ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 27

เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงแก้วไวน์กระทบกันเบา ๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหรากลางกรุง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวปัณณ์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงโปร่งของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางพายุหิมะ "คุณปัณณ์คะ ทางนี้หน่อยค่ะ..." เสียงของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมกับสายตาอยากรู้อยากเห็นที่กวาดมองมาระหว่างเขากับ 'คินน์' สามี... อ้อ ไม่สี่ อดีตสามีที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการหย่าร้างตามกฎหมาย ปัณณ์เบือนสายตาหนีจากใบหน้าคมคายที่ไร้รอยAิ้มนั้น ขยับยิ้มสุภาพให้เพื่อนร่วมงานแล้วส่ายหัวเบา ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวหนี มือหนาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อศอกเขาไว้ สัมผัสที่คุ้นเคยแต่กลับสร้างความรู้สึกแปลกแยกทำให้ปัณณ์ต้องสะบัดออกทันทีอย่างไม่ไว้หน้า "ปล่อยครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง กรุณามარยาทด้วยค่ะ คุณคินน์" ปัณณ์เกือบเผลอหลุดคำพูดเก่า ๆ ออกมา แต่ก็ดึงสติกลับมาได้ทันเวลา ดวงตากลมโตตวัดมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าว ประกายไฟแลบแปล๊บปลาบระหว่างคนทั้งคู่จนคนที่ยืนรายล้อมรอบบริเวณนั้นเริ่มถอยร่นออกไปทีละนิด คินน์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบสีเข้มจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ สันจرامคมเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยของคนที่ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร "คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ปัณณ์? เรายังไม่ได้เซ็นใบหย่าอย่างเป็นทางการ และในทางกฎหมาย คุณก็ยังเป็นภรรยาของผม" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ได้ยินกันแค่สองคนไม่ได้ทำให้ปัณณ์รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ ปัณณ์หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างน่าหมั่นไส้ "ภรรยาเหรอคะ? คำนี้มันหลุดออกจากปากคนที่เพิ่งควงเลขาคนสวยไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ยังไงกันคะ หน้าทนจังเลยนะคะคุณคินน์" ปัณณ์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนไม่แพ้กัน ดวงตาสวยจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อค้นหาความรู้สึกผิด แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและร่องรอยของความหงุดหงิดที่ถูกปิดไว้ไม่มิด คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความอดทนที่สั่งสมมาตลอดสองปีที่ปัณณ์ทำตัวเย็นชาใส่ กำลังจะขาดผึ่งลงตรงนี้ "เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องงาน ปัณณ์อย่าไร้สาระให้มันมากนัก" "ไร้สาระงั้นเหรอคะ?" ปัณณ์ทวนคำเสียงสูง แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนน้อยใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเข้มแข็ง "การที่ฉันทนอยู่เป็นตัวประกอบในชีวิตคุณมาสองปีเต็ม การที่ฉันต้องนั่งรอคุณกลับบ้านอย่างไร้จุดหมาย... มันคือความไร้สาระในสายตาคุณสินะคะ งั้นก็ดีค่ะ! วันนี้ต่อหน้าทุกคนตรงนี้ ฉันจะได้ประกาศให้มันชัดเจนไปเลยว่า..." "หยุดพูดเดี๋ยวนี้, ปัณณ์!" คินน์เสียงกร้าวขึ้นอย่างลืมตัว มือหนาพยายามจะคว้าข้อมือเล็กมาจับไว้อีกครั้งเพื่อหยุดยั้งถ้อยคำเชือดเฉือนที่จะทำลายความภาคภูมิใจของเขา แต่ปัณณ์ไวกว่า ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วชูมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม จังหวะนั้นเอง เสียงดนตรีคลอเบา ๆ ในงานก็เงียบลงพอดี ทำให้เสียงประกาศกร้าวของปัณณ์ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงบที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ฟังให้ดีนะคะทุกคน..." ปัณณ์กวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานและผู้บริหารระดับสูงหลายคนที่หันมาให้ความสนใจ "ฉันกับคุณคินน์... เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วค่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ บางคนถึงกับทำแก้วไวน์หลุดมือจนเกิดเสียงแตกกระจาย คินน์หน้าซีดเผือด นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตกใจระคนโกรธจัด เขาไม่คิดว่าปัณณ์จะกล้าหักหน้าเขาต่อหน้าสังคมไฮโซและคนในบริษัทแบบนี้ "ปัณณ์ คุณบ้าไปแล้วรึไง!" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดึงร่างบางเข้ามาประชิดตัวโดยไม่สนสายตาใคร ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ ปัณณ์ไม่ยอมแพ้เงยหน้าสบตากลับทันที ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทะกันดั่งไฟกับน้ำแข็ง "ฉันไม่ได้บ้าค่ะ แต่ฉันเพิ่งจะ 'ตื่น' ต่างหากล่ะคะ" ปัณณ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา แววตาดื้อรั้นท้าทายจนคินน์แทบคลั่ง "ปล่อยค่ะ! เราหมดธุระที่จะต้องคุยกันแล้ว" แต่ก่อนที่คินน์จะทันได้กระชากตัวคนดื้อรั้นมาลงโทษให้หายแค้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้า ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของห้องจัดเลี้ยง "โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจอะไรกันนี่ น่าสนใจเสียจริง" เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'ธน ์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคินน์ ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่จุดประกายอันตรายขึ้นในแววตา คินณ์ชะงัก ชำเลืองมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดั่งพญาเสือโคร่งที่ถูกล้ำอาณาเขต ขณะที่ปัณณ์เองก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาในวินาทีนี้ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%