ใบหย่าสองแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาความว่างเปล่า มันเป็นเพียงกระดาษแผ่นบางเฉียบ แต่วินาทีนี้กลับมีน้ำหนักมหาศาลราวกับทับด้วยขุนเขา คินน์จ้องมองลายเซ็นต์หวัดๆ ของปัณณ์ด้วยดวงตาที่ร้อนผ่าว หัวใจของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยสะท้านต่อวิกฤตการณ์ทางธุรกิจใดๆ กลับกระตุกวูบอย่างไร้ทิศทาง ความเงียบงันภายในห้องทำงานเพนท์เฮาส์หรูหราแห่งนี้ช่างเยียบเย็นจนน่ากลัว เสียงแอร์ที่ทำงานเบาหวิวกลับดังเสียดแท่นประสาท ราวกับเยาะเย้ยความมั่นใจโง่ๆ ที่เขาเคยมีมาตลอดสองปี
"คุณต้องการอะไรกันแน่ ปัณณ์..." คินน์พึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปสัมผัสขอบกระดาษแผ่นนั้น
ภาพรอยยิ้มจางๆ แววตาดื้อรั้น และคำพูดตัดเยื่อใยในวินาทีที่ปัณณ์ก้าวเท้าออกจากห้องนี้เมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่การประชดประชัน ไม่ใช่เกมเรียกร้องความสนใจแบบที่เขาเคยปรามาสไว้ในใจ แต่เป็นสายตาของคนที่ "หมดรัก" และพร้อมจะเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใยอย่างแท้จริง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิดอันฟุ้งซ่าน ก่อนที่ร่างสูงโปรดของเลขาฯ คนสนิทจะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารรายงานการประชุม แต่เมื่อเห็นสภาพของเจ้านายหนุ่มที่นั่งเหม่อลอย ใบหน้าคมคายซีดเซียวและดวงตากลบเกลื่อนความร้าวรานไม่มิด เลขาฯ หนุ่มก็ต้องชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ
"ท่านประธานครับ... เอกสารสัญญาโปรเจกต์ใหม่พร้อมให้คุณคินน์เซ็นอนุมัติแล้วครับ"
คินน์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยราบเรียบเย็นชาบัดนี้ฉายแววความสับสนและร,้อนรนจนคนเป็นเลขาฯ แอบตกใจ
"เลื่อนการประชุมช่วงบ่ายออกไปทั้งหมด..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้พลัง
"แต่ว่า... การประชุมนี้สำคัญมากนะครับ ลูกค้าบินตรงมาจากต่างประเทศเพื่อ..."
"ฉันบอกให้เลื่อน!" คินน์ตวาดกร้าว สายตาดุดันตวัดมองเลขาฯ จนอีกฝ่ายต้องรีบก้มหน้าหลบ "ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ออกไปให้พ้น!"
เลขาฯ หนุ่มโค้งตัวรับคำแล้วรีบถอยออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คินน์จมอยู่กับความมืดมนในใจของตัวเองอีกครั้ง
ความเงียบกลับมาปกคลุม ทว่าครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนจากอดีต ภาพที่ปัณณ์คอยตระเตรียมอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ ภาพที่อีกฝ่ายแอบมองเขาด้วยสายตาดìนรนแต่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ ภาพที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องน่ารำคาญและไร้สาระ... บัดนี้ ทุกภาพเหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่เขากำลังจะสูญเสียมันไปตลอดกาล
"บ้าเอ้ย..." คินน์สบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินขั้วหัวใจ มันคือความกลัว... ความกลัวที่ว่าโลกใบนี้กำลังจะไม่มีผู้ชายหน้าหวานที่ชื่อ 'ปัณณ์' ยืนอยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้ว
ทางด้านปัณณ์ หนุ่มออฟฟิศหน้าหวานในชุดสูทลำลองเข้ารูปกำลังยืนฮัมเพลงเบาๆ อยู่หน้ากระจกในห้องพักแห่งใหม่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสดชื่นและอิสรภาพที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปี บนโต๊ะทำงานมีแก้วกาแฟหอมกรุ่นและแล็ปท็อปที่เปิดหน้าจอค้างไว้สำหรับการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
2 ปีที่ต้องทนอยู่ใต้ชายคาของสามีจอมเผด็จการและเย็นชาสอนให้ปัณณ์รู้ว่า การรักตัวเองนั้นมีความสุขมากแค่ไหน เขาไม่ได้เสียใจกับการตัดสินใจหย่าครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขารู้สึกเหมือนนกน้อยที่เพิ่งถูกปล่อยออกจากกรงทอง โลกภายนอกกว้างใหญ่ และเขาพร้อมแล้วที่จะโบยบินด้วยปีกของตัวเอง
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดคราดยาวติดต่อกันหลายครั้ง ปัณณ์ก้มมองหน้าจอแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เบอร์โทรคุ้นเคยที่เขาบล็อกช่องทางอื่นๆ ไปเกือบหมด แต่ยังมีเบอร์สำรองนี้ที่โทรเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ปัณณ์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย น้ำเสียงใสเอ่ยออกไปอย่างราบเรียบ ไร้เยื่อใย "ถ้าโทรมาเรื่องเอกสารหย่า ผมเซ็นให้ครบทุกแผ่นแล้ว วางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณนั่นแหละ ไม่ต้องโทรมาตามอีก"
*(ปลายสาย)*
"ปัณณ์..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านลำโพงออกมาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย จนคนฟังถึงกับขมวดคิ้ว "กลับมาคุยกันก่อน... อย่าทำแบบนี้"
ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยัน "คุยอะไรครับคุณคินน์? ระหว่างเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว สถานะของเราจบลงตั้งแต่คุณจรดปากกาเซ็นยินยอมแยกทางเมื่อสัปดาห์ก่อนโน้นแล้วนี่ครับ"
"ผมยังไม่ได้เซ็น..." คินน์ละล่ำละลักพูดออกมาอย่างคนเสียอาการ ความถือดีที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น "เอกสารนั่น... ผมยังไม่ได้เซ็นชื่อลงไป ปัณณ์... เรายังเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย กลับมาคุยกันที่บ้านก่อนเถอะนะ ผมขอร้อง"
นี่คือคำขอร้องจากซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล... คำพูดที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ แต่มันกลับไร้ความหมายสิ้นเชิงสำหรับปัณณ์ในนาทีนี้
"คุณคินน์กำลังเล่นตลกอะไรอยู่ครับ?" ปัณณ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงคมกริบไม่แพ้กัน "ตอนผมขอร้องให้คุณหันมามองผมบ้าง คุณบอกว่ามันเสียเวลาชีวิต ตอนนี้ผมกำลังคืนอิสรภาพให้คุณ ทำไมคุณถึงทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ล่ะครับ?"
"ปัณณ์! ฟังผมก่อน..."
"พอเถอะครับ..." ปัณณ์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย แววตาแข็งกร้าวขึ้น "อย่าลดคุณค่าตัวเองด้วยการมาอ้อนวอนคนที่คุณไม่เคยรักเลย มันน่าสมเพช... แค่นี้นะครับ ผมมีธุระต้องทำ"
ติ๊ด!
ปัณณ์กดตัดสายอย่างไร้ความลังเล แล้วโยนโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับเตียงนอนอย่างไม่ใส่ใจ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความสงบกลับคืนมา โดยไม่รู้เลยว่า... ในวินาทีเดียวกันนั้น เสียงกริ่งหน้าห้องพักของเขากลับดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับมีคนกำลังยืนรออยู่หน้าประตูด้วยความร้อนรนและคลุ้มคลั่งถึงขีดสุด
ปัณณ์ขมวดคิ้วเดินไปที่หน้าประตู ชะโงกมองผ่านตาแมวเพื่อดูว่าใครมารบกวนในยามวิกาลนี้ ทว่าภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ตาแมบกลับทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม...
ร่างสูงโปรดของคินน์ยืนหอบหายใจรุนแรงอยู่หน้าห้อง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อยเหมือนทุกที ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ และก่อนที่ปัณณ์จะได้ทันตั้งตัว มือหนาก็ทุบลงที่บานประตูเสียงดังสนั่นพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความเจ็บปวด
"ปัณณ์! เปิดประตูให้ผมเถอะ... ผมขาดคุณไม่ได้จริงๆ!"
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 28
รอยร้าวในใจคินน์
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!