เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 33

หมาโบ้ตัวจริง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงยางรถยนต์บดขยี้พื้นถนนลูกรังดังสนั่นท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม—นี่ไม่ใช่ฉากโรแมนติกในซีรีส์เกาหลี แต่มันคือสมรภูมิเดือดที่คินน์ ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าแสนล้าน ยอมสลัดภาพลักษณ์เนี้ยบกริบ ทิ้งสูทราคาแพงระยับไว้เบาะหลัง แล้วพุ่งทะยานข้ามจังหวัดมายังบ้านพักริมสวนยางปักษ์ใต้ของพายด้วยความเร็วเกินพิกัด หน้าจอแท็บเล็ตที่ฉายภาพพายหมดสติบนเบาะหลังรถของรินยังคงหลอนอยู่ในหัว เขากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความกลัวที่เกาะกุมหัวใจทำให้เขาลืมสิ้นทุกฟอร์ม อีโก้ หรือมาดประธานผู้เย็นชา ในหัวของคินน์ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว... หากพาย เป็นอะไรไป เขานี่แหละที่จะพลิกแผ่นดินล่าคนทำลายมันให้ย่อยยับ “ให้ตายสิพาย... ดื้อด้านนักนะ ใครใช้ให้หนีมาไกลขนาดนี้” คินน์สบถเบาๆ กับตัวเองขณะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เขตบ้านไม้เก่าปลายสวนยาง แสงไฟหน้ารถสาดส่องกระทบกับรถเก๋งคันเป้าหมายที่จอดสนิทอยู่หน้าชานบ้าน ความเงียบงัดข้อกับเสียงฝนตกหนักยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูรถถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตอนนี้เปียกปอนลู่แนบไปกับแผงอกกว้างก้าวลงมาอย่างไร้ความลังเล รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำลงบนโคลนตมโดยไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง คินน์ไม่สนใจความเยิน ปัง! เสียงปิดประตูรถดังสนั่นแข่งกับเสียงฟ้าคำราม เขาสาวเท้าฉับๆ ขึ้นบันไดไม้เก่าๆ ตรงไปยังประตูหน้าบ้านที่ปิดสนิททันที ก๊อกๆๆ! “พาย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องผ่านสายฝน มือหนาทุบลงบนบานไม้เสียงดังสนั่น ไร้ซึ่งความใจเย็นแบบที่เคยมีมาตลอดชีวิตการทำงาน “อย่ามาเล่นซ่อนหากับผมนะพาย เปิด!” ผ่านไปสามวินาทีที่เสมือนยาวนานเป็นชั่วโมง ประตูไม้เก่าๆ ก็ถูกแง้มเปิดออก ร่างบางของพายในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มยืนขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหวานฉายแววตกใจระคนงงงวยที่เห็นเจ้านายจอมเผด็จการมายืนเปียกปอนอยู่หน้าบ้านกลางดึกดื่นป่านนี้ “คุณคินน์... คุณมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย บ้าไปแล้วหรือไง ฝนตกหนักขนาดนี้—อุ๊บ!” ยังไม่ทันที่พายจะได้ต่อว่าจบ ประโยคตัดพ้อทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาของคนตรงหน้าเอื้อมมากระชากต้นแขนเขาแล้วดึงเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของพายสะดุด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นฝนและกลิ่นกายเฉพาะตัวของคินน์โชยเข้าจมูกจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนสติหลุดก่อนกัน “คุณต่างหากที่บ้าพาย!” คินน์กัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยโทสะและความหวาดกลัวที่เพิ่งคลี่คลายลง “คุณคิดจะทำบ้าอะไรถึงหนีผมมา ขับรถข้ามจังหวัดมาตายกลางทางแบบนี้มันสนุกมากนักหรือไง ห้ะ!” “ปล่อยฉันนะ! ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาตะคอก—อื้อ!” คินน์ไม่เปิดโอกาสให้คนปากเก่งได้เถียงต่อริมฝีปากหยักกดทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันที เป็นการจูบที่ไม่มีความอ่อนหวานเจือปน มีแต่ความร้อนรุ่ม ความโหยหา และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียที่ถูกระบายออกมาผ่านรสจูบดุดันแต่สั่นเทาเล็กน้อย พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะสะเทือนคนคลั่งรักที่เพิ่งสติแตกมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นความวาบหวามและลึกล้ำเมื่อคินน์ผ่อนแรงลง ปลายลิ้นร้อนล้ำลานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งที่เคยกระชากแขนเลื่อนขึ้นมาโอบท้ายทอยบังคับให้พายรับสัมผัสนี้อย่างจำยอม ร่างกายของเลขาฯ ตัวแสบอ่อนยวบลงในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว ความดื้อรั้นที่มีถูกละลายหายไปกับจังหวะการจูบที่ละเมียดละไมขึ้นทีละน้อย เนิ่นนานกว่าคินน์จะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ปล่อยให้พายได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำริมฝีปากบวมเจ่อและเปียกชื้น ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองค้อนคินน์อย่างเอาเรื่องแต่ไร้พิษสง “คุณมัน... คนฉวยโอกาส” พายหอบหายใจรดต้นอกแกร่ง เสียงพึมพำลอดไรฟันด้วยความเคือง “ใครอนุญาตให้จูบไม่ทราบ ฉันเป็นเลขาคุณนะ ไม่ใช่ตุ๊กตาแก้เหงา” “เลขาเหรอ?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างไม่ละสายตา นิ้วเรียวยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ “เลขาที่ไหนเขาทำให้ประธานบริษัทสติแตกขับรถฝ่าพายุกว่าสามร้อยกิโลฯ เพื่อมาตามตัวกลับบ้านกันล่ะพาย... หืม?” น้ำเสียงที่อ่อนลงและสายตาสื่อความหมายลึกซึ้งทำเอาพายถึงกับพูดไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความโกรธขิงข่าเมื่อครู่ แต่ทว่าอีโก้เจ้ากรรมก็ยังค้ำคออยู่ดี “ก็คุณบ้าเองใครใช้ให้ตามมาเล่า... แล้วภาพในจอที่คุณเห็นล่ะ รินเขาพาฉันมาต่างหาก ฉันไม่ได้เต็มใจซะหน่อย” พายเบี่ยงหน้าหนีสายตาเร่าร้อนนั้น พร้อมกับพยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง “ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันหนาว” “รู้ว่าหนาวแล้วทำไมยังหนีมา” คินน์ไม่ยอมปล่อย เขากลับกระชับวงแขนกอดร่างบางให้แนบแน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วพายจะหายวับไปกับตา “ผมเห็นภาพที่คุณหมดสติอยู่บนรถริน... รู้ไหมว่าวินาทีนั้นผมแทบอยากจะฆ่าคนให้ตายคามือ รินมันพูดอะไรกับคุณ พาย... บอกผมสิ” น้ำเสียงของคินน์จริงจังจนพายต้องเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาของประธานหนุ่มไร้ซึ่งความเจ้าเล่ห์ มีเพียงความกังวลและหวงแหนที่ปิดไม่มิด “เขาก็บอกให้ฉันเลิกยุ่งกับคุณ... บอกว่าเรามันคนละชั้นกัน” พายแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง “ฉันก็เลยคิดว่า เออ... เขาก็พูดถูกนี่นา ฉันมันก็แค่เลขาหน้าเงินที่รับเงินเดือนจากคุณ ทำไมฉันจะต้องมาทนรับแรงกดดันจากคนรอบตัวคุณด้วยล่ะ จริงไหมคะท่านประธาน?” คินน์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดตัดพ้อนั้น มือหนาคว้าคางสมานให้พายหันกลับมามองตรงๆ “มองตาผมสี่พาย...” คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังที่สุดในชีวิต “คนละชั้นบ้าบออะไร ผมไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้นเลย สักนิดเดียว! สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้คือ หัวใจของคุณมันอยู่ตรงไหน... และทำไมคุณถึงกล้าดียังไงถึงคิดจะเดินหนีผมไป ทั้งๆ ที่คุณขโมยหัวใจผมไปหมดแล้ว!” พายชะงักงัน คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย ทำเอาสมองประมวลผลแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง คินน์... สารภาพรักเขาอย่างหน้าตาเฉยเนี่ยนะ? แถมยังพูดด้วยสีหน้าจริงจังไร้ฟอร์มแบบนี้อีก! “คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย” พายเสหลบสายตา ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู “ไม่ได้บ้า” คินน์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่กลับมาเยือน “ผมตั้งใจฟังให้ดีนะพาย... ต่อจากนี้ ไม่มีคำว่าลาออก ไม่มีคำว่าหนีไปไหนทั้งนั้น เพราะผมจองตัวคุณไว้หมดแล้ว ทั้งตัว... และหัวใจ” บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงฝนที่ตกลงมากระทบหลังคาสังกะสีกลายเป็นเสียงประกอบฉากที่เพิ่มความโรแมนติกแบบไม่ทันตั้งตัว พายอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาโต้แย้งไม่ได้ เคมีที่ฟาดฟันกันมาตลอดหลายสัปดาห์พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านสายตาหวานเชื่อมที่ประสานกันอยู่นั้น กริ๊งงงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของคินน์แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน คินน์ขมวดคิ้วอย่างขัดใจโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลเครื่องมือสื่อสารนั้น แต่พายกลับเหลือบไปเห็นหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืดเสียก่อน ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอทำเอาพายถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าเจ้านายหนุ่มด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที “รับสิคะ...” พายแค่นหัวเราะเบาๆ พร้อมกับออกแรงผลักอกคินน์เต็มแรงจนร่างสูงต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว “สายด่วนจากคู่หมั้นตัวจริงของคุณโทรมาตามแล้ว... ท่านประธาน” คินน์ชะงัก ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งก่อนจะเงยขึ้นมองหน้าพายที่ตอนนี้ปิดประตูใส่หน้าเขาดังปัง! ทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นเตือนไม่หยุดด้วยชื่อของ ‘ริน’ ที่โทรเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า! --------------------------------------------- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดเพราะศึกรักครั้งนี้กำลังจะเดือดระอุยิ่งกว่าเดิมค่ะ! - กำมะหยี่สีแดง*
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%