กล่องพัสดุปริпечаต์สีน้ำตาลเข้มใบนั้นถูกวางทิ้งไว้อย่างเงียบเชเชียบตรงหน้าประตูห้องทำงานของปัณณ์ ไม่มีเสียงเคาะ ไม่มีข้อความแจ้งเตือนจากพนักงานขนส่ง มีเพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยเจตนาบางอย่างที่เจ้าตัวรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ปัณณ์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองกล่องพัสดุขนาดกลางด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหงุดหงิดและความเย้ยหยัน สองปีที่ผ่านมา... ภายใต้หลังคาเดียวกัน คินน์ไม่เคยแม้แต่จะหยิบจับอะไรที่เกี่ยวกับเขาด้วยซ้ำ ผู้ชายคนนั้นยึดมั่นในกรอบระเบียบและความไร้ตัวตนของเขามาตลอด จนกระทั่งวันที่เขาเลือกจะยื่นใบหย่าและก้าวเท้าเดินออกมานั่นแหละ... ท่านซีอีโอผู้เยือกเย็นถึงเริ่มทำตัวเหมือนคนสูญเสียการควบคุม
"ส่งมาแบบนี้ คิดว่าฉันจะซาบซึ้งจนวิ่งแจกยิ้มกลับไปกราบกรานขอคืนดีหรือไงคะ คุณคินน์..." ปัณณ์พึมพำกับตัวเอง มุมปากบางยกยิ้มหยันอย่างนึกขันระคนหมั่นไส้
มือเรียวยาวตัดสินใจใช้คัตเตอร์กรีดเทปกาวสีน้ำตาลออกอย่างไม่รีบร้อน ทันทีที่ฝากล่องเปิดอ้าออก กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดแบรนด์โปรดที่หาซื้อยากยิ่ง พร้อมกับหนังสือรวมบทกวีภาษาฝรั่งเศสเล่มที่เขาเคยบ่นว่าอยากได้เมื่อปีก่อน—เล่มที่คินน์เคยทำเป็นหูทวนลมใส่—ก็ปรากฏแก่สายตา พร้อมกับกระดาษโน้ตสีขาวที่เขียนด้วยลายมือตวัดเฉียบคมคุ้นตา
*‘กินกาแฟซะบ้าง ช่วงนี้ทำงานดึกจนหน้าซีด หรือถ้ากลัวชงเองไม่อร่อย... ก็ลงมาสั่งข้างล่างตึก’*
อ่านจบแล้วปัณณ์ก็แค่นفقลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาทันที อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงเป็นแถบๆ ปากแข็งระดับมหาสมุทรแปซิฟิกขนาดนี้ แต่การกระทำกลับชวนให้หมั่นไส้จนอยากจะเอาหนังสือเล่มนี้ปาใส่หน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายเสียจริง
"ส่งของมาจีบเมียเก่าเนี่ยนะ ประสาททานไปแล้วหรือไง..."
ปัณณ์สบถเบาๆ พลางหยิบมือถือขึ้นมาตั้งใจจะกดบล็อกเบอร์และทุกช่องทางติดต่อของคนเอาแต่ใจให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียจะแตะลงบนหน้าจอ เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาสามครั้งรัวๆ ตามด้วยการบิดลูกบิดที่ไม่ได้ล็อกอย่างถือวิสาสะ
ประตูห้องเปิดผางออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ที่ติของซีอีโอหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขาหน้าตาเฉย คินน์ยังคงรักษาภาพลักษณ์สุขุมเยือกเย็นได้ดีเยี่ยม... หากแต่ร่องรอยความกระวนกระวายที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคมกริบคู่นั้น ไม่สามารถหลบสายตาคนมองอย่างปัณณ์ไปได้เลยแม้แต่น้อย
"ใครอนุญาตให้เข้ามาห้องคนอื่นคะคุณคินน์" ปัณณ์เอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเมื่อมองคนที่ถือวิសาสะก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว "แล้วนี่... ว่างงานมากจนต้องมาเดินส่งพัสดุเองเลยเหรอคะ ท่านประธานบริษัท"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองกล่องพัสดุบนโต๊ะที่เปิดอ้าอยู่ ก่อนจะกวาดสายตากลับมาสบกับดวงตาคู่หวานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย สันจันทน์คมสันขยับเล็กน้อยอย่างคนฟอร์มจัด แต่ไม่ยอมปริปากปฏิเสธตรงๆ
"ผมไม่ได้ว่าง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเรียบสนิท ไร้พิรุธ "แค่ผ่านมารับเอกสารแถวนี้ แล้วบังเอิญเห็นชื่อบริษัทจัดส่งมันแปลกตา..."
"บังเอิญ?" ปัณณ์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของคนตัวเล็กดังขึ้นเบาๆ แต่บาดลึก "บังเอิญเก่งจังนะคะ บังเอิญตั้งแต่หน้าตึก บังเอิญรู้ว่าฉันชอบอะไร และบังเอิญ... ส่งของพวกนี้มาเพื่อกวนประสาทฉันเล่นใช่ไหมคะ"
"ผมไม่ได้กวนประสาท" คินน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละนิด แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน "ผมแค่ทำในสิ่งที่สามี... เอާ... อดีตสามีพึงกระทำ เมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองกำลังใช้ชีวิตอย่างอดหลับอดนอนจนน่าห่วง"
"สามี? อดีตสามี?" ปัณณ์ทวนคำพร้อมกับก้าวถอยหลังเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานพอดี แต่คินน์กลับใช้มือหนาทั้งสองข้างค้ำยันโต๊ะกักตัวเขาไว้ตรงกลาง สกัดกั้นทุกทางหนี "คุณลืมไปแล้วเหรอคะว่าเราเซ็นใบหย่ากันไปเรียบร้อยแล้ว สถานะของเราตอนนี้คือคนแปลกหน้าที่บังเอิญเคยนอนเตียงเดียวกันแค่นั้นแหละค่ะ!"
"ผมไม่เคยลืม..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้วใสของปัณณ์อย่างจงใจ ดวงตาคมปลาบมองริมฝีปากบางที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟากด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นจนแทบระเบิด "และผมก็ไม่เคยคิดจะปล่อยให้คุณเป็นคนแปลกหน้าถาวรด้วย"
หัวใจของปัณณ์กระตุกวูบอย่างแรง เคมีที่ปะทะกันระหว่างความเย็นชาของอีกฝ่ายกับความดื้อรั้นของเขาทำเอาสติที่ตั้งกำแพงไว้เริ่มสั่นคลอน ปัณณ์เม้มริมฝีปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ร้อนแรงเสียจนผิวแก้วแทบไหม้
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้ค่ะ คุณคินน์!" ปัณณ์พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่มันกลับแน่นราวกับกำแพงปูนซีเมนต์ "อยากเล่นบทคลั่งรักก็เชิญไปเล่นไกลๆ โน้นค่ะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับคุณ!"
"ผมไม่ได้เล่น..." คินน์เสียงแผ่วลงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับจริงจังจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้วใสของปัณณ์ออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวทำเอาคนตัวเล็กถึงกับสะท้าน "ถ้าผมเล่น... ผมคงไม่ตามตื๊อคุณจนเสียฟอร์มขนาดนี้หรอก... ปัณณ์"
บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันอย่างตื่นเต้น ปัณณ์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคสารภาพกลายๆ จากปากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าหยิ่งยโสที่สุดในปฐพี ความซึนเดระที่พยายามสร้างเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงในพริบตา
แต่ก่อนที่ปัณณ์จะทันได้เอ่ยปากตอกกลับอะไรเพื่อกู้หน้า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาพร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่ถือแฟ้มเอกสารกองโตเข้ามาโดยไม่ทันระวัง
"ท่านประธานคะ เอกสารด่วนสำ... อุ๊ย! ขอประทานอภัยค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่า..." เลขานุการสาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาและไร้พ่ายกำลังกักตัวชายหนุ่มหน้าหวานไว้บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีแนบชิดชนิดที่เรียกว่า เกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ
ปัณณ์หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบใช้สองมือผลักอกคินน์ออกสุดแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ส่วนคินน์เองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ ดวงตาคมกริบหันไปถลึงใส่เลขานุการสาวจนเจ้าตัวแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"ออกไปก่อน!" คินน์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความไม่สบอารมณ์
เลขานุการสาวสะดุ้งสุดตัว โค้งหัวขอโทษขอโพยปะหลกๆ แล้วรีบถอยหลังกรูดปิดประตูห้องดังปัง ล็อกความเงียบงันให้กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ปัณณ์หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหู ร ่างบางรีบคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาบังหน้าตัวเองเพื่อซ่อนความประหม่า ขณะที่คินน์ยืนมองท่าทีนั้นด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
ทว่า... ในวินาทีที่ปัณณ์คิดว่าสถานการณ์น่าจะแย่พอแล้ว เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ข้อความจากเบอร์แปลก:*
**"ระวังตัวไว้ให้ดี... สามีเก่าของคุณเขากำลังเล่นกับไฟ และไฟดวงนั้นอาจจะแผดเผาคุณให้มอดไหม้ไปด้วย"**
ปัณณ์ชะביดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคินน์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของซีอีโอหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเย็นเยียบขึ้นมาทันทีราวกับคนละคน เมื่อดวงตาคมกริบกวาดไปเห็นข้อความบนหน้าจอมือถือของเขาเข้าพพอดี!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 20
ความจริงเริ่มกระจ่าง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!