“ออกไป”
น้ำเสียงของคินน์เย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาไม่ได้ตะคอก แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราสั่นสะเทือน รินที่ยืนถือถุงขนมแบรนด์หรูอยู่นิ่งงัน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเริ่มกระตุกวูบ เธอส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาทางพายที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังร่างสูงของเจ้านายหนุ่ม
“คินน์... นี่คือวิธีที่คุณต้อนรับคนที่เคยหวังดีกับคุณงั้นเหรอคะ? เพราะนังเลขาคนนี้ใช่ไหม ที่ทำให้คุณเปลี่ยนไปขนาดนี้” รินพ่นลมหายใจแรง พลางจิกสายตามองพายราวกับจะฉีกร่างให้เป็นชิ้นๆ
“คุณไม่มีความสำคัญพอที่จะทำให้ผมเปลี่ยนไปหรอกริน” คินน์แค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาไม่มีความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย “และที่สำคัญ... อย่าเอาชื่อของคุณมาปนกับคนของผม ออกไป ก่อนที่ผมจะให้รปภ.ลากคุณออกไปประจานต่อหน้าพนักงานทั้งชั้น”
รินเม้มปากจนห้อเลือด เธอหันกลับแล้วกระแทกเท้าเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ทำให้พายรู้สึกคลื่นเหียน ทันทีที่เสียงประตูปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องทำงานขนาดใหญ่ พายยืนก้มหน้า มือเรียวกำชายเสื้อสูทของตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ยังสั่นไม่เลิกอีกหรือไง?” คินน์หมุนตัวกลับมา น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันยังคงเจือความหงุดหงิดที่เขายังจัดการอารมณ์ตัวเองไม่ลง
“ผม... ผมขอโทษครับ” พายหลุดปากออกไปโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะชะงักเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังใช้คำที่ทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจ
คินน์สาวเท้าเข้าประชิดตัวเขาจนพายต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายบดบังแสงไฟจนเกิดเป็นเงาทอดทับลงมา มือหนาข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักขังพายให้อยู่ในอ้อมแขนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดคำนั้น” คินน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพาย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเวทนาปนรุ่มร้อน “รินทำอะไรคุณ? บอกผมมา พาย... มองหน้าผม แล้วพูดออกมาให้หมด”
พายสูดหายใจเข้าลึก ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในคอทำให้เขารู้สึกแสบไปหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงคนนั้น แต่มันคือความรู้สึกที่เขาสั่งสมมาตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับผู้ชายคนนี้
“คุณไม่เข้าใจหรอกคุณคินน์...” พายเค้นเสียงออกมาเบาหวิว “คุณมีอำนาจ คุณมีทุกอย่าง... คุณมองว่าการที่ใครสักคนจะพยายามทำลายศักดิ์ศรีของผมมันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับผม... ผมมันก็แค่คนกระจ้อยร่อยที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในโลกของคุณ... โลกที่มีแต่คนจ้องจะเหยียบย่ำ”
คินน์นิ่งไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบ เขาขมวดคิ้วแน่น “ใครเหยียบย่ำคุณ? บอกชื่อมา”
“ทุกคน!” พายตะโกนออกมาอย่างเหลืออด น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นคลอหน่วย “แม้แต่คุณ... คุณเองก็เคยเหยียบย่ำผมด้วยอีโก้ของคุณ ไม่ใช่เหรอ? คุณมองว่าผมเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่เลขาที่ต้องทำตามคำสั่ง... แต่คุณเคยถามไหมว่าวันนี้ผมเจอกับอะไรมาบ้าง? ผมต้องอดทนแค่ไหนที่ต้องเห็นคุณทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลในขณะที่ชีวิตผมมันพังทลายลงเรื่อยๆ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นหัวใจ คินน์ที่มักจะมีคำพูดตอกกลับเผ็ดร้อนเสมอ บัดนี้กลับยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ความเปราะบางของพายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังฉีกทึ้งเกราะป้องกันของเขาจนหลุดลุ่ย
มือหนาที่เคยดูดุดันค่อยๆ เอื้อมมาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าพายอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความหื่นกระหายเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่เขาก็เพิ่งจะตระหนักได้
“ผมขอโทษ” คินน์พึมพำ น้ำเสียงนั้นสั่นไหวเล็กน้อย “ผมไม่เคยคิดว่า... ผมเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณต้องรู้สึกแย่ขนาดนี้”
“คุณไม่เคยสนใจเลยต่างหาก” พายเบือนหน้าหนี แต่คินน์กลับใช้มือประคองคางของเขาให้หันกลับมาสบตากันอีกครั้ง แรงบีบที่คางไม่แรง แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้พายไม่สามารถปฏิเสธความใกล้ชิดนี้ได้
“ผมสนใจ” คินน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาพาย แววตาที่สั่นไหวของเขาตอนนี้ไม่ได้ซ่อนเร้นความต้องการใดๆ นอกจากความจริงใจที่ทำเอาพายใจสั่น “สนใจจนแทบเป็นบ้าเวลาเห็นคุณร้องไห้ สนใจจนอยากจะฆ่าทุกคนที่ทำให้คุณต้องเสียน้ำตา... ผมไม่ได้คลั่งรักคุณเพราะความสนุก พาย... ผมคลั่งรักคุณเพราะคุณเป็นคนเดียวที่ทำให้คนอย่างผมรู้สึกว่า ‘ความเป็นมนุษย์’ ของผมยังเหลืออยู่”
พายชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อคินน์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาทั้งสองชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดใบหน้ากันและกัน ความใกล้ชิดที่ดูเหมือนจะดับอารมณ์ดราม่าให้กลายเป็นความหวานล้ำที่น่ากลัว
“คุณไม่ได้กระจ้อยร่อยสำหรับผม” คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก “คุณคือทุกอย่างที่ผมต้องการ... แม้ว่าผมจะปากร้ายไปบ้าง แต่นั่นก็เพราะผมไม่รู้วิธีที่จะดูแลสิ่งที่เปราะบางอย่างคุณยังไง”
พายหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขาอยากจะผลักคินน์ออกไปตามที่สมองสั่ง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการเผลอจิกมือลงบนเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย ความเปราะบางที่เขาซ่อนไว้ถูกคินน์ตีแผ่และโอบกอดมันไว้เสียจนพายแทบจะต้านทานไม่ไหว
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอ่อนหวานจนน่าหลงใหล เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพายก็ดังขึ้นพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
พายเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งข้อความนั้นแล้วใบหน้าก็ถอดสีทันที มันไม่ใช่ข้อความจากบริษัท แต่เป็นข้อความจากบุคคลที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต... พ่อที่เพิ่งออกจากคุกและกำลังตามหาตัวเขา
คินน์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงก้มมองหน้าจอ แล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “ใครส่งข้อความมา? ทำไมหน้าคุณถึงซีดขนาดนั้น... พาย นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของคินน์และพายมาจนถึงตอนนี้ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ “กำมะหยี่สีแดง”
เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 25
ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!