เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 31

โลกที่ขาดเธอ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
แก้วกาแฟเอสเพรสโซช็อตคู่บนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับเย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้ว ทว่ามันถูกปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นมาตั้งแต่แปดโมงเช้าจนตอนนี้เข็มนาฬิกาเลยผ่านเลขบ่ายสองไปไกลแล้ว คินน์ตวัดปลายปากกาเซ็นเอกสารแผ่นสุดท้ายด้วยลายเซ็นหวัดๆ ที่ทรงพลัง แต่น้ำหนักของมันกลับเบาหวิวและไร้ซึ่งจิตวิญญาณเหมือนเช่นเคย ห้องทำงานเพนท์เฮาส์หรูหรากระจกใสรอบด้านที่เคยสะท้อนภาพความสำเร็จของประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้าน ในเวลานี้กลับกว้างใหญ่เกินไปจนน่าใจหาย ความเงียบงันภายในห้องไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือความอ้างว้างที่กำลังกัดกินหัวใจทีละน้อย "คุณคินน์คะ เอกสารสรุปยอดโครงการไตรมาสสาม... เอ่อ ให้ดิฉันวางไว้ตรงไหนดีคะ" เสียงของเลขานุการคนใหม่ดังขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่งกายถูกระเบียบ และทำงานได้ตามมาตรฐานทุกประการ... แต่ทำไมนะ ทุกครั้งที่เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ คินน์ถึงได้รู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะปัดกวาดข้าวของให้พ้นทาง "วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไปได้แล้ว" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ตวัดสายตาคมกริบมองเอกสารโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาแม้แต่น้อย "ค่ะ ท่านประธาน" หล่อนรีบถอยกรูดออกไปแทบไม่ทัน ประตูห้องปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวกลับมาอีกครั้ง ความเงียบที่ไม่มีเสียงบ่นพึมพำกระเง้ากระงอด ไม่มีเสียงแฟ้มกระดาษที่ถูกวางกระแทกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ และไม่มีกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ป่าที่มักจะลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่ร่างโปร่งบางก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเขา *ให้ตายสิ...* คินน์โยนปากกาในมือลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ เพื่อไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมา ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องที่จัดระเบียบอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งร่องรอยความยุ่งเหยิง ไร้ซึ่งโพสต์อิตสีชมพูสะท้อนแสงที่มักจะแปะเตือนตารางงานด้วยลายมือหวัดๆ แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ บ้านที่ไม่มีพาย... ก็เป็นแค่สี่เหลี่ยมปูนเปลือยเย็นชา บริษัทที่ไม่มีพาย... ก็เป็นแค่เครื่องจักรผลิตเงินที่ไร้หัวใจ ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทเนื้อดีมาพาดบ่าอย่างไม่ใส่ใจ รอยร้าวในอกข้างซ้ายมันขยายวงกว้างขึ้นทุกวินาที นับตั้งแต่พายยื่นใบลาออกเมื่อสามวันก่อน ด้วยเหตุผลสั้นๆ ที่เชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนยับเยิน— *'หมดสัญญาจ้าง และผมไม่อยากเป็นเบ๊ให้คนปากเสียอย่างคุณอีกแล้วครับ'* คำว่า 'ครับ' ที่เจ้าตัวใช้พูดกับเขาในวันนั้น ช่างห่างเหิน เย็นชา และเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกมีดกรีดลงบนเนื้อซะอีก คินน์ก้าวขาออกจากห้องทำงานด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาขับรถอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมาในยามเย็น จนกระทั่งล้อรถหรูจอดสนิทอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งหนึ่ง ตึกแถวสูงห้าชั้นสีซีดจางและมีคราบน้ำฝนเกาะกัง ที่ที่เขาเคยถูกไล่ตะเพิดให้ออกไปให้พ้นหน้าเมื่อครั้งก่อน คินน์ก้าวลงจากรถโดยไม่สนว่าหยดน้ำฝนจะทำให้ผมทรงเนี้ยบเสียทรง เขาเดินขึ้นบันไดแคบๆ ไปหยุดอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 402 หัวใจที่เคยด้านชาเต้นระรัวราวกับคนทำความผิด มือหนายื่นออกไปหมายจะเคาะประตู แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังลอดออกมาจากด้านใน "พายอ่า... กินแกงจืดฝีมือเราหน่อยสิ หน้าตอบหมดแล้วเนี่ย ตั้งแต่ออกมาจากบริษัทเลือดเย็นนั่น นายดูผอมลงไปตั้งเยอะนะ" เสียงหวานใสของเพื่อนสนิทดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวคิกคักเบาๆ "ก็ช่วงนี้งานมันยุ่งนี่นา... อีกอย่าง ฉันไม่ได้ผอมเพราะคิดถึงเจ้านายใจร้ายคนนั้นสักหน่อย ยัยริน" เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยตอบ แม้จะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่คนฟังข้างนอกอย่างคินน์กลับรู้สึกเหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกไปหมด *คิดถึงเหรอ? พายพูดถึงเขา... หรือกำลังนินทาเขาอยู่กันแน่?* ก่อนที่คินน์จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกกะทันหัน ร่างโปร่งในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวาสายาวสบายๆ ชะงักกึกไปทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าห้อง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจริมฝีปากบางเผยอค้าง คินน์มองใบหน้าหวานที่ดูอิดโรยเล็กน้อยแต่ยังคงความน่ารักแสบสันต์นั้นไว้เต็มรัก ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับร้อยชั่วโมงพวยพุ่งขึ้นมาจนยากจะควบคุม "คุณ..." พายครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ก่อนจะรีบดึงใบหน้ากลับสู่โหมดเย็นชาแล้วทำท่าจะปิดประตูใส่หน้า "ถ้ามาเรื่องงาน กรุณาติดต่อผ่านฝ่ายHRนะคะ ตอนนี้หมดเวลาราชการแล้วครับท่านประธาน" ทว่า ไวกว่าความคิด มือหนาคว้าขอบประตูไว้ได้ทัน แรงผลักเพียงนิดเดียวทำให้ประตูเปิดกว้างขึ้นเผยให้เห็นร่างบางที่ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก คินน์ก้าวล้ำเข้ามาในห้องแคบๆ นั้นอย่างไร้มารยาท ปิดประตูลงล็อกเสียงดังคลิก ล็อกโลกทั้งใบไว้ด้วยกันเหลือแค่เขากับคนตรงหน้า "ออกไปจากห้องฉันนะ! คุณเข้ามาได้ยังไง รบกวนมารยาทสาธารณะมาก..." พายยังไม่ทันได้โวยวายจบประโยค ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัว ใช้แขนแกร่งโอบเอวบางรวบเข้ามาแนบชิดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนสัมผัสได้ถึงความรัญจวนใจ คินน์ก้มมองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาที่สั่นระริกเต็มไปด้วยความดุดันและอ่อนล้าในเวลาเดียวกัน "ฉันไม่สนมารยาทอะไรทั้งนั้นแหละพาย..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนคนตัวเล็กสะท้านเฮือก "นายกล้าดียังไง... กล้าดียังไงถึงกล้าทิ้งฉันไว้ที่บริษัทคนเดียว" "ปล่อยนะ! ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณแล้ว ปล่อยสิไอ้ประธานบ้าอำนาจ!" พายดิ้นรนสุดแรงเกิด มือเล็กระดมทุบแผงอกกว้าง แต่มันกลับไร้ผลเมื่ออ้อมแขนแกร่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก "ถ้าฉันบ้าอำนาจ... นายก็คือคนที่ทำให้ฉันบ้าคลั่งจนแทบจะเป็นบ้าจริงๆ ไปแล้วเหมือนกันรู้ตัวไหม!" คินน์กดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เริ่มไหวระริก "ไม่มีนายคอยบ่น ไม่มีกาแฟแย่ๆ ที่นายชงให้ ไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจรำคาญฉัน... รู้บ้างไหมว่าโลกทั้งใบของฉันมันพังทลายลงมาตั้งแต่วินาทีที่นายก้าวเท้าออกจากห้องทำงานนั้นแล้ว" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย อีโก้สูงลิ่ว ทำให้พายชะงักงัน ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาคล้ำนิดๆ และแววตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนระคนเจ็บปวด... มันไม่ใช่การแสดง มันคือความจริงใจที่ดิบเถื่อนและทรงพลังที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา บรรยากาศในห้องแคบๆ เงียบงันลงทันที เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกัน ทว่าก่อนที่พายจะได้ทันเอաբากระเซ้าเย้าแหย่กลับตามนิสัยปากแข็ง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนสะดุ้งกันทั้งคู่ ตามด้วยเสียงตะโกนโหวเหวกที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก "พาย! ยัยรินลืมมือถือไว้ในห้อง... เฮ้ย! นายเปิดประตูให้ฉันนะเว้ย ทำไมประตูมันล็อค!" เสียงทุ้มห้าวของเพื่อนสนิทอีกคนดังขึ้นพร้อมกับเสียงเขย่าลูกบิดประตูดังโครมคราม พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าหวานซ่านเหวอขึ้นสีแดงจัดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้สภาพของพวกเขาแนบชิดกันสติหลุดขนาดไหน ในขณะที่คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกมารผจญมาขัดจังหวะความหวาน ดวงตาคมตวัดมองประตูห้องสลับกับใบหน้าตื่นตระหนกของคนในอ้อมแขน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกทันที "เลือกเอาพาย..." คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม แกล้งขยับตัวเข้าไปใกล้จนปลายจมูกชนกัน "จะให้ฉันจูบจนกว่าไอ้หน้าห้องนั่นจะพังประตูเข้ามา... หรือจะบอกเลิกสัญญาลาออก แล้วกลับไปเป็นเลขาฯ ส่วนตัวที่ห้องทำงานฉัน... เดี๋ยวนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นและใจฟูไปกับความคลั่งรักของท่านประธานคนซึนมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%