เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 20

เดตลับใต้แสงดาว

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยดัง *คลิก* เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของพายอย่างชัดเจน เมื่อครู่เขายังนั่งเผชิญหน้ากับกองเอกสารนรกแตก และแววตาคุกคามของเจ้านายจอมเผด็จการอยู่เลย แต่ตอนนี้... เขากลับถูกลากตัวขึ้นมาอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น โดยมีกรุงเทพมหานครเบื้องล่างค่อยๆ หดเล็กลงกลายเป็นเพียงกลุ่มแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน "คุณคินน์เสียสติไปแล้วหรือคะ?" พายเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงใบพัดที่ดังกระหน่ำอยู่ในโสตประสาท มือเรียวขยับปมเนกไทของตัวเองอย่างหงุดหงิดพลางถลึงตาใส่คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะตรงข้าม คินน์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูททางการเรียบร้อยเหมือนเวลาอยู่ในบริษัท เสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและไหปลาร้าคมชัด แววตาคมกริบที่มักจะใช้มองลูกน้องด้วยความเย่อหยิ่ง ตอนนี้กลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานอย่างน่าหมั่นไส้ "ถ้าฉันสติหลุดจริง คนแรกที่จะโดนลากมาเป็นพวกด้วยก็คือคุณนั่นแหละ, พาย" คินน์ตอบเสียงเรียบ เอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือบางที่กำลังดึงดันกับเนกไทของตัวเองออกเบาๆ "เลิกทำหน้าบึ้งเป็นตูดหมึกสักที งานที่บริษัทเคลียร์หมดแล้ว เอกสารกองนั้น... ฉันสั่งให้คนจัดการเก็บกวาดเรียบร้อยโดยที่คุณไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น" "แต่เอกสารใบน젤..." พายเกือบจะหลุดปากพูดถึงกระดาษแผ่นสำคัญที่รินทิ้งไว้บนโต๊ะ—หลักฐานชิ้นโบแดงที่อาจจะพลิกเกมธุรกิจและทำลายเครดิตของคินน์ได้ในชั่วข้ามคืน—แต่เขาก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไปอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้พวกเขากำลังหนีออกมาไกลแค่ไหนแล้ว "เอกสารอะไร? หรือว่าคุณยังห่วงงานจนสมองกลับ?" คินน์หรี่ตามองอย่างจับผิด โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนข้างแก้ม พายผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังชนเข้ากับเบาะหนังนุ่มจนมุมหนี "เปล่าค่ะ... ดิฉันแค่คิดว่าท่านประธานผู้แสนบ้างานคนนี้ จู่ๆ นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรถึงได้ลักพาตัวเลขาฯ ออกมากลางดึกแบบนี้" พายเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรำไปจังหวะแปลกๆ กับระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามนี้ "อย่าบอกนะคะว่า... กลัวเหงาจนต้องหาคนไปเป็นเพื่อนกินข้าว?" "ปากเก่ง" คินน์เค้นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพายชะงักกึก ลืมหายใจไปชั่วขณะ "ไม่ได้กลัวเหงา... แต่แค่คิดว่าคนปากร้ายอย่างคุณ สมควรได้รับการลงโทษด้วยการพามาชมวิวที่แพงที่สุดในประเทศต่างหาก" เฮลิคอปเตอร์ลดระดับลงจอดบนลานจอดส่วนตัวของรีสอร์ทหรูระดับหกดาวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ลมหนาวพัดปะทะร่างทันทีที่ประตูเปิดออก คินน์ก้าวลงไปก่อนจะยื่นมือหนามาตรงหน้า พายมองมือคู่นั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกแสงไฟยามค่ำคืนสาด "ไม่จับค่ะ เดินเองได้" พายปฏิเสธเสียงแข็ง ก้าวขาลงจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยความมั่น แต่ทว่า... ความหนับหน่วงของอากาศบนยอดเขากับรองเท้าหนังคู่ใหม่ทำเอาเขาเกือบจะสะดุดล้มหน้าคะมำ หากไม่มีท่อนแขนแข็งแรงของคนตัวโตกว่าคว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อน ร่างทั้งร่างจึงเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความเย็นของอากาศรอบตัวหลอมรวมกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่อันตรายต่อหัวใจ "ปากดีแบบนี้ตลอดเถอะน่า" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู จนพายรู้สึกวูบวาบไปทั้งแถบ "ถ้าขาแพลงขึ้นมาจริงๆ ฉันไม่แบกกลับลงไปหรอกนะ... จะอุ้มพาดบ่าให้ดู" "คุณคินน์! คนฉวยโอกาส!" "เขาก็บอกอยู่โต้งๆ ว่าคลั่งรัก ยังจะมีหน้ามาปฏิเสธอีกหรือไง" คินน์ยิ้มมุมปาก ยอมปล่อยเอวบางให้เป็นอิสระอย่างนึกเสียดาย ก่อนจะจูงมือเลขาฯ ตัวแสบให้เดินตามเข้าไปในศาลาชมดาวส่วนตัวที่ถูกประดับประดาด้วยแสงไฟสีส้มอบอุ่น อาหารมื้อค่ำสุดหรูถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตโดยไม่มีพนักงานคนอื่นมารบกวน มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน และดวงดาวนับล้านที่ทอประกายอยู่เหนือศีรษะ บรรยากาศเงียบสงบแต่กลับเต็มไปด้วยกระแสความอึดอัดที่ชวนให้ใจสั่น พายนั่งลงฝั่งตรงข้าม พยายามรักษาระยะห่างและทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าอาหารตรงหน้าจะหน้าตาน่าทานเพียงใด แต่ความกังวลเรื่องเอกสารบนโต๊ะทำงานที่บริษัทก็ยังคงกัดกินความรู้สึกอยู่ลึกๆ "กินเข้าไปสิ มัวแต่มองหน้าฉัน เดี๋ยวก็อิ่มทิพย์พอดี" คินน์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ พลางตักอาหารจานเด็ดวางลงบนจานของอีกฝ่ายด้วยความใส่ใจที่แสดงออกผ่านการกระทำมากกว่าคำพูด "ดิฉันแค่นึกสงสัยค่ะ..." พายวางส้อมลง เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้านายหนุ่มตรงๆ "ทำไมต้องเป็นดิฉัน? ผู้หญิงสวยๆ เพอร์เฟกต์ในสังคมของคุณมีตั้งเยอะแยะ ทำไมคุณถึงต้องลงทุนลากตัวเลขาฯ จนๆ คนนี้ขึ้นมาบนยอดเขาเพื่อกินข้าวด้วย?" คินน์ชะงักมือที่กำลังถือแก้วไวน์ ดวงตาคมกريบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววคำถามจริงจัง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดให้เงียบงันลงทันที "เพราะผู้หญิงพวกนั้น... มองฉันที่เปลือกนอก มองที่เงินทองและนามสกุล" คินน์วางแก้วลงช้าๆ น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนพายเผลอกลั้นหายใจ "แต่คุณ... เป็นคนเดียวที่กล้าด่าฉัน กล้าเถียงฉัน และกล้าแม้กระทั่งจะลาออกเพื่อศักดิ์ศรีบ้าๆ ของตัวเอง" "..." "พาย... คุณทำให้คนอย่างคินน์ วงศ์สุริยะ รู้สึกว่าตัวเองเป็น 'มนุษย์ธรรมดา' คนหนึ่ง... ไม่ใช่แค่ประธานบริษัทที่ใครๆ ก็ต้องก้มหัวให้" คินน์เอื้อมมือมากุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในใจ พายรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "และที่สำคัญที่สุด... ฉันโคตรจะเกลียดเวลาที่เห็นคุณไปยิ้มให้ไอ้พวกนักลงทุนหน้าไหนทั้งนั้น" คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและเจือความหึงหวงอย่างไร้ฟอร์มทำเอาพายพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด รอยยิ้มที่มักจะใช้ประชดประชันเลือนหายไป เหลือเพียงความเขิน ก่อนที่สถานการณ์ระหว่างทั้งคู่จะหวานซึ้งจนเกินต้าน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผדเสียงดังทำลายบรรยากาศ คินน์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ควักเครื่องออกมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขาเห็นชื่อผู้โทรเข้า สีหน้าเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันที "ว่าไงริน?" คินน์กดรับสาย น้ำเสียงเย็นเยียบลงถนัดหู พายมองท่าทีนั้น หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ รินโทรมาเวลานี้... ทำไมถึงบังเอิญขนาดนี้? ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงความสะใจจะลอดผ่านลำโพงออกมา จนพายที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยังได้ยินชัดเจน *[คินน์คะ... ตอนนี้คุณอยู่กับเลขาฯ ตัวแสบนั่นใช่ไหม? รีบกลับมาที่บริษัทเถอะค่ะ... ก่อนที่ความลับเรื่อง 'สัญญาฉบับนั้น' ที่ฉันเจออยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ จะถูกส่งต่อไปให้บอร์ดบริหารทุกคนได้รู้!] * คินน์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หันขวับมามองหน้าพายที่ซีดเผือดลงในทันที * ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบไม่พักของท่านประธานและเลขาฯ ตัวแสบ แล้วมาลุ้นระทึกกับบทต่อไปด้วยกันนะคะ! *
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%