“ถ้ารู้ว่าพี่คินน์เขาดูแลคุณปัณณ์ได้น่าเบื่อขนาดนี้ ผมน่าจะอาสาทำหน้าที่นี้แทนตั้งแต่สองปีก่อนแล้วนะครับ”
ประโยคกลั้วเสียงหัวเราะเจือความท้าทายจาก ‘กรณ์’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว บรรยากาศรอบตัวของห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการดิ่งวูบลงในพริบตาเดียว ปัณณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความอራรอาจของผู้มาใหม่ ขณะที่คินน์หันขวับไปมองน้องชายต่างแม่ด้วยแววตาดุร้ายราวกับพญาเสือที่กำลังถูกลูบคมในอาณาจักรของตนเอง
ดวงตาคมกริบของคินน์วาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบกายของประธานหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนแขกเหรื่อรอบข้างต้องรีบถอยร่นออกห่างโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงในวินาทีนี้
“ปากกล้าขึ้นนี่กรณ์ ไปเรียนต่างประเทศหลายปี คงไม่ได้เรียนแค่วิชาบริหารธุรกิจกลับมาใช่ไหม” คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนคนฟังขนหัวลุก เขาก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าปัณณ์ไว้โดยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่แผ่ไอความหวงแหนและคุกคามในเวลาเดียวกันอย่างเด่นชัด
ปัณณ์ช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ตั้ง *ตระหง่าน* บังลมฝนให้เขาอย่างไม่ทันตั้งตัว หัวใจดวงน้อยที่พยายามด้านชาและแข็งกระด้างมาตลอดหลายสัปดาห์กลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างน่าหงุดหงิด เขาไม่ได้ต้องการให้คินน์มาปกป้องเสียหน่อย... ปัณณ์เถียงกับตัวเองในใจ ทว่าเรียวปากสีพีชกลับเม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสามีในนาม
“ผมก็แค่วิจารณ์ตามสิ่งที่เห็นครับพี่คินน์” กรณ์ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ รอยยิ้มที่มุมปากช่างกวนประสาทเสียจนน่าหมั่นไส้ “หรือว่าจริงอย่างที่เขาว่ากันว่า... พี่ปล่อยให้ภรรยาคนสวยต้องเหงาหงอยจนเกือบจะขอหย่าอยู่รอมร่อแล้วล่ะ?”
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์ในมือของใครบางคนหลุดร่วงกระทบพื้นแตกกระจาย แต่ไม่มีใครสนใจเสียงนั้น เพราะสายตาทุกคู่กำลังจดจ่ออยู่กับการปะทะคารมแบบตาต่อตาฟันต่อฟันระหว่างพี่น้องตระกูลนี้ ปัณณ์สะارتเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘ขอหย่า’ ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดต่อหน้าธารกำนัล ความลับที่เขาพยายามปิดบังกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางงานสังคม
“เรื่องระหว่างฉันกับปัณณ์ ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างแกจะต้องมาใส่ใจ” คินน์ตอกกลับเสียงกร้าว ดวงตาสีเข้มคมปลาบจับจ้องน้องชายต่างแม้นิ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของปัณณ์ไว้ทันที บีบกระชับแน่นพอประมาณด้วยสัญชาตญาณของการครอบครอง “กลับไปโต๊ะของแกซะกรณ์ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
ปัณณ์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อยจากการถูกพันธนาการ เขาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คินน์กลับยิ่งใช้อุ้งมือที่แข็งแกร่งราวดั่งคีมเหล็กตรึงเขาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือเพียงนิดเดียว ปัณณ์จะหลุดลอยหายไปจากสายตาจริงๆ
“ปล่อยนะคินน์ เจ็บนะ” ปัณณ์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองคินน์ด้วยความไม่พอใจ “คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย บีบอยู่ได้ ข้อมือผมจะหักอยู่แล้วนะ”
คินน์ก้มลงมองคนตัวเล็กกว่า แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความระอุที่ยากจะคาดเดา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมนุ่ม เมื่อเห็นว่าปัณณ์ไม่ได้ปฏิเสธเขาด้วยความรังเกียจเหมือนวันก่อนๆ ความหงุดหงิดในอกก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก แต่ไม่ใช่หงุดหงิดปัณณ์... เขากำลังหงุดหงิด ‘ไอ้ท่าทางสนใจ’ ที่ปัณณ์มีต่อคำพูดของกรณ์ต่างหาก!
ใช่... เมื่อครู่ ปัณณ์ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจที่กรณ์รู้เรื่องขอหย่า แต่ปัณณ์กลับชะงักไปตอนที่กรณ์บอกว่าจะดูแลแทนต่างหากเล่า!
ความคิดนั้นทำให้คินน์รู้สึกเหมือนมีไฟกองย่อมๆ สุมอยู่กลางอก เลือดในกายสูบฉีดพลانจนร้อนผ่าว เขาไม่ชอบเลย... ไม่ชอบรอยยิ้ม ไม่ชอบสายตา และไม่ชอบท่าทีใดๆ ของใครก็ตามที่กล้าอาจหาญเข้ามาตีสนิทกับภรรยาของเขา โดยเฉพาะเมื่อคนๆ นั้นคือกรณ์!
“อย่ามองหน้ามัน” คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับเส้นผมของคนตัวเล็ก “และอย่าคิดแม้แต่จะชายตามองผู้ชายคนไหนทั้งสิ้นในงานนี้ จำเอาไว้ปัณณ์”
ปัณณ์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบกับน้ำเสียงที่เจือความหึงหวงอย่างไม่ปิดบังนั้น ประโยคคำสั่งที่แสนเผด็จการแต่กลับทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเร่าร้อน ก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
“หึงเหรอคะคุณสามี?” ปัณณ์จงใจใช้สรรพนามประชดประชัน รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มถูกระบายลงบนเรียวปาก ทว่าแววตากลับฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน “แปลกจังนะคะ คนที่บอกว่าอยากหย่าแทบตายในวันนั้น ทำไมวันนี้ถึงทำตัวเหมือนหมาหวงก้างไปได้ล่ะคะ”
คำพูดจี้ใจดำทำเอาคินน์ถึงกับชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาพาทีด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน ปากคอเราะรายแบบนี้สินะที่ทำให้เขาอยากจะจูบให้หายดื้อเสียตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด!
“ฉันไม่ได้หวงก้าง” คินน์เถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความร้อนรุ่มในอกด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามเคย “แต่ปัณณ์เป็นภรรยาฉัน ต่อให้เราจะหย่ากันหรือไม่ในอนาคต แต่ตราบใดที่ยังอยู่ในทะเบียนสมบัติ... เอ๊ย ทะเบียนสมรส ฉันไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาหยามหน้าคินน์ วงศ์วรุฒิ ด้วยการมาจีบเมียตัวเองต่อหน้าธารกำนัลหรอกนะ”
“ทะเบียนสมบัติ... หึ คุณพูดเองนะว่ามันเป็นแค่สมบัติที่คุณไม่ได้ใส่ใจ” ปัณณ์สวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตไหวระริกด้วยความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความยโส “ปล่อยได้แล้วค่ะ คนมองกันทั้งงานแล้ว อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งหรือไง”
“ให้พวกมันมองไปสิ ฉันไม่ได้แคร์” คินน์ตอบหน้าตาย ทว่ามือหนากลับยอมคลายแรงบีบลงเปลี่ยนเป็นกุมมือเรียวไว้หลวมๆ แทน ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระอย่างเด็ดขาด “ส่วนเรื่องของเรา... กลับไปเคลียร์กันที่บ้าน หลังงานเลี้ยงนี้เลิก”
ปัณณ์กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา แต่ลึกๆ แล้วพวงแก้มใสกลับขึ้นสีแดงระเรื่อโดยที่เจ้าตัวไม่อาจห้ามปรามได้ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ดึงดูดสายตาทุกคู่ในงานให้จับจ้อง โดยเฉพาะกรณ์ที่ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ.ลึกซึ้ง แววตาสีเข้มของน้องชายต่างแม่ไหววูบราวกับกำลังวางแผนการบางอย่างที่น่ากลัวอยู่ในหัว
งานเลี้ยงดำเนินต่อไปท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่น คินน์ทำหน้าที่เป็นสามีที่ ‘หวงภรรยา’ อย่างออกนอกหน้าจนน่าตกใจ เขาคอยกันท่าทุกคนที่เข้ามาทักทายปัณณ์ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมหรือไฮโซหนุ่มหน้าตาดีคนไหน คินน์จะก้าวเข้าไปแทรกกลางและโอบเอวบางไว้แสดงความเป็นเจ้าของทันที จนปัณณ์เริ่มหายใจไม่ออกด้วยความอึดอัดปนเขินอาย
“คุณคินน์คะ ปัณณ์อึดอัดนะ” ปัณณ์กระซิบเตือนด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่พวกเขายืนอยู่มุมเงียบๆ ของระเบียงห้องจัดเลี้ยงเพื่อหลีกหนีผู้คน “เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมสักทีเถอะ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะหย่ากันน่ะ”
คินณ์ชะงัก รอยยิ้มมุมปากที่เคยมีเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของปัณณ์ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานาน
“ถ้าฉันบอกว่า...” คินน์เอ่ยเสียงพร่า ทอดเสียงต่ำจนแทบกระซิบ ขยับกายเข้าไปประชิดร่างบางจนแผ่นหลังของปัณณ์แนบชิดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ “ไม่อยากหย่าแล้วล่ะ ปัณณ์จะว่ายังไง?”
ปัณณ์เบิกตากว้าง ลลมหายใจติดขัดในลำคอเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น สติที่เคยตั้งมั่นไว้ว่าจะสะบัดตูดหนีอย่างไร้เยื่อใยเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ทว่า... ก่อนที่ปัณณ์จะได้เอ่ยคำตอบใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของมุมระเบียงด้านหลัง
“ว้าว... น่าประทับใจจริงๆ ครับพี่คินน์”
ร่างสูงโปรดของกรณ์ก้าวออกมาจากเงานั้น รอยยิ้มเยือกเย็นประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคินน์ ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด
“แต่ดูเหมือนว่า... พี่จะไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกแล้วนะครับ เพราะเอกสารฉบับนี้... อยู่ที่ผม”
กรณ์ชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบลงในพริบตา
****************************************
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ รี้ดที่รักของเอมเมอรัลด์อายส์!
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 7
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!