหน้าไหน หรือไอ้กรณ์มันจะเอาเค้กมาประจบสอพลอแค่ไหน ผมก็จะตามไปกวาดล้างมันให้หมดบริษัทแน่!" "คุณมันเผด็จการ!" ปัณณ์ดิ้นขัดขืน พยายามดันแผ่นอกกว้างให้ออกห่าง แต่แรงของเขามีหรือจะสู้แรงของซีอีโอหนุ่มบ้าอำนาจคนนี้ได้ ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิด จนหัวใจของทั้งสองดวงเต้นโครมครามแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง "ใช่… ผมมันเผด็จการ และผมก็จะเผด็จการกับคุณคนเดียวไปตลอดชีวิตด้วย!" คินน์ประกาศกร้าวด้วยความดื้อดึง ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความอยากบดขยี้ให้หายMหมั่นไส้ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ผู้คนรอบข้างต่างก้มหน้าทำงาน ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบแล ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบที่ชวนใจเต้นแรง คินน์ขมวดคิ้วอย่างขัดเคืองใจ เขาไม่ยอมละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังหอบหายใจน้อยๆ อยู่ในอ้อมแขน มือข้างหนึ่งควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ทว่าทันทีที่เห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ แววตาดุดันของเขาก็ชะงักไปชั่วขณะ ปัณณ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าคมคายนั้นได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากบางจึงเหยียดยิ้มหยันออกมาทันที "อ้าว… สายสำคัญโทรมาตามแล้วนี่คะ ท่านประธานจะรีบไปรับไหมล่ะ หรือจะยืนกอดผมต่อดี" ปัณณ์ใช้จังหวะที่คินน์กำลังเสียสมาธิ ออกแรงผลักอกแผ่นอกกว้างอย่างแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง คินน์มองหน้าปัณณ์สลับกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นไม่หยุด ความรู้สึกกระวนกระวายใจตีรันขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อสายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น… บุคคลที่เขาไม่อยากให้เข้ามามีอิทธิพลในเวลานี้มากที่สุด และก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ปัณณ์ก็หันหลังให้ทันที พร้อมกับเสียงฝีเท้าก้าวเดินหนีหายเข้าไปในห้องประชุมอย่างไร้เยื่อใย ทว่าในวินาทีที่คินน์กำลังจะก้าวตามไปนั้น ประชาสัมพันธ์หน้าบริษัทก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสียงรายงานที่ทำให้ร่างสูงต้องหยุดชะงักกึก "ท่านประธานคะ... มีแขกมาขอพบค่ะ เธอแจ้งว่าเป็นคู่หมั้น..." ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%