เสียงปิดประตูห้องทำงานดังสนั่นก้องกังวาน จนกรอบรูปคริสตัลบนโต๊ะกระจกราคาแพงถึงกับสั่นสะเทือน แต่ปัณณ์ไม่สนใจว่ามันจะตกลงมาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ หรือไม่ ในเมื่อหัวใจข้างในอกของเขามันกำลังแตกร้าวและแหลกสลายไม่ต่างกัน
“คุณยังต้องการอะไรจากผมอีก คินน์”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวของความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานแรมปี ปัณณ์ยืนกอดอกแน่น แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง เพื่อกั้นอาณาเขตระหว่างเขากับผู้ชายใจร้ายที่ก้าวตามมาติดๆ
คินน์หยุดยืนอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับรูปสลัก กำลังมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันเย็นชาจนน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนรุ่มบางอย่างซ่อนอยู่ลึกจนแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างรอบตัว
“คุณกำลังทำตัวงี่เง่า ปัณณ์” คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำเสียงที่เคยใช้สั่งการคนนับร้อยในบริษัท แต่วันนี้มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนแทบกระอักเลือด “เซ็นใบหย่านั่นซะ แล้วเรื่องทุกอย่างมันจะจบ”
“จบเหรอคะ?” ปัณณ์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างสุดชีวิต “คุณคิดว่าทุกอย่างมันเริ่มต้นและจบลงง่ายแค่กระดาษแผ่นเดียวอย่างนั้นเหรอ คินน์ คุณเห็นผมเป็นตัวอะไร เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้านที่อยากจะย้ายไปไว้มุมไหนก็ได้ หรือเป็นแค่ตัวน่ารำคาญที่คุณอยากจะสะบัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบ!”
“อย่ามาพูดจาไร้สาระ” คินน์ขยับเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเรียว แต่มันช้ากว่าปัณณ์ที่สะบัดตัวหนีด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน
“ผมไร้สาระเหรอ!” ปัณณ์โพล่งขึ้นเสียงดังลั่น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยไฟโทสะที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ความอัดอั้นตันใจที่อดทนกลืนกินมาตลอดสองปีระเบิดออกมาในวินาทีนี้ “ตลอดเวลาสองปีที่แต่งงานกัน คุณเคยแคร์ความรู้สึกผมบ้างไหม! วันเกิดผม คุณติดประชุม วันครบรอบแต่งงาน คุณบอกว่างานสำคัญกว่า และแม้กระทั่งวันที่ผมป่วยนอนซมอยู่บนเตียง คุณก็ยังเดินผ่านห้องผมไปอย่างไร้เยื่อใย ทำไมล่ะคินน์ ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมได้ขนาดนี้!”
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรãบอาบแก้มเนียน ปัณณ์ไม่เคยอยากอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเลยสักครั้ง แต่ความเจ็บปวดมันล้นทะลักเกินกว่าจะแบกรับไหว
คินน์ชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตาบนใบหน้าหวาน ความนิ่งงันฉายชัดอยู่ในแววตาชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง
“ถ้าผมมันใจร้ายนัก ทำไมคุณถึงยังทนอยู่กับผมมาได้ตั้งสองปีล่ะ” คินน์สวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาพอกัน แม้ว่ามือหนาที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวจะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ถ้าเกลียดผมขนาดนั้น ทำไมไม่หนีไปให้พ้นตั้งแต่แรก!”
“ก็เพราะผมโง่ยังไงล่ะ!” ปัณณ์ตะโกนใส่หน้าสามีตัวเองอย่างเหลืออด น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับทำนบแตก “เพราะผมเคยคิดว่าความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณแสดงออกมันมีความหมาย เพราะผมเคยคิดว่าสักวันหนึ่งหัวใจด้านชาของคุณจะมองเห็นผมบ้าง! แต่มันไม่มีวันนั้น… คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างทันทีหลังจากคำพูดตัดพ้ออันเจ็บปวดลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ปัณณ์หอบหายใจถี่กระชั้น อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ ขณะที่คินน์ยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกคำพูดของภรรยาตรึงร่างไว้กับพื้น
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั้น มีเพียงแววตาไหววับที่ฉายความเจ็บปวดแปลกประหลาดออกมาเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“พูดจบหรือยัง” คินน์เค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวปัณณ์อีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการหลบเลี่ยง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกกว้างชนเข้ากับร่างโปร่ง แรงปะทะนั้นทำให้ปัณณ์ผวาเฮือก แต่มันสายเกินไปเสียแล้วเมื่ออ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรัดเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก “ถ้าพูดจบแล้ว ก็ฟังทางนี้ให้ดีนะ ปัณณ์…”
“ปล่อยผมนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวผม—”
“ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง เพราะในทางกฎหมาย เรายังเป็นสามีภรรยากัน!” คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น “ส่วนเรื่องที่ถามว่าทำไมผมถึงใจร้ายนัก… คุณอยากรู้จริงๆ งั้นเหรอว่าทำไม”
ปัณณ์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่หนักหน่วงจนน่ากลัว
“เพราะทุกครั้งที่คุณอยู่ใกล้ผม… ทุกครั้งที่คุณส่งยิ้มให้คนอื่น… หรือแม้แต่ตอนที่คุณบอกว่าจะไปจากผม หัวใจบ้าๆ ดวงนี้มันแทบจะหยุดเต้น คุณคิดว่าผมทนไหวเหรอ ปัณณ์ ที่ต้องเห็นคนที่ตัวเองรักแทบคลั่งเดินหนีไปทุกวันแบบนี้”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้โลกทั้งใบของปัณณ์หยุดหมุนทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธกลับกระหน่ำรัวด้วยความตกตะลึง
ก่อนที่ปัณณ์จะทันได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังสนั่นขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท
“คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ภาพหลุดคู่กับคุณในงานเลี้ยงเมื่อคืนถูกปล่อยว่อนโซเชียลแล้วค่ะ!”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอมเมอรัลด์อายส์
ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 22
ทำไมถึงใจร้ายนัก
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!