แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *ปึก* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กาแฟดำในแก้วกระเซ็นออกมาเล็กน้อย แต่นั่นยังไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับรอยยิ้มเยาะที่ฉาบบนใบหน้าฉาบเครื่องสำอางราคาแพงของริน ผู้หญิงคนเดียวในบริษัทที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองกับคินน์ได้ทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์
“ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลาสวีท... แต่ดูท่าทางท่านประธานคงต้องมีคำอธิบายให้บอร์ดบริหารฟังโดยด่วนแล้วล่ะค่ะ”
รินลากเสียงยาวอย่างจงใจ สายตาคู่คมกวาดมองตั้งแต่ร่างบางของพายที่ยืนอยู่ชิดมุมโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่องรอยยับย่นของเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่พายสวมอยู่—เสื้อตัวที่ใหญ่เกินไซส์ของเลขาฯ หน้าหวานไปหลายเบอร์ และใครๆ ในชั้นนี้ก็รู้ดีว่าเป็นของใคร
ดิฉันมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ กับความซวยที่มักจะมาเคาะประตูห้องผิดเวลาเสมอ พายเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบจะเป็นเส้นตรง มือเรียวเล็กที่ถือแท็บเล็ตอยู่สั่นระริกด้วยความโกรธ ไม่ใช่เพราะกลัวผู้หญิงตรงหน้า แต่เป็นเพราะสถานการณ์บ้าๆ ที่พวกเขากำลังตกเป็นรองต่างหาก
“คุณรินมีสิทธิ์อะไรมารื้อค้นห้องทำงานส่วนตัวของผม”
เสียงทุ้มต่ำของคินน์ดังขึ้น ทรงอำนาจและเยือกเย็นจนอุณหภูมิห้องดิ่งฮวบลงทันที ท่านประธานหนุ่มไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยซ้ำ เขายังคงนั่งไขว่ห้าง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความหยิ่งทะนงในอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า ดวงตาคมกริบมองผู้บุกรุกราวกับเธอกำลังทำเรื่องน่าสมเพชที่สุดในชีวิต
“สิทธิ์ของผู้ถือหุ้นใหญ่ไงคะคุณคินน์... และสิทธิ์ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท จากท่านประธานที่เอาเวลาทำงานไป ‘เคลียร์งาน’ กับเลขาฯ เป็นการส่วนตัว” รินจิกกัดด้วยน้ำเสียงแหลมสูง พลางใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนแฟ้มเอกสาร “โครงการรีสอร์ทที่เกาะพะงัน เอกสารงบประมาณรั่วไหลไปคู่แข่ง แถมยังมีชื่อบริษัทในเครือของคุณพายเข้าไปเกี่ยวข้อง... แบบนี้เขาไม่เรียกว่าทำงานแล้วมั้งคะ หรือว่ากำลังช่วยกันฟอกเงินอยู่กันแน่”
พายสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ “คุณรินพูดอะไรออกมาคะ! ดิฉันไม่เคย...”
“หุบปากซะพาย” คินน์เอ่ยแทรกขึ้นเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้พายต้องกลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงคอไป ดวงตาคมกริบของคินน์ไม่ได้มองเลขาฯ ของตัวเอง เขากลับตวัดกลับไปมองรินด้วยแววตาที่น่ากลัวราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องเหยื่อ “คนที่ควรหุบปากและไสมือออกไปจากห้องของฉันตอนนี้ คือเธอ... ริน”
“ปากดีไปเถอะค่ะท่านประธาน อีกสิบนาทีคณะกรรมการบอร์ดบริหารกำลังจะเดินมาถึงห้องนี้ และฉันอยากรู้จริงๆ ว่าคุณจะเอาหน้าหล่อๆ ของคุณไปอธิบายเรื่อง ‘ความสัมพันธ์ส่วนตัว’ กับ ‘ความเสียหายของบริษัท’ ยังไง!” รินเชิดหน้าใส่ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย หมุนตัวกระแทกส้นสูงเดินออกไปจากห้องพร้อมกับทิ้งประตูกระจกให้ปิดลงเสียงดังสนั่น
*ปัง!*
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศอึดอัดลอยอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก พายยืนตัวเกร็ง ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ เงินเดือนที่สูงลิ่วและความมั่นคงในอาชีพการงานกำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียว เพียงเพราะข้อกล่าวหาตื้นเขินที่ถูกจัดฉากขึ้นมา
“ปล่อยฉันเถอะค่ะ...” พายพึมพำเสียงสั่น หลุบตาลงต่ำไม่อยากสบตากับเจ้านายที่นั่งนิ่งสนิท “ถ้าคุณคินน์ลำบากใจ จะไล่ฉันออกตอนนี้เลยก็ได้นะคะ ดิฉันจะได้ไปเคลียร์ตัวเองกับพวกบอร์ดบริหารข้างนอก... จะได้ไม่ต้องมานั่งทนอับอายเพราะข่าวลือทุเรศๆ พวกนี้ด้วย”
พูดจบ พายก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกไปเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ข้างนอก แต่ทว่า...
*หมับ!*
ข้อมือเล็กถูกกระชากด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อย แต่เด็ดขาดพอจะหยุดฝีปากและฝีเท้าของเลขาฯ ตัวดีไว้ได้ทันที พายเซถลาเข้าหาตามแรงดึง ก่อนที่แผ่นหลังบางจะชนเข้ากับอกแกร่งของคนที่ลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ใครอนุญาตให้เธอพูดคำว่าไล่ออกออกจากปาก” คินน์กดเสียงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนอยู่ข้างแก้มนุ่ม ความซึนและปากร้ายที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความดุดันที่ซ่อนความเป็นห่วงไว้มิดชิด “คิดว่าฉันเป็นใคร พาย... คิดว่าผู้ชายอย่างคินน์ จะยอมให้คนอื่นมาเหยียบย่ำคนของตัวเองเล่นๆ งั้นเหรอ”
พายชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูง ดวงตาคู่สวยไหวระริก “แต่สถานการณ์ตอนนี้มัน...”
“ช่างหัวบอร์ดบริหารพรรค์นั้นสิ” คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนพายต้องอึ้ง มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่มีลังเล ปัดป้องความกลัวทั้งหมดที่เกาะกุมจิตใจของอีกฝ่ายออกไปจนหมดสิ้น “จำใส่สมองไว้ซะ... ต่อให้คนทั้งบริษัทจะรุมทึ้งเธอ แต่ถ้าฉันบอกว่าเธอ ‘บริสุทธิ์’ ก็คือบริสุทธิ์ ไม่มีใครหน้าไหนในตึกนี้มีสิทธิ์ไล่เลขาฯ ของคินน์ออกทั้งนั้น... โดยเฉพาะคนที่ฉัน ‘จอง’ ไว้ใช้หนี้ทั้งชีวิตอย่างเธอ”
คำพูดเผด็จการแต่น่าฟังเป็นบ้า ทำเอาหัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความกลัว เปลี่ยนจังหวะมาเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหวแทน พายเม้มปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้า “นี่ไม่ใช่เวลามาพูดจาเอาแต่ใจนะคะคุณคินน์ ข้างนอกนั่น...”
“ช่างหัวข้างนอก” คินน์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของพายอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกปกติทำให้พายถึงกับกลั้นหายใจ “ฟังฉันนะพาย... ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในชีวิตฉัน ไม่มีวันไหนที่เธอไม่มีความสำคัญ เธอกล้าหาญเกินกว่าจะมายืนร้องไห้ให้คนอย่างรินเหยียบหัว เข้าใจไหม?”
พายมองลึกลงไปในดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์คู่นั้น ในวินาทีที่ความกดดันรอบตัวพุ่งสูงถึงขีดสุด กลับเป็นอ้อมแขนอบอุ่นคู่นี้ที่ดึงรั้งเขาไว้จากขอบเหว ความรู้สึกบางอย่างที่สะสมมานานนับสัปดาห์กำลังสุกงอมและพังทลายกำแพงอีโก้ของทั้งคู่ลงอย่างราบคาบ
ทว่า... ก่อนที่พายจะได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท พร้อมกับบานประตูกระจกที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้องของประธานคณะกรรมการบริษัท
“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน... ทางท่านประธานใหญ่และคณะกรรมการมาถึงห้องประชุมแล้วค่ะ และ... และพวกท่านต้องการให้คุณพายเข้าไปชี้แจงด่วนที่สุดค่ะ”
คินน์ยังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวบาง เขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียบเฉยก่อนจะหันกลับมามองคนในอ้อมแขน รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นช่างทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“ไปกันเถอะพาย...” คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ “ไปดูกันว่า... ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายกราบขอโทษเธอก่อนออกจากห้องประชุมนั้น”
แล้วคินน์ก็จูงมือเลขาฯ ตัวแสบเดินก้าวออกจากห้องทำงานไปพร้อมกัน โดยไม่รู้เลยว่า... เอกสารลับบนโต๊ะที่รินเพิ่งโยนทิ้งไว้เมื่อครู่ กำลังจะเปิดเผยความลับช็อกโลกที่เปลี่ยนเกมของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะใจฟูไปกับความคลั่งรักแบบซึนๆ ของท่านประธานนะคะ! แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ "กำมะหยี่สีแดง"
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 19
จังหวะหัวใจที่ตรงกัน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!