ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 29

ทบทวนความผิดพลาด

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างเพนต์เฮوسหรูย่านใจกลางเมืองดังระงัว ราวกับโลกใบนี้กำลังพยายามชำระล้างความผิดบาปทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอกของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นซีอีโอผู้ไร้พ่าย คินน์นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มตัวโปรด ห้องทำงานทั้งห้องมืดสนิท มีเพียงแสงวาบวับเป็นระยะจากสายฟ้าที่ผ่าลงมาบนท้องฟ้าเบื้องนอก สะท้อนใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและแววตาที่ไหววับอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แก้ววิสกี้ในมือไหวตามแรงกระดกระรัว น้ำสีอำพันเข้มข้นถูกกลืนหายลงคอไปอย่างไร้รสชาติ เมื่อเทียบกับความขมขื่นที่ตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ตรงลำคอ สองปี... สองปีเต็มๆ ที่เขาปล่อยให้บ้านหลังนี้กลายเป็นเพียงสถานที่ซุกหัวนอน มากกว่าการเป็น "บ้าน" ภาพรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไปด้วยความประชดประชันของปัณณ์ในวันที่ร่างบางหอบเอกสารใบหย่ามาวางฟาดลงบนโต๊ะทำงาน ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ดวงตากลมโตคู่นั้นที่เคยฉายแววคาดหวัง อ่อนโยน และเฝ้ารอเขา กลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เยชาชา และเด็ดเดี่ยว... เด็ดเดี่ยวเสียจนเขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกควักออกไปจากอกสดๆ "นายมันโง่... คินน์ นายมันโง่สิ้นดี" เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความมืดอย่างไร้เรี่ยวแรง นิ้วแกร่งกำแก้วในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เขาเคยคิดว่าความเงียบคือความสงบ เขาเคยคิดว่าการที่ปัณณ์อยู่เงียบๆ ในพื้นที่ของตัวเองคือความเรียบร้อยที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องออกแรงจัดการอะไร แต่เขากลับหลงลืมไปสนิท... ว่าความเงียบงันที่สะสมมานานวัน มันคือเสียงกรีดร้องที่ดังที่สุดก่อนที่คนเราจะตัดสินใจเดินหันหลังให้ตลอดกาล ความเย็นชาที่เขาบรรจงสร้างขึ้นเป็นกำแพงหนา สุดท้ายแล้วมันไม่ได้ใช้กันคนอื่นออกไป แต่มันกลับขังตัวเองไว้ในกรงขังแห่งความโดดเดี่ยว และพ่นพิษใส่คนที่เขารักที่สุดจนแหลקסสลายคามือ หยดน้ำตาของผู้ชายที่ระאไม่เคยหลั่งให้ใครเห็น ไหลรินเงียบเชียบปะปนไปกับความมืดมิดในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอย่างไร้ทิศทางไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของตัวเอง เขากวาดตามองรอบห้องที่ตอนนี้มันช่างกว้างใหญ่และวังเวงเหลือเกิน ไร้ซึ่งกลิ่นอายความสะอาดเรียบร้อยที่เคยมี ไร้ซึ่งเสียงบ่นงุบงิบเวลาที่เขาทำตัวรก และไร้ซึ่งแผ่นหลังบางที่คอยต้มซุปร้อนๆ รอเขาดึกดื่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนหายใจไม่ออก ปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมไปแตะหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน หน้าจอสีดำสนิทไร้การแจ้งเตือนใดๆ จากคนที่เขาเฝ้ารอ ปัณณ์บล็อกทุกช่องทางการติดต่อ หรือถ้าไม่ได้บล็อก... ปัณณ์ก็คงแค่เลือกที่จะ "เมินเฉย" ซึ่งมันลงโทษเขาได้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกบล็อกเสียอีก "ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้..." คินน์พึมพำกับความว่างเปล่า เสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด "ฉันจะไม่ปล่อยให้รอยยิ้มนั้นหายไปจากชีวิตฉันเด็ดขาด" ทว่าโลกใบนี้ไม่เคยมีปุ่มย้อนกลับ ความผิดพลาดที่เขาทำลงไปมันมากเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ ปัณณ์ก้าวเดินไปไกลเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือไปคว้าตัวกลับมาง่ายๆเสียแล้ว ยิ่งคิดหัวใจก็ยิ่งบีบรัดแน่นราวกับมีใครเอามือมาขยำจนแหลกเหลว ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงันในยามวิกาล คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ในยามวิกาลที่พายุฝนโหมกระหน่ำรุนแรงเช่นนี้ ใครกันที่จะบุกมาถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขาได้ ร่างสูงก้าวเดินด้วยฝีเท้าหนักหน่วงตรงไปยังประตูหน้า ความหวังลมๆ แล้งๆ ผุดวาบขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ หรือว่าจะเป็น... ปัณณ์? ปัณณ์ใจอ่อนกลับมาหาเขาแล้วใช่ไหม? มือหนาบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกอย่างรวดเร็วด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองเพล แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนเปียกปอนอยู่เบื้องหน้า กลับไม่ใช่คนที่เขากำลังเฝ้าภาวนาให้มาปรากฏตัว ดวงตาคมกเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับร่างของแขกผู้ไม่invitedที่ยืนยิ้มเยาะเย้ยส่งมาให้ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด "ไง... คินน์ ดูเหมือนนายจะทบทวนความผิดพลาดได้แย่กว่าที่ฉันคิดไว้นะ" ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%