กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขนาดกะทัดรัดวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะทำงานของปัณณ์ ราวกับเป็นสิ่งแปลกปลอมที่จงใจถูกส่งเข้ามาแทรก
กลางกองเอกสารรายงานงบการเงินประจำไตรมาส
นี่คือกล่องที่สามในรอบสัปดาห์...
ปัณณ์ถอนหายใจยาวเหยียดจนหน้าม้าสีน้ำตาลอ่อนปลิวเบาๆ นิ้วเรียวสวยเคาะลงกับขอบโต๊ะเป็นจังหวะ
ดวงตากลมโตฉายแววทั้งระอาและหงุดหงิดระคนกัน เขาไม่ได้เปิดมันดูด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่าข้างในคืออะไร
และที่สำคัญที่สุด...รู้ด้วยว่าใครเป็นคนส่งมา
คนบ้าอะไร... ส่งของขวัญมาจีบอดีตภรรยาโดยไม่ยอมลงชื่อแถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกโรคจิต
ทั้งที่เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะเซ็นใบหย่ากันไปหมาดๆ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์คู่นั้น
"แน่จริงก็โผล่หัวมาสิคะคุณอดีตสามี..." ปัณณ์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะ
ริมฝีปากสีพีชเม้มเข้าหากันอย่างหมั่นไส้ ขณะผลักกล่องของขวัญใบนั้นให้พ้นทางเพื่อกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์
แต่ดูเหมือนความพยายามที่จะเมินเฉยจะล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อจู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สั่นครืดคราด
พร้อมกับข้อความจากพนักงานแผนกต้อนรับด้านล่างที่ส่งตรงเข้ามา
*(คุณปัณณ์คะ มี Messenger นำดอกไม้ช่อใหญ่มาส่งให้อีกแล้วค่ะ รอบนี้เป็นกุหลาบขาวนำเข้าจากฮอลแลนด์... ไม่มีชื่อผู้ส่งเหมือนเดิมค่ะ แต่คนส่งฝากบอกว่า 'คนรับรู้ดีว่าเป็นใคร' ค่ะ)*
ปัณณ์กลอกตาขึ้นฟ้าทันที อยากจะกรีดร้องใส่เพดานออฟฟิศให้รู้แล้วรู้รอด
กุหลาบขาวฮอลแลนด์งั้นเหรอ? ช่อละไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นแน่ๆ พ่อคุณซีอีโอหนุ่มผู้ประหยัดถ้อยคำและงบประมาณความรู้สึก
แต่กลับผลาญเงินกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ได้อย่างหน้าตาเฉย
นี่สินะ... แผนตามง้อฉบับคนเย็นชาที่ไม่มีแม้แต่ความกล้าจะเอ่ยปากพูดตรงๆ!
ช่วงพักเที่ยง ปัณณ์จำต้องหอบหิ้วร่างตัวเองลงมาที่ร้านกาแฟคาเฟ่ใต้ตึกออฟฟิศเพื่อหลบหนีสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนร่วมงาน
ที่เริ่มแซวกันให้แซดว่าเขากำลังมี "ปริศนาหนุ่มกระเป๋าหนัก" ตามจีบ
ทว่าในขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับลาเต้เย็นแก้วโปรดเพื่อดับความหงุดหงิด ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาคูลล์ที่คุ้นตาเป็นอย่างดีก็ก้าวเข้ามาในร้าน
บรรยากาศรอบตัวของคินน์ยังคงความเย็นชาและกดดันเหมือนเคย
ไหล่กว้างและท่าทางนิ่งขรึมทำให้พนักงานในร้านถึงกับเกร็งไปตามๆ กัน
แต่สิ่งที่สะดุดตาปัณณ์ที่สุด... คือสายตาคู่นคม2ข้างนั้นที่กวาดมองหาใครบางคนทันทีที่ก้าวพ้นประตู
และหยุดตรงโต๊ะมุมที่ปัณณ์นั่งอยู่พอดีเป๊ะ
ให้ตายเถอะ... นี่เขาเดินตามรอยเท้ากันมาหรือมีย ีจีพีเอสฝังไว้ที่ตัวเขากันแน่?
ปัณณ์แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ยกหลอดดูดกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายๆ ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ
ทว่าคินน์กลับไม่ปล่อยให้เขาได้ลอยชาย นำขายาวก้าวตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวอยู่ที่โต๊ะ
"นั่งด้วยคนครับ" น้ำทุ้มต่ำเอ่ยขออนุญาต แต่ไม่รอให้ปัณณ์ตอบตกลง
ร่างสูงก็นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที ราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่
ปัณณ์วางแก้วกาแฟลงกระแทกกับโต๊ะเบาๆ ส่งเสียงดังพอให้คนตรงหน้าสะดุ้งเล็กน้อย
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ
"อ้าว คุณคินน์... บังเอิญจังเลยนะคะ หรือว่าช่วงนี้กิจการที่บริษัทกำลังย่ำแย่
คุณถึงต้องผันตัวมาเดินสายส่งดอกไม้และของขวัญแทนการบริหารงาน?"
คินน์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกราบมองอดีตภรรยาที่วันนี้อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขับผิวผ่อง
ริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขานั่นอีก... ต่อให้หย่ากันไปแล้ว ปัณณ์ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อระบบหายใจของเขาเสมอ
"ผมไม่ได้ว่างงานขนาดนั้น" คินน์ตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดสุขุม
แต่สันจมูกโด่งรั้นที่เชิดขึ้นนิดๆ ของปัณณ์ฟ้องชัดเจนว่ากำลังกวนประสาทเขาอยู่
"อ๋อเหรอคะ? นึกว่าว่างมากจนไม่รู้จะเอาเงินไปละลายที่ไหน ถึงได้ส่งทั้งนาฬิกา น้ำหอม
แล้วก็ล่าสุด... กุหลาบขาวฮอลแลนด์ช่อโตขนาดนั้นมาให้คนที่ 'หย่า' กันไปแล้ว"
ปัณณ์จงใจเน้นเสียงคำว่าหย่าเพื่อกระแทกใจดำ
คินน์เม้มปากเป็นเส้นตรง เสี้ยววินาทีหนึ่งแววตาไหววูบผ่านนัยน์ตาคู่คม
แต่ก็ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็วภายใต้หน้ากากความเย็นชา
"ผมไม่ได้ส่ง" เขาปฏิเสธหน้าตาย
"อุ๊ย! โกหกคำโตนะคะ" ปัณณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่มองอย่างจับผิด
"การ์ดที่แนบมากับช่อดอกไม้ ลายมือหวัดๆ แบบนั้นต่อให้เอาแว่นขยายมาส่อง
ฉันก็ดูออกว่าเป็นลายมือของซีอีโอจอมเผด็จการอย่างคุณ... คินน์ เลิศศิริกุล"
โดนจับได้ไล่ทันแบบคาหนังคาเขา คินน์ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ ในลำคอเพื่อแก้เก้อ มือหนายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดบนออกอย่างคนทำตัวไม่ถูก
ภาพลักษณ์ซีอีโอผู้ไร้เทียมทานในที่ทำงานหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายปากแข็งที่กำลังมุมมิรนหาทางลง
"ผมแค่... อยากส่งให้" สุดท้ายคนปากหนักก็ยอมรับออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าปกติ
มุมปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างคนฟอร์มจัด "ไม่ได้หรือไง ในเมื่อเรายังเป็นเพื่อนกันได้"
"เพื่อน?" ปัณณ์ทวนคำเสียงสูง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความเหลือเชื่อ
"ใครเป็นเพื่อนกับคุณไม่ทราบคะ? เราหย่ากันแล้วค่ะคุณคินน์! การหย่าหมายถึงทางใครทางมัน
ไม่ใช่การมานั่งส่งของขวัญจีบกันใหม่แบบเด็กอมมือ!"
"แล้วถ้าผมไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนล่ะ"
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของคินน์ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง
ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของปัณณ์ราวกับจะดึงสติให้อีกฝ่ายหยุดเถียง
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเงียบงัดชั่วขณะ จนได้ยินเสียงเครื่องชงกาแฟบดเมล็ดในร้านเบาๆ
ปัณณ์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ใบงานความโกรธเมื่อครู่ถูกความร้อนผ่าวบนพวงแก้มเข้ามาแทนที่
เขารู้จักคินน์ดี... ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดอะไรเล่นๆ และยิ่งแววตาคู่นั้นที่กำลังสะท้อนเงาของเขาอยู่ตอนนี้ด้วยแล้ว...
มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้มานานเกินไป
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" ปัณณ์เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก
ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า คำพูดห้วนๆ ของอดีตสามีคนนี้มันมีพลังทำลายล้างกำแพงที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาได้ในพริบตาเดียว
"ผมไม่ได้บ้า ปัณณ์" คินน์ขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้ามมากขึ้น
ระยะห่างระหว่างเขากับปัณณ์ถูกร่นลงจนแทบจะแนบชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นไอฟรุ๊ตตี้อ่อนๆ จากตัวปัณณ์ลอยวนอยู่ในอากาศ
"วันที่ผมเซ็นใบหย่า... คือวันที่ผมโง่ที่สุดในชีวิต และผมจะไม่ยอมทำผิดพลาดแบบนั้นซ้ำสองแน่"
ปัณณ์เม้มริมฝีปากแน่น สมองตื้อตันไปหมด คำแก้ตัวร้อยแปดที่เตรียมไว้กระจัดกระจายหายไปในอากาศ
เขากำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่จังหวะนั้นเอง...
เสียงกริ่งใสที่ประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มของใครบางคนที่ดังแทรกบรรยากาศความตึงเครียดขึ้นมา
"อ้าว, น้องปัณณ์! บังเอิญจังเลยครับ มากินกาแฟเหรอครับเนี่ย พอดีเลย พี่ซื้อเค้กสตอเบอร์รี่ร้านโปรดมาฝากพอดี..."
ร่างสูงของ "ธนา" รุ่นพี่หนุ่มแผนกการตลาดผู้แสนอัธยาศัยดี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของปัณณ์พอดี
พร้อมกับรอยยิ้มกว้างและกล่องเค้กในมือ โดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่า
บรรยากาศรอบโต๊ะในตอนนี้มันร้อนระอุและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตขนาดไหน
คินน์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที ดวงตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง
ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมเกินเบอร์ของรุ่นพี่คนนี้
ปัณณ์เบิกตากว้าง สลับมองหน้าธนาที่กำลังยิ้มร่า กับใบหน้าของคินน์ที่มืดมนลงจนน่ากลัว
ก่อนที่สมองจะทันได้ประมวลผลอะไร คินน์ก็เอื้อมมือมากระชากข้อแขนเรียวของปัณณ์เข้าไปหาตัวอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาดุดันจ้องเขม็งไปที่ธนาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ขอโทษนะ..." คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก
"แต่ 'ภรรยา' ของผม ยังไม่ว่างรับขนมของคุณตอนนี้ครับ!"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 19
แผนตามง้อฉบับคนเย็นชา
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!