“ถอยออกไปนะคะ คุณคินน์”
น้ำเสียงของพายไม่ได้สั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวอย่างที่รินคาดหวัง ตรงกันข้าม มันกลับราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความถือดีจนน่าหมั่นไส้ ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปเบี่ยงตัวหลบสัมผัสจากวงแขนแกร่งที่ยังคงดึงดันจะโอบกอดเขาไว้ท่ามกลางโถงทางเดินวีไอพีของโรงแรมหรู
ดวงตากลมโตตวัดมองประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลกด้วยแววตาตำหนิระคนเบื่อหน่าย ขณะที่คินน์เองก็ขมวดมุ่นจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เขาไม่ได้สนใจสายตาอาฆาตมาดร้ายที่กำลังพุ่งตรงมาจากร่างของรินที่ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้าเลยสักนิด
“ฉันจะกอดเลขาฯ ของตัวเอง มันผิดกฎข้อไหน” คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ “เธอนี่มันมารghมารผจญเสียจริงนะริน ไม่มีมารยาทรึไงถึงได้พรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะประตู”
“มารยาทเหรอคะ?” รินแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉาบด้วยความอ่อนหวานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว ส้นสูงแหลมปรี๊ดก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างคุกคาม “คุณต่างหากค่ะคินน์ ที่กำลังเล่นเกมตบตาฉันอยู่! คุณบอกว่าเขาก็แค่ลูกจ้าง... แต่ภาพที่ฉันเห็นเมื่อกี้มันคืออะไรคะ คือการเลียแผลให้กันหรือไง!”
“คุณรินคะ กรุณาลดระดับเสียงลงด้วยค่ะ ที่นี่ที่สาธารณะ และต่อให้คุณจะเป็นแขกคนสำคัญของบริษัท แต่ก็ไม่มีสิทธิ์มาตะคอกใส่ประธาน... หรือแม้แต่จะมาใช้วาจาต่ำทรามกับดิฉัน” พายก้าวขึ้นมาบังหน้าคินน์ไว้ครึ่งก้าว แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่านิดหน่อย แต่อีโก้และรัศมีแผ่รังสีความนิ่งสงบกลับทำให้รินชะงักไปวูบหนึ่ง
“ปากดีนักนะพาย!” รินกรี๊ดลั่นจนพนักงานต้อนรับที่อยู่ไกลออกไปต้องหันมามอง แต่เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว ความหึงหวงและความอับอายทำให้สติหลุดกระเจิง มือเรียวคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูขึ้นมา ก่อนจะรูดซิปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยออกมาสะบัดต่อหน้าพวกเขาทั้งสองคน
“คิดว่าฉันโง่มากสินะคะคินน์ คิดว่าความลับงี่เง่าระหว่างคุณกับเด็กเสิร์ฟ... เอ๊ย ไม่สิ เลขาฯ หน้าเงินคนนี้ ฉันจะไม่มีวันรู้!”
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดุคมหรี่ลงเมื่อเห็นมุมหนึ่งของกระดาษแผ่นนั้น สันชาตญาณนักธุรกิจเตือนภัยขึ้นทันทีว่ามันคืออะไร แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอื้อมมือไปคว้า รินก็ชิงหัวเราะร่าด้วยความสะใจเสียก่อน
“สัญญาว่าจ้าง... และสัญญาข้อตกลงลับระหว่างประธานบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ กับ นายพาย รวิการต์ เรื่องการ ‘ยอมทำทุกอย่าง’ เพื่อแลกกับเงินห้าหลักต่อเดือน!” รินจงใจเน้นเสียงคำว่าทุกอย่างด้วยสำเนียงเยาะเย้ยถากถาง “ถ้าเอกสารฉบับนี้หลุดไปถึงบอร์ดบริหาร หรือสื่อสายบันเทิงในเครือ... คิดดูนะคะพาย ว่าอนาคตการเป็นเลขาฯ มือทองของคุณ หรือเก้าอี้ประธานแสน
มั่นคงของคุณคินน์ จะเหลือซากอะไรให้เหยียบยืนบ้าง!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
พายไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่รินวาดภาพไว้ ร่างโปร่งเพียงแค่หลุบตาลงมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างเย้ยหยันในโชคชะตา
เขารู้ดีว่าสักวันความลับนี้ต้องรั่วไหล ไม่มีกระดาษแผ่นไหนเก็บความลับของคนมีอำนาจได้ตลอดไปหรอก โดยเฉพาะเอกสารที่ทำขึ้นในยามที่เขาจนตรอกจริงๆ เมื่อหลายเดือนก่อน ช่วงเวลาที่แม่ต้องใช้เงินผ่าตัดด่วน และคินน์ก็ยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้มาให้
แต่วันนี้... สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว
“จะรออะไรล่ะคะ” พายเงยหน้าขึ้นสบตากับรินตรงๆ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ถ้าคิดว่าการเอาสัญญาฉบับนั้นไปประจานจะทำให้คุณดูมีราคาขึ้นมาได้ ก็เชิญเลยค่ะ เชิญเอาไปแปะหน้าลิฟท์ทุกชั้นในตึกสำนักงานใหญ่เลยก็ได้ ดิฉันเซ็นชื่อด้วยลายมือตัวเอง ไม่เคยคิดจะปฏิเสธอยู่แล้วว่าเคยขายศักดิ์ศรีให้เงิน... แต่ถามหน่อยเถอะค่ะคุณริน การที่คุณต้องมาเที่ยวตามขู่เด็กสร้างด้วยสัญญาเก่าๆ แบบนี้ มันสะท้อนความ ‘เหนือกว่า’ หรือสะท้อนความน่าสมเพชของผู้หญิงที่ถูกเขาทิ้งกันแน่คะ?”
“กรี๊ด! แก...!” รินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจนตัวสั่น งื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้าพายให้หายแค้น
หมับ!
ทว่าข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาคว้าหมับไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้รินต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องสบเข้ากับดวงตาของคินน์ที่ตอนนี้มืดสนิทราวกับก้นเหว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนน่ากลัว
“พอก함เสียทีริน!” คินน์กัดฟันกรวด น้ำเสียงต่ำลึกทรงอำนาจจนรินสะท้านเฮือก “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาอาละวาดในอาณาจักรของฉัน และกล้าดียังไงมาแตะต้องคนของฉัน!”
“คนของฉันงั้นเหรอ...?” รินหัวเราะทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บใจ “คุณยอมรับแล้วสินะคินน์ ว่าคุณหลงเด็กนี่จนโหัวปักโหัวปำ ยอมแม้กระทั่งเอาชื่อเสียงบริษัทมาเสี่ยง!”
“ใช่! ฉันยอมรับ!” คินน์สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด สายตาที่มองรินไร้ซึ่งเยื่อใยสิ้นเชิง “พายจะเป็นใคร จะเคยเซ็นสัญญาอะไรกับฉัน มันก็เรื่องของเราสองคน ไม่มีส่วนไหนที่หนักหัวเธอเลยสักนิด ส่วนสัญญาบ้าบอคอแตกนั่น... เธอคิดว่ามันมีผลทางกฎหมายจริงเหรอริน? ถ้าฉันจะฉีกมันทิ้งตอนนี้ ใครจะทำไมฉัน!”
พายหันขวับไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้ากั้นไว้ เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำพูดปกป้องอย่างไร้เหตุผลนั้น
“คุณคินน์... อย่าบ้าคั่วนะคะ นั่นมันหลักฐานสำคัญ...!” พายเอ่ยท้วงเสียงเบา พยายามจะดึงแขนเสื้อสูทของเขา
“เงียบก่อนน่าพาย” คินน์หันมาดุเสียงเขียว แต่สายตาที่ใช้มองพายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับรินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “อยากเอาไปแฉมากใช่ไหมริน? เอาสิ! ฉันให้เวลาเธอถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้ อยากส่งให้สื่อไหน อยากฟ้องบอร์ดบริหารคนไหน เชิญตามสบายเลย”
รินผะหนีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตื่นตระหนก ไม่คิดว่าคินน์จะกล้าท้าทายเธอแบบนี้ “คุณ... คุณไม่กลัวหุ้นตกหรือไงคินน์!”
“บริษัทของฉัน ฉันบริหารมากับมือ หุ้นจะตกเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ก็ให้มันรู้ไปสิ แต่บอกไว้ก่อนนะริน...” คินน์ก้าวเข้าไปใกล้จนรินต้องผถวาหนี “ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปแม้แต่นิดเดียว คนแรกที่จะไม่ได้เหยียบเข้ามาในแวดวงไฮโซอีกเลยตลอดชีวิต... คือเธอ”
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง รินตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว เธอจ้องมองคินน์สลับกับพายด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเตลิดออกไปจากโถงทางเดินนั้นทันทีด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบ
เสียงส้นสูงที่กระทบพื้นค่อยๆ ดังห่างออกไป จนกระทั่งเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองคน
พายถอนหายใจยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมไว้ออกมา ร่างโปร่งหันหลังจะเดินหนีเพื่อสงบสติอารมณ์ในห้องพัก แต่ทว่า...
พรึบ!
วงแขนแกร่งกลับคว้าเอวบางไว้ได้ทัน ดึงรั้งเข้ามาชิดแนบอกแกร่งอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตัว พายอุทานเบาๆ มือเรียวรีบดันอกอีกฝ่ายไว้ แต่คินน์กลับยิ่งกระชับกอดให้แน่นขึ้น หน้าผากกว้างซบลงกับลาดไหล่ของเลขาฯ คนเก่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพายขนลุกซู่
“ปล่อยเลยนะคะ คุณคินน์ เล่นบ้าอะไรเนี่ย” พายพยายามดิ้นรบเร้า แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด
“ใครเล่น ฉันซีเรียสอยู่ต่างหาก” คินน์พึมพำเสียงทุ้มต่ำชิดใบหู น้ำเสียงที่เคยดุร้ายและเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเจือไปด้วยความอ่อนล้าและเว้าวอน “เก่งนักนะพาย กล้าดีหายาชูกำลังให้ฉันหัวใจวายตายคาที่เหรอ... ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าท้าทายผู้หญิงคนนั้นแบบนั้น หื้ม?”
“ก็... ก็มันเรื่องจริงนี่คะ” พายหลบสายตา หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ในเมื่อคุณอยากฉีกสัญญา แล้วฉันจะไปกลัวอะไรล่ะคะ... อีกอย่าง ดิฉันไม่ได้กลัวคุณสักหน่อย”
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองแก้มนุ่มให้หันกลับมาสบตากัน ดวงตาคมกริบพินิจพิจารณาใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกเอ็นดูระคนหมั่นไส้ ปากร้ายๆ มักจะสวนทางกับหัวใจที่คลั่งรักจนกู่ไม่กลับทุกทีสิน่า
“ปากเก่งแบบนี้... ต้องโดนทำโทษรู้ไหม”
พายใจกระตุกวูบเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนแผ่วเบา ขณะที่ดุมตาคู่คมจ้องลึกลงมาในดวงตาของเขา ราวกับจะดูดกลืนวิญญาณกันไปทั้งดวง
“ทะ... ทำโทษอะไรของคุณคะ ปล่อยนะ ที่นี่มัน...”
คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเขาอย่างแม่นยำ ไม่ทันตั้งตัวและไม่มีช่องให้ปฏิเสธ
สัมผัสนั้นไม่ได้รุนแรงเร่าร้อน แต่กลับนุ่มนวล ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดแน่นมานาน คินน์ขยับริมฝีปากบด3เคล้าเนิบนาบ เรียรียกร้องให้พายเปิดทางให้ความหวานล้ำแทรกซึมเข้าไป สมองของพายขาวโพลน อีโก้ที่สร้างไว้พังทลายลงในพริบตา ร่างกายอ่อนยวบยาบจนต้องใช้มือทั้งสองข้างกำเสื้อสูทของประธานหนุ่มไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
ในจังหวะที่หัวใจกำลังหลอมละลายรวมเป็นดวงเดียวกันนั้นเอง...
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูห้องพักวีไอพีข้างๆ ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดออกมาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักของบอสคินน์กับน้องพายมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ! — กำมะหยี่สีแดง
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 22
ความจริงเปิดเผย
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!