“คุณพ่อคะ... เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้ มันเป็นแค่เรื่องงาน พายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรทั้งนั้นค่ะ”
น้ำเสียงของดิฉันสั่นพร่าขณะพยายามก้าวถอยหลัง แต่สายตาของคินน์กลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง เขาไม่ได้หันมามองดิฉันแม้แต่นิดเดียว มือหนาที่เคยสั่นเทาด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธเมื่อครู่ กลับประสานกันไว้ที่หน้าตักอย่างเยือกเย็น
“ออกไป”
น้ำเสียงเรียบเฉยของคินน์ดังกังวานขึ้น มันไม่ใช่การไล่พนักงานธรรมดา แต่มันคือการประกาศตัดเยื่อใยที่ทำให้หัวใจของดิฉันกระตุกวูบ
“คุณคินน์คะ...”
“ฉันบอกให้ ‘ออกไป’ ไม่ได้ยินหรือไงพาย?” เขาหันมามองดิฉันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ดวงตาคู่นั้นที่เคยเร่าร้อนและจ้องมองดิฉันเหมือนจะกลืนกิน บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่ก่อตัวเป็นกำแพงสูงลิ่ว “เรื่องที่คุยกับคุณพ่อ... เดี๋ยวฉันจัดการเอง ส่วนหน้าที่ของเธอตอนนี้ คือไปทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ แล้วอย่าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นจนกว่าฉันจะเรียก”
ดิฉันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความอัปยศที่ถูกตีตราว่าเป็น ‘ของเล่น’ ต่อหน้าบิดาของเขาทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ดิฉันไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานนั้นด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิด
ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อคจากด้านใน คินน์กำลังทำบ้าอะไร... เขาจะกลบเกลื่อนความสัมพันธ์ของเราด้วยการผลักไสหรือไง?
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปที่โต๊ะทำงานของดิฉัน ความเงียบงันในออฟฟิศช่างบีบคั้น รินเดินเข้ามาหาดิฉันด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของดิฉันอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น
“เห็นไหมล่ะพาย? ตกถังข้าวสารน่ะมันง่าย แต่ถ้าข้าวสารนั้นไม่มีคุณภาพ เขาก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งเหมือนขยะ” รินกระซิบเสียงต่ำพลางโน้มตัวลงมาใกล้ “คินน์เขาเป็นคนฉลาด เขาแค่เล่นสนุกกับเธอพอแก้เหงา พอคุณท่านเอาจริง เขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง... ซึ่งนั่นไม่ใช่เธอแน่นอน”
ดิฉันเงยหน้าขึ้นสบตาริน นัยน์ตาของดิฉันวาวโรจน์ด้วยความโกรธ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสงบ
“ถ้าเขามองว่าฉันเป็นแค่ขยะ แล้วคุณล่ะคะริน? สิ่งที่เขาทำกับคุณก่อนหน้านี้ เขาเรียกว่าอะไร? ถังขยะรีไซเคิลเหรอคะ?”
รินหน้าเปลี่ยนสีทันที เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบดิฉัน แต่ทว่า...
“ริน! ออกไปจากออฟฟิศฉันเดี๋ยวนี้”
เสียงเย็นเยียบของคินน์ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยใบหน้าที่เรียบตึง รินชะงักมือก่อนจะหันไปทำหน้าออดอ้อนใส่คินน์ แต่เขากลับไม่ปรายตามองเธอแม้แต่น้อย
“คินน์คะ แต่ยัยนี่...”
“ฉันบอกให้ออกไป” คินน์ตวาดลั่นจนรินต้องสะดุ้งถอยหลัง ก่อนจะกระทืบเท้าเดินหนีออกไปอย่างเสียหน้า
ดิฉันก้มหน้าทำงานต่อ พยายามไม่สนใจคนตัวสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของดิฉัน กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นยาสูบจางๆ ของเขาทำให้หัวใจดิฉันเต้นผิดจังหวะ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้เขามาทำเย็นชาใส่กัน
“คินน์...” ดิฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ทำงาน” เขาพูดโดยไม่มองหน้า มือหนาหยิบเอกสารบนโต๊ะของดิฉันขึ้นมาตรวจดูด้วยท่าทีเย็นชา
ดิฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงคว้าข้อมือเขาไว้แน่น “คุณจะแกล้งทำเป็นคนแปลกหน้าไปถึงเมื่อไหร่? เรื่องเมื่อกี้... คุณตั้งใจจะผลักไสฉันจริงๆ หรือแค่กลัวคุณพ่อของคุณ?”
คินน์ชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจที่เต้นรัวใต้ฝ่ามือของดิฉันฟ้องชัดว่าเขาไม่ได้นิ่งเฉยอย่างที่แสดงออก เขาสะบัดมือดิฉันออกเบาๆ แล้วก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ที่ข้างใบหู
“เธอรู้ไหมพาย... ยิ่งเธอทำตัวดื้อดึงแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันจัดการอะไรได้ยากขึ้น” เขาเว้นจังหวะ “ฉันไม่ได้แกล้งเย็นชา... แต่ฉันกำลังพยายามไม่ทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาด้วยความคลั่งรักโง่ๆ ของฉัน”
“ถ้ามันโง่ แล้วทำไมคุณถึงไม่ปล่อยฉันไป?”
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะรั้งเอวของดิฉันให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แรงดึงนั้นทำให้ร่างกายเราแนบชิดกันจนไม่มีอากาศแทรกผ่าน
“ปล่อยเหรอ? เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยเหยื่อที่อยู่ในกรงเล็บไปง่ายๆ งั้นเหรอ?” เขาไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าของดิฉัน ดวงตาคมกล้าที่เคยว่างเปล่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด “ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับพ่อ หรือโลกทั้งใบ... ฉันก็ไม่มีวันปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้น”
ดิฉันอ้าปากค้าง เตรียมจะโต้ตอบ แต่ทว่าจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราด
“คินน์! ลูกทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
เสียงประกาศิตของประธานใหญ่ผู้เป็นบิดาดังขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าดุดัน คินน์รีบผลักดิฉันออกห่างทันที สายตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ไร้ความรู้สึกอีกครั้ง เขาหันไปเผชิญหน้ากับบิดาโดยไม่หันกลับมามองดิฉันแม้แต่น้อย
“พ่อครับ... ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผมในที่ทำงาน”
น้ำเสียงของคินน์หนักแน่น แต่ทว่ามือข้างที่อยู่ข้างลำตัวเขากลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ดิฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น เมื่อบิดาของเขามองมาที่ดิฉันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิต ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของดิฉันดูเหมือนจะถล่มลงมา
“งั้นก็เลือกเอา... จะไล่เลขาฯ คนนี้ออกไปตอนนี้ หรือจะให้ฉันเป็นคนจัดการทำลายอาชีพการงานของมันด้วยมือของฉันเอง!”
กำมะหยี่สีแดงหวังว่าทุกท่านจะตกหลุมรักความสัมพันธ์ที่แสนจะพัวพันนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 13
ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!