“ปล่อยค่ะคุณคินน์!”
พายกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือไม้สั่นเทาขณะพยายามผลักแผงอกแกร่งที่ขวางกั้นระหว่างเขากับโลกภายนอกออกไป เสียงบิดลูกบิดยังคงดังเป็นระยะๆ อย่างไม่ลดละ หัวใจของพายเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่างเหมือนกระแสไฟฟ้าช็อต
คินน์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาดุดันจ้องมองบานประตูด้วยความรำคาญใจแทนที่จะมีความเกรงกลัว มุมปากของเขาเหยียดยิ้มเย็นเยียบซึ่งเป็นเอกลักษณ์เวลาที่เขารู้สึกว่า 'ของเล่น' ในมือเริ่มจะเล่นสนุกเกินขอบเขต
“กลัวหรือไง?” คินน์กระซิบกลับ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะเย้ย แต่ทว่ามือหนากลับคว้าเอวบางของพายเข้ามากระชับแน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการประกาศศักดาว่าต่อให้ใครจะพังประตูเข้ามา เขาก็ไม่มีวันปล่อยมือจากคนตรงหน้า
“ถ้าคุณรินเห็น... คุณคินน์คิดว่าจะเป็นยังไงคะ?” พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความกังวล “อย่าทำอะไรที่มันทำให้พายต้องเสียงานเสียการไปมากกว่านี้เลยค่ะ”
คินน์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความนิ่งงันที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างใบหูคนตัวเล็ก “งั้นก็เงียบให้สนิท แล้วห้ามหายใจดัง ถ้าไม่อยากให้ฉันเปลี่ยนใจไปเปิดประตูให้เธอเห็นความสัมพันธ์ของเราชัดๆ”
เสียงข้างนอกหยุดลงกะทันหัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอันโอ่อ่าเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวเริ่มสงบลงเพียงครู่เดียว ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยความหวั่นเกรงครั้งใหม่ เมื่อเสียงฝีเท้าที่เดินจากไปนั้นฟังดูไม่เหมือนคนที่จะยอมถอยกลับไปง่ายๆ
พายถอยกรูดออกจากอ้อมกอดของคินน์ทันทีที่เขาคลายวงแขน เธอรีบจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่เข้าทาง พยายามข่มอารมณ์ความรู้สึกที่พุ่งพล่านให้กลับมาเป็นปกติ ใบหน้าของพายร้อนผ่าวและแดงก่ำ ทั้งจากความอับอายและจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
คินน์มองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เลิกทำหน้าเหมือนคนทำความผิดซะที พาย เธอเป็นเลขาฯ ของฉัน ไม่ใช่ชู้รักที่ต้องคอยหลบซ่อนใคร”
“แต่คนอื่นไม่คิดแบบนั้นนี่คะ” พายตอกกลับ เสียงของเธอยังคงสั่น “ยิ่งคุณทำแบบนี้ พายก็ยิ่งเหมือนถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อไต่เต้า คุณรู้อยู่แล้วว่าคุณรินเขาจ้องจะเล่นงานพายอยู่ ถ้าเขามีหลักฐานอะไรขึ้นมา พายไม่มีวันอยู่รอดในบริษัทนี้ได้แน่”
คินน์วางปากกาในมือลงกระแทกโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น เขามองพายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด “เธอจะกลัวอะไรนักหนา? ในเมื่อฉันคุมทุกอย่างอยู่ที่นี่ ใครหน้าไหนจะกล้าไล่เธอออกถ้าฉันไม่สั่ง”
“คุณคินน์คะ... อำนาจของคุณมันไม่ได้คุ้มครองพายได้ทุกเรื่องหรอกค่ะ โดยเฉพาะเรื่อง ‘ศักดิ์ศรี’” พายเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กวาดสายตาจ้องมองเจ้านายจอมเผด็จการ “พายทำงานด้วยความสามารถ ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นหมากในเกมของคุณกับคุณริน”
คินน์เลิกคิ้วขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของพาย เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนุ่มนิ่มนั้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาหลงใหลจนยากจะถอนตัว
“งั้นลองดูไหมล่ะ?” คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวข้ามขอบโต๊ะมาหาเธออย่างรวดเร็ว “ถ้าเธอกลัวขนาดนั้น เรามาเปิดเผยให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยไหมล่ะว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของใครจริงๆ”
“คุณคินน์!”
พายก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับกำแพงห้องทำงาน คินน์ตามมาติดๆ ก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขน บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เคมีที่รุนแรงและร้อนแรงดึงดูดเข้าหากันจนพายแทบจะสูญเสียการควบคุม
“ทำไม? กลัวความจริงหรือกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าคนอย่างคุณคินน์... คลั่งรักเลขาฯ ตัวเองจนโงหัวไม่ขึ้น?” คินน์ยิ้มมุมปาก เขาโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“พายแค่ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องสนุกของคนอื่นค่ะ” พายตอบเสียงแผ่ว แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา “และพายไม่คิดว่าความรู้สึกของคุณมันมีค่าพอที่จะเอาอนาคตของพายไปแลก”
คำพูดนั้นราวกับมีดเล่มเล็กที่กรีดลงบนอีโก้ของคินน์ เขานิ่งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “ปากเก่งนักนะ... ไว้รอดูแล้วกันว่าเธอจะปากเก่งได้นานแค่ไหน”
ทว่าก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างแรงและกะทันหันก็ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดนั้นอีกครั้ง
“คินน์คะ รินรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูให้รินหน่อยค่ะ... รินมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับคุณจริงๆ เกี่ยวกับ ‘เลขาฯ’ คนใหม่ของคุณ”
เสียงของรินดังลอดเข้ามาด้วยความเย็นเยียบและเต็มไปด้วยการประชดประชัน คินน์หันกลับไปมองประตูด้วยแววตาวาวโรจน์ พายถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นรินเริ่มบิดลูกบิดประตูด้วยท่าทางคุกคามราวกับกำลังจะพังเข้ามาในอีกไม่กี่วินาที
พายหันซ้ายแลขวาอย่างจนตรอก พยายามหาทางออก แต่ดูเหมือนจะมีเพียงทางเดียวที่รอดพ้นได้ในตอนนี้ คินน์เลิกคิ้วรอท่าทีของพาย เขาก้าวถอยหลังกึ่งก้าว เปิดช่องว่างให้เธอตัดสินใจว่าจะเลือก ‘ยอมรับ’ ความจริงที่อยู่หน้าประตู หรือ ‘ซ่อน’ ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะจุดไฟติดไปเมื่อครู่นี้ไว้ในเงามืดต่อ
วินาทีที่กลอนประตูเริ่มหมุนตามแรงบิด พายตัดสินใจคว้าปกเสื้อของคินน์ไว้แน่น ก่อนจะกระชากร่างสูงลงมาต่ำ แล้วกดจูบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแรงเพื่อปิดกั้นเสียงทุกอย่าง ก่อนจะผลักเขาออกและรีบมุดตัวเข้าไปหลบหลังตู้เอกสารใบใหญ่ในมุมมืดของห้องเพียงเสี้ยววินาทีเดียว ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดผางออกมา!
"คินน์... ทำไมถึงล็อคประตู...!"
รินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นคินน์ยืนหันหลังให้ประตู แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวน้อยๆ ราวกับกำลังพยายามกลั้นหัวเราะ หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นที่พายไม่อาจเดาได้ ในขณะที่บนโต๊ะทำงานของเขา มีแก้วกาแฟสองใบวางอยู่... ใบหนึ่งยังคงมีรอยลิปสติกสีแดงระเรื่อประทับอยู่ขอบแก้วชัดเจน!
กำมะหยี่สีแดงหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับพายในวินาทีวิกฤตินี้ด้วยกันนะคะ
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 11
ความลับในที่ทำงาน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!