เอกสารใบหย่าที่เพิ่งถูกเซ็นชื่อเรียบร้อยยังคงวางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องทำงานที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนสองคน ปัณณ์กวาดสายตามองกระดาษแผ่นนั้นด้วยความรู้สึกที่เบาหวิวราวกับก้อนเมฆ แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"คุณคิดดีแล้วใช่ไหม... ปัณณ์"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาจนเฉือนเนื้อ วันนี้กลับเจือแววสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งตัดพ้อ และที่สำคัญที่สุด... มันคือความหวาดกลัวที่จะสูญเสียคนตรงหน้าไปตลอดกาล
ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาเรียวสวยเงยขึ้นสบตากับสามีที่ตอนนี้กลายเป็น 'อดีตสามี' อย่างไม่เกรงกลัว "เพิ่งมาถามเอาตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะ คุณคินน์? ตลอดสองปีที่คุณทำเหมือนผมเป็นเพียงอากาศธาตุ คุณไม่เคยถามเลยสักครั้งว่าผมรู้สึกยังไง"
"ปัณณ์..." คินน์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูกลอยมาแตะนาสิก ปัณณ์ถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ถูกกักขังไว้ในอ้อมแขนแกร่งที่กางกั้นทางหนีทีไล่เอาไว้หมดสิ้น "ผมยอมรับว่าผมมันโง่ แต่วันนี้... ผมจะไม่ปล่อยคุณไปเด็ดขาด"
"ปล่อยนะ! เราหย่ากันแล้ว จำไม่ได้หรือไงคะ ท่านประธานผู้ทรงเกียรติ" ปัณณ์เชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่หวานฉายแววท้าทายแม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ ความซึนเดระของคินน์ในยามที่จนตรอกช่างน่าหมั่นไส้เสียจนปัณณ์อยากจะซัดสักเปรี้ยง แต่ติดที่แววตาคู่นั้นมันฟ้องชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังคลั่งรักเขาจนแทบเป็นบ้า
ก่อนที่บรรยากาศจะเตลิดไปไกลมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามเคาะห้วนๆ ตามด้วยการผลักประตูเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"พี่คินน์คะ มิ้งเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้— อุ๊ย!"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นอย่างคุ้นเคยทำเอาปัณณ์และคินน์ต้องผละออกจากกันทันที ร่างบางของ 'มิ้ง' หรือ มนัสวี ดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งพุ่งแรงประจำบริษัทก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่พอนัยน์ตาคู่สวยกวาดมาเห็นสภาพของคินน์และปัณณ์ที่ยืนชิดติดกันจนเกินงาม รอยยิ้มนั้นก็ชะงักค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตาวาววับที่ซ่อนความไม่พอใจไว้อย่างแนบเนียน
ปัณณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้ากลับมาเป็นเรียบเฉยทันทีเมื่อเห็น 'คู่แข่งหัวใจ' ตัวฉกาจปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้ตามตื๊อคินน์มาตั้งแต่ก่อนเขาขอหย่า และดูเหมือนว่าตอนนี้ หล่อนจะไม่ได้แค่แอบชอบในเงาอีกต่อไปแล้ว เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะหลุดมือจากตำแหน่งภรรยา
มิ้งก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางแฟ้มเอกสารลงเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อเรียกร้องความสนใจ ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ซีอีโอหนุ่ม "พี่คินน์คะ พอดีมิ้งมีเรื่องต้องปรึกษาด่วนเลยค่ะ เกี่ยวกับแบบแปลนของลูกค้ารายใหญ่ ถ้าปล่อยไว้มีหวังโปรเจกต์นี้พังแน่ๆ เลยค่ะ"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ดวงตาคมกริบตวัดมองรุ่นน้องสาวด้วยความไม่สบอารมณ์ "ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องงานให้คุยกับผู้จัดการฝ่ายก่อน มิ้ง... คุณไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะที่พรวดพราดเข้ามาแบบนี้"
น้ำเสียงดุและเย็นชาที่คินน์ใช้พูดกับมิ้ง ช่างแตกต่างจากยามที่เขาพูดกับปัณณ์ลิบลับ แต่มิน.กลับไม่ได้สะเทือนใจเลยแม้แต่น้อย หล่อนกลับยิ่งส่งยิ้มออดอ้อนเข้าไปอีก ย่างสามขุมเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่คินน์ยืนอยู่ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ
"ก็มิ้งเป็นห่วงพี่คินน์นี่คะ เห็นช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียดๆ แถม..." มิ้งชำเลืองสายตามามองปัณณ์ด้วยหางตา พร้อมกับระบายยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบไว้ด้วยความสุภาพปลอมๆ "แถมดูเหมือนจะมีคนพยายามจะเดินออกไปจากชีวิตพี่คินน์ด้วย มิ้งก็แค่อยากจะเข้ามาทำหน้าที่... คนข้างๆ คอยช่วยแบ่งเบาภาระแทนเท่านั้นเองค่ะ"
ปัณณ์แค่นหัวเราะในลำคอเสียงดัง ฟังก็รู้ว่ายัยนี่กำลังประกาศสงครามกลายๆ แถมยังจงใจเน้นคำว่า 'คนข้างๆ' เพื่อตอกย้ำสถานะอดีตภรรยาที่กำลังจะหมดสิทธิ์ในตัวคินน์อย่างชัดเจน ปัณณ์กอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบในดวงตา อยากรู้นักว่าพ่อซีอีโอปากแข็งจะจัดการกับแมลงวันตัวนี้อย่างไร
"มือ... เอาออกไปจากแขนผม"
คินน์เอ่ยเสียงต่ำ รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนมิ้งสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของหญิงสาวทันทีราวกับรังเกียจนักหนา ดวงตาคมกริบมองหล่อนด้วยความรำคาญขั้นสุด "เรื่องงานให้ไปคุยกับเลขา ส่วนเรื่องส่วนตัว... ผมไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรให้คุณฟัง เชิญออกไปได้แล้วครับ"
มิ้งหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มเมื่อครู่เกือบจะรักษาไว้ไม่อยู่ หล่อนกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หันมาหาปัณณ์แล้วปั้นหน้ายิ้มเสแสร้งขึ้นมาทันที
"อุ๊ย ขอโทษด้วยนะคะคุณปัณณ์ มิ้งไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะ... เอ่อ ความสัมพันธ์ที่กำลังจะขาดสะบั้นของคุณกับพี่คินน์หรอกนะคะ พอดีมิ้งเป็นห่วงพี่เขาจริงๆ กลัวว่าพอไม่มีใครคอยดูแลเรื่องจุกจิก พี่คินน์จะเหงา... เอ้อ หมายถึง จะทำงานไม่มีประสิทธิภาพน่ะค่ะ"
ปัณณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาทันที ร่างบางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ขยับเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์อย่างสนิทสนมจนไหล่แทบชิดกัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำ
"ไม่เป็นไรหรอค่ะคุณมิ้ง คนเราถ้าไม่มีมารยาทและขาดการอบรมที่ดี ก็มักจะแยกแยะไม่ออกหว่าอันไหนเรื่องงานอันไหนเรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่องสามีเก่า... เอ๊ย อดีตสามีฉัน จะเหงาหรือไม่อย่างไร ก็คงไม่ใช่กงการอะไรของคุณหรอกนะคะ เพราะต่อให้ฉันไม่อยู่... เขาก็คงไม่ลดตัวลงไปคว้าเอาคนที่วิ่งเข้าหาผู้ชายจนตัวสั่นอย่างคุณมาแทนที่หรอกค่ะ"
"คุณปัณณ์!" มิ้งกรี๊ดออกมาเบาๆ ด้วยความโกรธ หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ปัณณ์พูดจาเจ็บแสบโดยไม่ต้องใช้คำหยาบคายเลยแม้แต่คำเดียว
"อ้อ แล้วก็..." ปัณณ์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบด้วยรอยยิ้มหวานหยด "ถ้าอยากจะได้ผู้ชายคนนี้จนตัวสั่นขนาดนั้น เชิญตามสบายเลยนะคะ พอดีฉัน 'หย่า' ให้แล้ว และ 'สละตำแหน่ง' นี้ให้ด้วยความเต็มใจเลยค่ะ... เชิญกินต่อให้ 'อร่อย' นะคะ"
พูดจบ ปัณณ์ก็หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องทำงานนั้นทันทีด้วยความสะใจ แต่ทว่า...
หมรับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาที่ทรงพลัง คินน์รวบร่างบางเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนปัณณ์เซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้าง ดวงตาคมกริบของสามีหนุ่มมองตรงมาที่เขาด้วยประกายไฟที่ลุกโชน ดุจนายทัพที่กำลังประกาศกร้าวต่อหน้าศัตรู
"ใครบอกว่าผมจะให้คุณไป... และใครบอกว่าผมจะยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่?" คินน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของปัณณ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นดังพอที่จะทำให้มิ้งที่ยืนหน้าเสียอยู่หน้าประตูได้ยินอย่างชัดเจน
ก่อนที่ปัณณ์จะได้อ้าปากเถียง คินน์ก็หันไปตวัดสายตาดุดันใส่มิ้งที่ยังยืนอึ้งอยู่ทันที "ส่วนเธอ... ถ้าไม่อยากตกงานพรุ่งนี้เช้า ก็ไสหัวออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้!"
มิ้งสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว หล่อนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอำนาจ รีบหันหลังวิ่งออกจากห้องแล้วปิดประตูเสียงดังสนั่น ปล่อยให้ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
ปัณณ์พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คินน์กลับยิ่งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของปัณณ์จนสั่นสะท้าน
"ปล่อยนะคนบ้า..." ปัณณ์กระซิบเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและดื้อรั้นอย่างไร้ขีดจำกัด
"ไม่ปล่อย..." คินน์กระซิบตอบเสียงพร่า แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประชิดริมฝีปากของร่างบางจนแทบไม่มีช่องว่าง "ต่อให้คุณจะเซ็นใบหย่ากี่ร้อยแผ่น หรือจะมีแมลงวันน่ารำคาญเข้ามาอีกกี่ร้อยคน... จำใส่ใจไว้เลยนะปัณณ์ ว่าผมไม่มีวันปล่อยให้คุณหลุดมือไปเป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น!"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 24
คู่แข่งหัวใจปรากฏตัว
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!