ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างใบหูไม่ได้ทำให้พายรู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนขนลุกชัน สัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งที่ไล้กรอบหน้าคมคายของเขาเองนั้นเต็มไปด้วยความถือดี ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววปรารถนาดิบ
“ปล่อยผมนะ...” เสียงของพายแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย เจ้าตัวพยายามเบือนหน้าหนี ทว่ามือหนากลับตรึงคางมนไว้มั่น บังคับให้สบตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“บอกให้เงียบปาก... ไม่ได้แปลว่าให้พูดปฏิเสธค่ะพาย” คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจนเกือบกลายเป็นเสียงคำรามในลำคอ “คุณเก่งนักไม่ใช่เหรอเวลาเถียงผม เวลาประชดประชันคุณทำได้ดีนี่ แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นเป็นลูกนกแบบนี้ล่ะหึ?”
อีโก้ของเลขาฯ มือดีถูกสะกิดเข้าอย่างจัง พายกัดริมฝีปากล่างแน่นจนขึ้นสีแดงจัด แม้ร่างกายจะพ่ายแพ้ให้กับแรงอารมณ์ที่อีกฝ่ายโถมเข้าใส่ แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิในใจยังคงค้ำคอจนต้องเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันส่งสัญญาณท้าทายกลับไปทันที
“ถ้าประธานคินน์คิดว่าเงินเดือนกับโบนัสปลายปีมันซื้อศักดิ์ศรีผมได้หมดล่ะก็... เชิญตามสบายเลยครับ!”
คำพูดประชดประชันที่หลุดลอดไรฟันออกมาทำให้คนฟังหัวנסในลำคออย่างขัดใจ คินน์ไม่ได้โกรธอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากของชายหนุ่มกลับทำให้พายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในกรงเล็บของเสือร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่ออยู่รอมร่อ
“ปากดีนักนะพาย... งั้นก็พิสูจน์ให้ผมดูหน่อยซิ ว่าศักดิ์ศรีที่คุณพูดถึงน่ะมันจะแข็งข้อไปได้สักกี่น้ำ”
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการปรานี รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความดุดันและพายุอารมณ์ที่คุกรุ่นมาตลอดทั้งวัน คินน์ระบายความหงุดหงิดและความหวาดกลัวลึกๆ ที่เกือบจะสูญเสียคนตรงหน้าไปผ่านสัมผัสที่หนักหน่วง รุกไล่จนพายแทบหมดลมหายใจ มือบางที่พยายามดันลาดไหล่กว้างไว้ในคราแรกค่อยๆ อ่อนแรงลงเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของอีกฝ่ายสอดเข้า10 นิ้วประสานเข้ากับเส้นผม นำพาให้องศาการรับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาในชั่วพริบตา ไดอะล็อกที่เคยเฉือดเฉือนถูกกลืนหายไปกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงทาบทับลงมาจนพื้นที่ระหว่างกันแทบไม่หลงเหลือ พายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งความเร่าร้อนที่คินน์เป็นผู้กำหนดทิศทาง
ทุกสัมผัสที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีเต็มไปด้วยความเรียกร้องและครอบครอง สติสัมปชัญญะที่เคยถูกควบคุมด้วยเหตุผลและตรรกะของความเป็นเจ้านาย-ลูกน้องพังทลายลงอย่างไร้ท่าที เมื่อปลายนิ้วของคินน์ลากไล้ผ่านโครงร่างบอบบาง ความซับซ้อนของอารมณ์ทั้งรักทั้งชังถูกปลดปล่อยออกมาผ่านการสัมผัสที่ลึกซึ้งและดุดัน
พายหลับตาลงรับสัมผัสที่วาบหวามจนร่างสั่นสะเทือน ปลายเล็บจิกเข้ากับลาดไหล่กว้างของคนด้านบนเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ตีรวนขึ้นมาในอก เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวประธานหนุ่มให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้นไปอีก คินน์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ฝังรอยสัมผัสแสดงความเป็นเจ้าของไว้อย่างชัดเจน ราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าคนคนนี้เป็นของเขา... และไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครแย่งชิงไปเด็ดขาด
“คุณมัน... คนเอาแต่ใจ...” พายหอบหายใจสะท้าน เอ่ยเสียงขาดหช่วงเมื่อเรียวปากเป็นอิสระชั่วขณะ
“รู้ตัวก็สายไปแล้วล่ะครับ” คินน์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำขลับฉายแววพึงพอใจอย่างที่สุด ขณะที่สะโพสอบอุ่นขยับเข้าประชิดแนบแน่นยิ่งขึ้น “ในเมื่อดื้อนัก... ผมก็จะลงโทษคุณจนกว่าจะจำขึ้นใจเลยว่าใครที่เป็นเจ้าของตัวจริง”
บทเพลงรักที่ไม่มีเสียงดนตรีบรรเลง ดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันและอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายทั้งสองร่างแนบชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ความโกรธขึงในตอนแรกถูกหลอมละลายกลายเป็นความลึกซึ้งที่โหยหากันและกัน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมในแบบฉบับของคนปากร้าย พายสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามกระแสอารมณ์ที่คินน์เป็นผู้ชี้นำ รสชาติของความสัมพันธ์ที่เคลือบด้วยความหวานปนขมนี้ช่างเย้ายวนจนไม่อาจถอนตัว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ หยาดเหงื่อผุดพรายบนกรอบหน้าคมคายและใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ลมหายใจหอบสะท้านประสานเป็นจังหวะเดียวกันในความมืดสลัวของห้องทำงาน คินน์กอดกระชับร่างบางไว้แน่นในอ้อมอก ฝังจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยน ผิดกับมาดประธานผู้เย็นชาและปากร้ายคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
พายซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำเปลือกตา ความอุ่นวาบในหัวใจทำให้ลืมเลือนความเจ็บปวดและทิฐิที่มีไปจนหมดสิ้น มือบางเอื้อมไปโอบกอดแผ่นหลังหนาตอบรับสัมผัสอย่างยอมจำนน
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศหวานล้ำหลังพายุอารมณ์สงบลง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายความเงียบนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“คุณคินน์คะ! ดิฉันเองค่ะริน... ทำไมประตูถึงล็อคคะ เปิดให้รินหน่อย!”
ร่างในอ้อมอกสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจไม่แพ้กัน นัยน์ตาคมกริบมองไปยังบานประตูหนาที่ยังคงปิดสนิท ก่อนจะก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้สีหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 17
คำขอโทษบนความเงียบ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!