เสียงวางช้อนส้อมกระทบลงบนจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงดังขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องอาหารหรูหรา
ปัณณ์เลื่อนจานสลัดที่ยังพร่องไปไม่ถึงครึ่งออกห่างตัวอย่างไม่แยแส นัยน์ตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบกับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหวานเรียบเฉยจนเดาไม่ออกว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้นกำลังซ่อนคลื่นอารมณ์ความพายุลูกใหญ่เอาไว้ขนาดไหน ขณะที่คินน์—ซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดในโลก กลับมีสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นนูน ผิวเนื้อรอบดวงตาคมกริบนั้นตึงเครียด ภาพถ่ายใบเก่าที่เพิ่งถูกโยนลงบนโต๊ะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคงนอนนิ่งอยู่ข้างแก้วไวน์ของเขา เปรียบเสมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตบหน้าความเย่อหยิ่งของสามีผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
"ทานต่อสิคะ คุณคินน์"
น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นจนน่าขนลุก ปัณณ์เอียงคอมองเล็กน้อยอย่างไว้ท่าที ปลายเรียวลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหมั่นไส้ระคนสมเพช เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบราวกับถูกหินก้อนใหญ่ทับลำคอจนเปล่งเสียงไม่ออก
"หรือว่า... เมนูตรงหน้ามันไม่อร่อยเท่าความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ตลอดสองปีล่ะคะ?"
"ปัณณ์" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบทอประกายวับวับวาวด้วยความไม่พอใจระคนร้อนรน มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เลิกทำตัวไร้สาระแล้วมาคุยกันดีๆ เดี๋ยวนี้"
"ไร้สาระเหรอคะ?" ปัณณ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง ร่างโปร่งบางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตามองสามีตัวเองด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อวาน "สำหรับคุณ ภาพผู้หญิงคนนั้นในลิ้นชักลับ มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระสินะคะ? แต่สำหรับคนที่ต้องทนเป็นตัวสำรองในเงาของคนตายมาตลอดสองปีอย่างดิฉัน... มันคือความโง่เขลาล้วนๆ เลยต่างหากล่ะค่ะ"
จังหวะที่คำว่า 'คนตาย' หลุดออกจากริมฝีปากสีพีช คินน์ก็สะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ความตกใจฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
"คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาพล่อยๆ แบบนี้นะปัณณ์!" คินน์ตวาดกร้าว มือหนาทุบลงบนโต๊ะอาหารเบาน้ำหนักเพื่อข่มขวัญ จานชามสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ "โลกของคุณมีแต่ความระแวงและจินตนาการไร้สาระ! ผมแต่งงานกับคุณ ก็คือคุณ... ทำไมคุณถึงไม่เคยเชื่อใจผมเลยสักนิด!"
"เชื่อใจ?" ปัณณ์ทวนคำนี้ด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ความอดทนที่สะสมมานานระเบิดออกผ่านแววตาคู่สวยที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วคุณเคยให้เหตุผลอะไรกับดิฉันสมควรได้รับความเชื่อใจบ้างคะคุณคินน์? ทุกครั้งที่ดิฉันถาม ทุกครั้งที่ดิฉันต้องการความชัดเจน สิ่งที่คุณทำมีแค่การหันหลังให้ ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน และทำเหมือนดิฉันเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านชิ้นหนึ่งที่คุณจะโยกย้ายไปไว้มุมไหนก็ได้!"
ปัณณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกทำให้เก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปครูดกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังแหลมบาดหู ร่างระหงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะอาหาร โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันคนที่นั่งอยู่ให้จนมุม
"จำไว้เลยนะคะ... อย่าทำตัวเป็นเจ้าของดิฉัน ในเมื่อคุณเองต่างหากที่เป็นคนผลักไสดิฉันออกไปจากชีวิตตั้งแต่แรก!"
คินน์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยนั้นเป็นครั้งแรก ความหวาดกลัวสายหนึ่งแล่นริ้วเข้าเกาะกุมหัวใจหนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเย่อหยิ่งและมานะทิฐิที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่า เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ปัณณ์เดินออกไปจากห้องนี้ในสภาพนี้... เขาจะไม่มีวันได้ตัวภรรยาคนนี้กลับคืนมาอีกตลอดกาล
ร่างสูงผุดลุกขึ้นตามอย่างลืมตัว มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้เพื่อรั้งตัวให้อยู่เจรจา
"เดี๋ยวก่อนปัณณ์! เรายังคุยกันไม่จบ..."
"ปล่อยค่ะ!" ปัณณ์สะบัดข้อมือหนีอย่างไม่ใยดี แรงสะบัดนั้นไร้ความลังเลจนคินน์ต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ "ดิฉันหมดธุระที่จะคุยกับคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณแล้วค่ะ และใบหย่านั่น... หวังว่าพรุ่งนี้เช้าดิฉันคงจะได้เห็นมันวางอยู่บนโต๊ะทำงานโดยที่คุณไม่ต้องให้ทนายความมาตามทวงอีกนะคะ"
สิ้นคำประกาศิตเด็ดขาด ปัณณ์ก็หมุนตัวกลับทันทีอย่างไร้เยื่อใย แผ่นหลังบางก้าวเดินมุ่งตรงไปยังประตูทางออกด้วยฝีปากที่มั่นคงและเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้ซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลยืนนิ่งค้างอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันของห้องอาหารที่เย็นเยียบ
คินน์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจและร้อนรน เขาก้าวเท้าตามไปหมายจะคว้าตัวคนดื้อรั้นมาเคลียร์ให้รู้เรื่อง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องอาหารนั่นเอง...
เสียงกริ่งสัญญาณหน้าเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกที่ดังรัวเร็วอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาในเขตหวงห้าม โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งหน้าตื่นตามเข้ามาด้วยความตกใจ
"คุณคินน์คะ! แย่แล้วค่ะ อยู่ๆ เธอก็..."
พนักงานรักษาความปลอดภัยยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงของแขกผู้มาเยือนยามวิกาลก็เบียดตัวแทรกเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องโถง เธอปรายตามองปัณณ์ที่กำลังยืนชะงักอยู่หน้าประตู ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเยือกเย็นให้คินน์ที่ใบหน้าเผือดสีลงถนัดตา
"สวัสดีค่ะพี่คินน์... ไม่คิดเลยนะคะว่าน้องกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ จะได้ยินข่าวดีเรื่อง 'ใบหย่า' ของพี่พอดีเลย"
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 9
อย่าทำตัวเป็นเจ้าของ
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!