เสียงปิดประตูห้องรับแขกดังปัง พร้อมกับร่างบางของปัณณ์ที่ทรุดตัวลงพิงบานไม้หนาอย่างหมดแรง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ประโยคทักทายแสนหวานหยดแต่เชือดเฉือนกระดูกดำของ 'พิมพ์พิศา' อดีตคู่หมั้นที่บินตรงจากนิวยอร์กยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“สวัสดีค่ะพี่คินน์... ไม่คิดเลยนะคะว่าน้องกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ จะได้ยินข่าวดีเรื่อง 'ใบหย่า' ของพี่พอดีเลย”*
ช่างเป็นข่าวดีของคนอื่น แต่นรกขุมย่อยๆ สำหรับเขาชัดๆ!
ปัณณ์แค่นหัวเราะให้กับความสมเพชตัวเอง สองปีที่ผ่านมาเขายอมทิ้งทั้งความฝันและศักดิ์ศรี ย้ายเข้ามาอยู่ในกรงทองของภาคิน ซีอีโอหนุ่มผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทนกลืนก้อนสะอื้นกับความห่างเหินและความไร้เยื่อใย ไร้ซึ่งคำว่ารัก เสมือนเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน ทว่าพอผู้หญิงคนนั้นกลับมา... ใบหย่าที่เคยเป็นแค่กระดาษเปล่า กลับมีน้ำหนักดั่งภูเขาที่พร้อมจะกดทับร่างของเขาให้แหลกสลาย
"ยืนขวางประตูทำไม จะเข้าห้องก็หลบไป"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ ปัณณ์สะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของภาคินที่ยืนซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูน่าเกรงขามและห่างเหินเช่นเคย ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองเขาด้วยความรำคาญระคนหงุดหงิด
"ผมจะยืนตรงไหนมันก็เรื่องของผม หรือว่ากลัวผมขวางทางต้อนรับแขกคนสำคัญของคุณกันล่ะครับคุณคินน์" ปัณณ์เชิดหน้าขึ้นสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศ แม้ข้างในจะไหววูบจนน่ากลัวก็ตาม
ภาคินขมวดคิ้วมุ่น ปรับสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับไหววูบชั่วพริบตา "อย่ามาหาเรื่องประชดประชันในเวลาแบบนี้ ปัณณ์... คุณก็รู้ว่าพิมพ์เขาแค่ทักทายตามมารยาท"
"มารยาทเหรอคะ? อ้อ... ครับ มารยาทของคนเคย 'รัก' กันมันคงหอมหวานจนผมเทียบไม่ติดเลยนี่นา" ปัณณ์แค่นยิ้มหยัน ปัดผ่านร่างสูงแล้วเดินเลี่ยงไปทางบันได แต่ทว่าข้อมือกลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างทั้งร่างเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ
"ปัณณ์!"
"ปล่อยนะ! อยากเนื้อตัวแตะเนื้อต้องตัวผมทำไม รังเกียจไม่ใช่เหรอ หรือว่ากลัวผมไปทำลายบรรยากาศแสนหวานของคุณกับคุณพิมพ์เข้าล่ะ" ปัณณ์ดิ้นขลุกขลัก พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก ความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นคำพูดเชือดเฉือน
ภาคินไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้มมองคนตัวเล็กที่กำลังพยายามผลักไสเขาด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยผสานกับหยาดฝนโปรยปรายนอกหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง — ความตึงเครียดที่อันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม
เปรรเปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องพร้อมกับแสงสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใส ตามมาด้วยเสียงเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าถล่ม ไม่นานนัก ไฟฟ้าทั้งหลังก็ดับวูบลง ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เหลือเพียงแสงสลัวจากสายฟ้าด้านนอกที่สะท้อนเงาของคนทั้งคู่
"ไฟดับ..." ปัณณ์พึมพำเบาๆ ขยับตัวถอยหลังหนี แต่ภาคินกลับรวบเอวบางไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
"อย่าดิ้น..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ ปัณณ์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ปล่อยผมนะ... มืดๆ แบบนี้ ยิ่งน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่" ปัณณ์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
"อึดอัดเพราะผม หรืออึดอัดที่เห็นพิมพ์เขาอยู่ข้างนอกกันแน่" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนายังคงล็อวเอวเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วอีกคนจะหายวับไปกับตา
"คุณพิมพ์อะไรของคุณล่ะ เขาอยู่ข้างนอกก็เรื่องของเขา คุณควรจะออกไปดูแลแขกของคุณสิครับ มาขังผมไว้ในความมืดทำไม"
"เพราะฉันขี้เกียจฟังเสียงน่ารำคาญของเธอยังไงล่ะ"
"งั้นก็ปล่อยผมแล้วเราต่างคนต่างอยู่สิครับ! จะมาทำท่าทางแบบนี้ใส่ทำไมในเมื่อคุณเองก็อยากหย่ากับผมใจจะขาดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!" ปัณณ์ระเบิดอารมณ์ออกมา ประโยคคำว่า 'หย่า' ถูกพ่นใส่หน้าสามีตัวดีอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าทันทีที่พูดจบ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงถนัดตา
ภาคินนิ่งเงียบไปนาน ท่ามกลางความมืดและเสียงฝนที่ซัดสาด ร่างสูงก้มลงมองคนในอ้อมแขนอย่างพิจารณา ดวงตาคมกริบสะท้อนประกายความดุดันและบางสิ่งที่ปัณณ์อ่านไม่ออก
"อยากหย่ามากสินะ..." ภาคินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "รีบอยากเป็นอิสระขนาดนั้นเลยหรือไง ปัณณ์"
"ใช่ครับ! ผมเหนื่อยแล้ว... เหนื่อยที่จะต้องทนอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณ" ปัณณ์เชิดหน้าสู้ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกลั้นไว้
ภาคินนิ่งงันไปกับคำตอบนั้น มือที่โอบเอวบางกระชับแน่นขึ้นจนปัณณ์รู้สึกเจ็บแปลบ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันท่ามกลางความมืดมิดและเสียงฟ้าฝนที่คำรามก้อง
"ถ้าฉันบอกว่า... ไม่ยอมหย่าล่ะ?"
คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของภาคินด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ปัณณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้
ทว่า... ก่อนที่ปัณณ์จะได้เอ่ยปากถามอะไรกลับไป เสียงทุบประตูดังปังๆ จากด้านนอกบ้านก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อภาคินด้วยความตื่นตระหนก
"พี่คินน์คะ! แย่แล้วค่ะ! พิมพ์... พิมพ์ทำกระเป๋าเอกสารสำคัญหล่นหายไว้ที่รถ ลุยฝนออกไปหาแล้วเจอเรื่องเข้าแล้วค่ะ! ช่วยพิมพ์ด้วย!"
เสียงของพิมพ์พิศานั่นเอง!
ปัณณ์ชะงักกึก สติที่หลุดลอยกลับเข้าร่างทันที ความอบอุ่นจอมปลอมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาหัวเราะเยาะตัวเองในใจเบาๆ *ให้ตายสิ เกือบจะใจอ่อนหลงกลผู้ชายปากร้ายคนนี้เข้าให้อีกแล้วนะปัณณ์*
ปัณณ์ใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอกหนีของภาคินออกเต็มแรง
"แขกของคุณเรียกหาแล้วนี่คะ... เชิญคุณไป 'ดูแล' เธอตามหน้าที่เถอะค่ะ ส่วนเรื่องใบหย่า... ไว้เราค่อยคุยกันต่อตอนที่ไฟติดก็แล้วกัน!"
พูดจบร่างบางก็สะบัดหน้าหนี วิ่งฝ่าความมืดขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนของตัวเองทันทีโดยไม่หันกลับมามองสายตาของคนที่ยืนอยู่เบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย
ภาคินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วยังคงสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของเอวบางที่เพิ่งหลุดลอยไป ดวงตาสีนิลคมกริบมองตามร่างที่หายลับไปในความมืดด้วยความรู้สึกที่ตีรวนระคนหงุดหงิด
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าตามขึ้นไปเพื่อสะสางให้รู้เรื่อง เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ห้องรับแขกด้านล่างก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนภายใต้แสงสายฟ้าฟาด ที่ก้าวเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และเอ่ยประโยคที่ทำให้ภาคินต้องชะงักฝีเท้า—!
*“สวัสดีค่ะคุณคินน์... ไม่คิดเลยนะคะว่าบ้านหลังนี้ จะยังมี 'คนนอก' หน้าด้านเกาะสามีชาวบ้านอยู่แบบนี้อีก”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและร่วมลุ้นไปกับปัณณ์และคุณคินน์ในตอนนี้นะคะ!
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 10
ฝนตกกับความอบอุ่นที่ห่างเหิน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!