รอยลิปสติกสีแดงสดบนขอบแก้วกาแฟใบนั้นทำหน้าที่ราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานให้ขาดวิ่น รินยืนแข็งทื่อเป็นหิน ดวงตาคู่คมกวาดมองแก้วใบนั้นสลับกับแผ่นหลังกว้างของคินน์ที่ยังคงยืนนิ่งสนิท ไหล่หนาของเขาไหววูบคล้ายกับคนกำลังกลั้นขำอย่างสุดชีวิต
ดิฉันแทบจะได้ยินเสียงความคิดของรินที่กำลังประมวลผลด้วยความเดือดดาล... ผู้หญิงคนไหนกล้าเข้ามาในห้องทำงานของท่านประธานผู้รักความสะอาดและหยิ่งทะนงตนคนนี้ แถมยังทิ้งหลักฐานไว้อย่างจงใจแบบนี้อีก
"นี่มันหมายความว่ายังไงคะ, คุณคินน์?" เสียงของรินสั่นพร่าด้วยความโกรธ ปลายเล็บที่ทาสีเจลราคาแพงจิกเข้าหากันจนขึ้นข้อขาว "คุณให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเหยียบห้องนี้ตอนที่เรา... อ่า หมายถึง ก่อนที่ฉันจะมางั้นเหรอคะ?"
คินน์ค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองรินด้วยแววตาเย็นชาจนน่ากลัว ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเลื่อนมาสบเข้ากับดิฉันที่ยืนกักตัวอยู่มุมห้องราวกับจะส่งสัญญาณบางอย่าง
"มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม, คุณริน" คินน์ตอบเสียงเรียบ แต่ทรงพลังพอกที่จะทำให้รินหน้าเสีย "และผมคิดว่าเราคุยกันจบไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ว่าสถานะของเราคืออะไร"
"แต่เราเพิ่งจะ..." รินพยายามจะเถียง แต่คินน์ยกมือขึ้นห้ามปรามด้วยท่าทีรำคาญอย่างชัดเจน
"เชิญกลับออกไปทางเดิมเถอะค่ะ พอดีดิฉันกับเลขาฯ มีเรื่องด่วนต้องคุยกันต่อ" คินน์ใช้น้ำเสียงที่จงใจเน้นคำว่า 'เลขาฯ' พร้อมกับกวักมือเรียกดิฉันให้เดินเข้าไปใกล้
ดิฉันสูดลมหายใจเข้าลึก, จัดเสื้อสูทเข้ารูปให้เข้าที่ แล้วก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างโต๊ะทำงานอย่างสง่างาม ต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังพยายามแสดงความเป็นเจ้าของ ดิฉันคือมืออาชีพที่ได้รับเงินเดือนสูงลิ่วเพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้ค่ะ!
รินส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง เธอกระแทកส้นสูงเดินออกจากห้องไปจนประตูกระจกแทบปิดกระแทกวงกบเสียงดังสนั่น
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด คินน์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองดิฉันด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์
"มองหน้าผมแบบนั้น มีอะไรจะถามหรือเปล่าครับ... อ้อ ขอโทษที ติดปากไปหน่อยค่ะ" คินน์ยิ้มเยาะเมื่อเผลอใช้คำพูดติดอ่างที่ปกติเขาไม่ค่อยพูด ดิฉันหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด
"แก้วกาแฟใบนั้น..." ดิฉันเปิดฉากถามเสียงเรียบ "รสนิยมท่านประธานเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ถึงได้ชอบให้ใครก็ไม่รู้มาประทับรอยลิปสติกไว้บนโต๊ะทำงาน"
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างน่าฟัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าประชิดตัวดิฉันทีละนิด จนดิฉันต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน
"หึงเหรอครับ?" เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มพร่าเป่ารดต้นคอจนดิฉันต้องขนลุกชัน "หรือแค่เสียดายที่ไม่ได้เป็นคนประทับรอยนั้นไว้เอง?"
"เพ้อเจ้อค่ะท่านประธาน" ดิฉันสวนกลับทันควัน มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง "ดิฉันแค่สงสัยว่าบริษัทเราจ้างคุณมาบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือเปิดบริการหาคู่เดทนอกเวลา ถึงได้มีแขกไม่ได้รับเชิญแวะเวียนมาไม่ขาดสาย"
คินน์ไม่ถอยหนี กลับฉวยจังหวะนั้นรวบเอวบางของดิฉันไว้ด้วยมือข้างเดียว แนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไอSอุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ดิฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะบิดตัวหนีแต่อีกฝ่ายกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น
"ปากเก่งแบบนี้... น่าลงโทษให้เข็ด" คินน์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แต่ก่อนจะลงโทษ ผมมี 'ของขวัญ' จะให้"
ดิฉันขมวดคิ้วมุ่น "ของขวัญอะไรอีกคะ? เงินโบนัสประจำไตรมาสก็เพิ่งออกไปเมื่อวานนี้ หรือว่าคุณอยากจะขึ้นเงินเดือนให้ดิฉันเป็นพิเศษ?"
"เงินมันง่ายไปครับสำหรับคนอย่างพาย" คินน์ยิ้มพราย ดวงตาส่อประกายความคลั่งรักแบบที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดแต่ไม่เคยสำเร็จ มือหนาอีกข้างเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะมาวางตรงหน้าดิฉัน
ดิฉันก้มมองซองเอกสารนั้นด้วยความสงสัย ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำเอาลมหายใจของดิฉันสะดุดกึกทันที มันไม่ใช่สัญญาจ้างงาน หรือเช็คเงินสดมูลค่ามหาศาลอย่างที่เคยคาดคิด... แต่มันคือโฉนดที่ดินผืนงามริมทะเล พร้อมกุญแจรีโมทคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ราคาแตะหลักสิบล้าน!
"นี่มัน..." ดิฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตื่นตะลึง ตั้งตัวไม่ทันกับความเปย์หนักระดับร้อยริกเตอร์ของเจ้านายหนุ่มคนนี้
"ผมซื้อไว้ให้คุณ" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังบอกว่าเขาแค่แวะไปซื้อกาแฟเซเว่น "จะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้าเบียดเสียดกับคนอื่นเวลามาทำงาน และถ้าวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากกลับคอนโด ก็ไปนอนพักที่ริมทะเลนั่นแทน... ชื่อบนโฉนดเป็นของคุณเรียบร้อยแล้วครับ"
ดิฉันอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้วแน่ๆ แค่เลขาฯ ลาออกหรือโดนหักเงินเดือนก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่เล่นแจกอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายสิบล้านให้กันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอคะ!
"คุณบ้าไปแล้วเหรอคินน์! ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก มันมากเกินไป..." ดิฉันรีบดันซองเอกสารคืนให้เขาทันที แต่คินน์กลับรวบมือทั้งสองข้างของดิฉันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาแน่น
"รับไว้เถอะครับพาย" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นฉายแววเวทอนและเว้าวอนจนดิฉันใจสั่น "เพราะถ้าคุณไม่รับ... ผมคงต้องหาทางเปย์คุณด้วยวิธีที่หนักกว่านี้จนกว่าคุณจะยอมใจอ่อน"
ดิฉันเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมด ความรู้สึกต่อต้านและอีโก้ที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้าความคลั่งรักแบบไร้ขีดจำกัดของเขาคนนี้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ดิฉันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือยอมจำนนต่อความเปย์นั้น ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดสนิทไปเมื่อครู่ ก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง!
ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสยาวหรูหราก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก และภาพที่ปรากฏตรงหน้าเธอก็ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันช็อกโลก
"อุ๊ย... ขอโทษนะคะที่ขัดจังหวะความหวาน" เสียงหวานเยิ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่รินก้าวถอยหลังเพื่อเปิดทางให้บุคคลที่สามเดินตามเข้ามาในห้อง... ร่างของชายสูงวัยผมสีดอกอكسผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเครือบริษัทปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับสีหน้าถมึงทึงที่จ้องมองคินน์และดิฉันสลับกันไปมา
"คินน์... แกกำลังทำบ้าอะไรอยู่กับเลขานุการของตัวเอง!" เสียงคำรามต่ำจากประธานใหญ่ผู้เป็นบิดาแท้ๆ ของคินน์ดังสะท้อนก้องห้องทำงาน ท่ามกลางความตกตะลึงที่ทำให้ดิฉันแทบอยากจะหายตัวทะลุกำแพงหนีไปให้พ้นในวินาทีนั้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักนี้ด้วยกันเสมอนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 12
ของขวัญราคาแพง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!