เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึึกกระทบลงบนกระจกโต๊ะทำงานดังสนั่น จนเลขาฯ หน้าห้องสะดุ้งสุดตัว
"หาไม่เจอ... หมายความว่ายังไงว่าหาไม่เจอ!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ บัดนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยความกระวนกระวาย คินน์ในยามนี้ไม่มีมาคราบท่านประธานสุดเนี้ยบผู้เยือกเย็นอีกต่อไป เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนคไทถูกกระชากจนเบี้ยวไม่เป็นทรง ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการไม่ได้นอนมาเกือบสี่สิบแปดชั่วโมงเต็ม
"ท่านประธานคะ... ทางฝ่ายบุคคลเช็กประวัติการลาออกและการย้ายทะเบียนบ้านแล้วค่ะ คุณพายไม่ได้แจ้งย้ายปลายทาง แถมห้องพักคอนโดฯ ก็ถูกเก็บของเกลี้ยงจนแทบไม่เหลือร่องรอยเลยค่ะ" เสียงเลขาฯ สาวรายงานด้วยความหวาดหวั่น มือเรียวสั่นเทาขณะถือแท็บเล็ต
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย
*เกลี้ยงเหรอ... หนีเก่งนักนะพาย*
ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกที่อีกฝ่ายกล้าหยื่นใบลาออกโดยไม่บอกกล่าว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความกลัวลึกๆ ที่เขากลัวจะยอมรับมัน ความเงียบงันภายในห้องทำงานเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าให้ความรู้สึกเคว้งคว้างราวกับอากาศกำลังจะหมดไป
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน... วันที่พายวางซองเอกสารสีน้ำตาลไว้บนโต๊ะ พร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่สุภาพเกินเหตุ รอยยิ้มที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาในเวลานั้น
*“ผมขอลาออกครับท่านประธาน... หนี้สินก้อนนั้นผมโอนคืนเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณคินน์ครบทุกบาททุกสตางค์แล้ว ขอบคุณสำหรับประสบการณ์การทำงานร่วมกันครับ”*
คำพูดพวกนั้น... คำพูดที่ตัดเยื่อใยอย่างไร้เยื่อใย วนเวียนอยู่ในหัวของคินน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับแผ่นเสียงตกร่อง เขามันไอ้คนปากเสีย อีโก้สูงลิบลิ่วที่ไม่ยอมเอ่ยปากรั้งคนที่ตัวเองรักไว้ให้ดี เพียงเพราะคิดว่ายังไงเสีย... เลขาฯ ตัวแสบคนนี้ก็ไม่มีทางหนีเขาพ้น
แต่เขากลับคำนวณพลาดไป
พายมีขีดจำกัด และเขาก็เป็นคนเหยียบย่ำขีดจำกัดนั้นจนมันแตกสลายคามือ
คินน์คว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมากดโทรออกเป็นรอบที่ร้อยของวัน เสียงสัญญาณดังยาวยืดอย่างไร้การตอบรับเช่นเคย ก่อนจะตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนเขาอยากจะว้างเครื่องทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ปลายนิ้วกลับกดโทรซ้ำอีกครั้งด้วยความดึงดัน
"รับสายเดี๋ยวนี้พาย..." คินน์พึมพำกับความว่างเปล่า นัยน์ตาคู่คมไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครได้เห็น "นายคิดว่าหนีไปแบบนี้แล้วฉันจะตามหาไม่เจอหรือไง... อย่าลองดีกับฉันนะ"
เขาตัดสินใจคว้ากุญแจรถยนต์บนโต๊ะแล้วก้าวเดินออกจากห้องทำงานด้วยฝี้วเท้ารวดเร็ว พนักงานในออฟฟิศต่างหลบทางให้ประธานหนุ่มผู้กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัว รatchet เสียงลิฟต์เลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งตัวเข้าไปอย่างไร้ความลังเล
จุดหมายแรกคือคอนโดมิเนียมของพาย
รถหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงราวกับจะแข่งกับเวลา หัวใจของคินน์เต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัว... กลัวว่าตัวเองจะมาสายเกินไป กลัวว่ารอยยิ้มกวนประสาทและดวงตากลมโตคู่ingนั่นจะหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาล
ใช้เวลาไม่นานรถคันหรูก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ย่านชานเมืองที่พายเคยบอกว่าเป็นบ้าน คินน์ก้าวลงจากรถด้วยความทุลักทุเล ชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงยับยู่ยี่ไม่เป็นทรง เขาสาวเท้ายาวๆ ขึ้นไปยังชั้นสามอย่างไร้ความลังเล หน้าห้องพักหมายเลข 304 ปิดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟเล็ดลอดออกมา
ก๊อกๆๆ!
"พาย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" คินน์ทุบประตูห้องเสียงดังลั่น จนข้างห้องเปิดประตูออกมามองด้วยความตกใจและหวาดกลัว "ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน... เปิดประตูคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!"
ไร้เสียงตอบรับ... มีเพียงความเงียบงันและความอับชื้นของตึกเก่าที่สะท้อนกลับมา
คินน์กัดฟันกรวด ฝ่ามือหนาทุบลงไปที่บานประตูไม้อีกครั้งแรงขึ้นราวกับต้องการระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี "อย่ามาเล่นซ่อนแอบนะพาย! นายอยากได้อะไร ฉันหามาให้ได้หมดทุกอย่างแล้ว... ขอแค่แฟร์ๆ แล้วเปิดประตูมาคุยกัน!"
ความเงียบยังคงเยาะเย้ยเขา
ร่างสูงทรุดตัวลงยืนพิงบานประตูอย่างหมดแรง ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากแผ่นหลังลามเลียไปทั่วหัวใจ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างคินน์รู้สึกว่าตัวเอง 'พ่ายแพ้' อย่างราบคาบ พ่ายแพ้ต่อความเย่อหยิ่งของตัวเอง และพ่ายแพ้ต่อหัวใจที่มันรักอีกฝ่ายจนหมดรูป
"ฉันขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา ราวกับกระซิบให้ลมฟ้าอากาศฟัง "ถ้ารู้ว่านายจะไป... ฉันคงไม่ปากร้ายใส่... ฉันคงไม่ทำเป็นผลักไสนายแบบนั้น..."
คินน์หลับตาลง หยาดน้ำใสซึม1หยดไหลรินลงข้างแก้มอย่างเงียบงัน ความสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดถล่ม ความรู้สึกเจ็บปวดที่อกข้างซ้ายนี่สินะ... ที่เรียกว่าการสูญเสีย
พรึบ!
ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ดังขึ้นตรงบันไดหนีไฟก็ดึงสติของคินน์ให้หลุดจากภวังค์ ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ นัยน์ตาคมกริบหวังจะเห็นร่างโปร่งของคนที่เฝ้าตามหา แต่ทว่า... เงาร่างที่ก้าวออกมาจากมุมมืดกลับไม่ใช่พาย
รินยืนกอดอกพิงผนังด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพอนาถของอดีตท่านประธานผู้สูงส่งด้วยความสะใจ
"ตามหาจนพลิกแผ่นดินเลยสินะคะ... คุณคินน์ผู้ยิ่งใหญ่" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "น่าสมเพชจังนะคะ ไม่คิดเลยว่าจะมาตกม้าตายเพราะเลขาฯ หน้าเงินคนเดียว"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความเศร้าสร้อยในทันที "เธอมาทำอะไรที่นี่... ริน!"
"ถ้าไม่อยากให้คนที่คุณตามหา... ต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตล่ะก็..." รินยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า พร้อมกับชูสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดภาพบางอย่างให้เขาดู "เลิกตามหาเขาซะ แล้วเซ็นโอนหุ้นโปรเจกต์ใหม่ให้ฉัน... ไม่งั้นพรุ่งนี้เช้า คุณอาจจะได้เห็นข่าวดี... บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทนที่จะได้เจอหน้าเขาค่ะ"
คินน์เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพในจอ... ภาพของพายที่กำลังหมดสติอยู่บนเบาะหลังรถคันหนึ่ง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจครั้งนี้ แล้วมาติดตามกันต่อในตอนหน้านะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 32
การสำนึกที่สายเกินไป
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!